กีฬา
100 year

ยอดเกิน 380 ล้าน "บิณฑ์" เข้มแจกเงิน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

พบมีคนสวมรอย 5 อำเภออุบลฯยังจม เตือนฝนถล่มซ้ำ

คนอุบลฯทุกข์ระทมน้ำยังท่วมสูง แถมเจอฝนถล่มซ้ำทำให้น้ำระบายช้า ชาวบ้านศูนย์อพยพร้องใช้ชีวิตแสนลำบากแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” มอบทีมงานลุยแจกเงินต่ออีก 200 ครอบครัว เผยยอดบริจาคพุ่ง 380 ล้านแล้ว ด้าน “คุณหญิงสุดารัตน์” นำพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยพร้อมดาหน้าโต้ยัน ส.ส.ไม่มีหน้าที่เอาใจนายกฯขณะลงพื้นที่ ด้าน “บิ๊กตู่” จวกอย่าบิดเบือนแค่อยากรู้ว่าขาดเหลืออะไร เผยรัฐบาลยกน้ำท่วมเมืองดอกบัวขึ้นระดับ 3 เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วม จ.อุบลราชธานี ยังน่าเป็นห่วง ถึงแม้แม่น้ำมูลจะลดลงไปมาก แต่ระดับน้ำยังท่วมสูง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ทางการได้ระดมเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงเพื่อลดผลกระทบความเดือดร้อนของชาวบ้าน ขณะที่ธารน้ำใจจากทั่วสารทิศยังคงระดมความช่วยเหลือลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ฝนถล่มอุบลฯซ้ำ–น้ำสูงขึ้นอีก

ล่าสุดระดับน้ำแม่น้ำมูล เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 20 ก.ย. ที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี อยู่ที่ 115.08 ม.รทก. ระดับน้ำลดจากเช้าวันที่ 19 ก.ย. 16 ซม. อัตราการไหล 4,024.00 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตามภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางกลับจากมาเยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ในช่วงเย็นวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักและตกซ้ำอีกครั้งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้เพิ่มปริมาณน้ำที่ท่วมขังอยู่แล้วกลับเพิ่มสูงขึ้น และไหลช้า เจ้าหน้าที่สำนักชลประทานที่ 7 คงยังปักธงแดงแจ้งเตือนว่าระดับน้ำยังอยู่ในภาวะวิกฤติ

ยกน้ำท่วมขึ้นปัญหาระดับชาติ

ด้านนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบลราชธานี เปิดเผยหลังประชุมศูนย์อำนวยการร่วมการแก้ไขปัญหาอุทกภัยว่า ขณะนี้รัฐบาลยกระดับปัญหาอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานีเป็นปัญหาระดับ 3 หรือระดับประเทศแล้ว มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหา เป็นการบูรณาการในระดับที่สูงขึ้น มีหน่วยงานในระดับกระทรวง หน่วยงานต่างๆที่จะเข้ามาช่วยเหลือจังหวัด รวมถึงจังหวัดข้างเคียงที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่กระจายเป็นวงกว้าง ปัจจุบันแม่น้ำมูลมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำดำเนินการแล้ว 260 เครื่อง แต่ยังมีปัญหาที่แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร อาจต้องใช้เครื่องสูบน้ำข้ามแก่งสะพือช่วยระบายน้ำเพิ่มเติม ขณะที่สถานการณ์รุนแรงยังมีอยู่ 5 อำเภอ ได้แก่ เมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร สว่างวีระวงศ์ และตาลสุม

“บิณฑ์” ให้ทีมงานลุยแจกเงินต่อ

ส่วนความเคลื่อนไหวการแจกเงินให้กับผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5,000 บาท ของ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ดารานักแสดงชื่อดัง ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามศูนย์อพยพต่างๆ โดยวันนี้ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” มอบหมายให้ “เอกพัน บรรลือฤทธิ์” ดารานักแสดงน้องฝาแฝด และคณะมูลนิธิร่วมกตัญญูลงพื้นที่แจกเงินให้ผู้ประสบอุทกภัยชุมชนวัดป่าแสนอุดม และชุมชนวังแดง บริเวณศูนย์อพยพห้วยม่วง ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จำนวน 200 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 5,000 บาท บรรยากาศภายในศูนย์อพยพเป็นไปด้วยความอบอุ่น มีการร้องเพลงอย่างสนุกสนาน เพื่อคลายเครียดให้กับผู้ประสบภัย

หวั่นสวมรอย–ให้ชุมชนช่วยเช็ก

ไทด์-เอกพันกล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ได้เตรียมเงินมาให้ชาวบ้านที่ศูนย์อพยพนี้ 2 ชุมชนประมาณ 200 กว่าครัวเรือนที่จะต้องมารับครัวเรือนละ 5,000 บาท วันนี้บิณฑ์มีงานที่กรุงเทพฯ มอบหมายให้ตนเข้ามาจัดการแทน ทั้งที่ตัวเองก็มีงานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เราปล่อยให้ชาวบ้านรอไม่ได้ ยังไง ก็ต้องมาแจกให้ทุกวัน เพราะเขาตั้งตารอเอาเงินที่ได้ไปซื้อสิ่งของในชีวิตประจำวันที่นอกเหนือจากข้าวสารอาหารแห้ง สำหรับปัญหาอุปสรรคที่พบตอนนี้อยู่ที่เรื่องของข้อมูลต่างๆเราไม่ชัวร์ 100% ว่าบุคคลนี้เดือดร้อนจริงหรือไม่ เพราะพื้นที่เขาดูแลกันเอง แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องการคือชาวบ้านให้ดูแลกันเองควบคู่กันด้วย ตรวจสอบคนที่แปลกปลอมเข้ามาใช่บุคคลในชุมชนของเราหรือไม่ อย่างเช่นบ้านเลขที่นี้ไม่มีคนอยู่ แต่สามารถสร้างคนขึ้นมารับแต่ถ้าชาวบ้านมีส่วนร่วมจะสามารถรู้หน้ารู้ตาตรวจสอบกันได้ว่าคนคนนี้ใช่คนในชุมชนหรือไม่

ชื่นชมคนอุบลฯต้อนรับอบอุ่น

“วันนี้ขอให้ผู้นำชุมชนทุกคนมายืนตรงจุดที่แจกเงินช่วยตรวจสอบร่วมกัน มีมติชุมชนร่วมกันก่อนจะแจกให้ สิ่งสำคัญที่อยากจะขอบคุณคือผู้บริหารโรงแรมวิจิตรพร อ.วารินชำราบ ที่ให้ความอนุเคราะห์ห้องพักฟรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอำนวยความสะดวกให้รถพร้อมคนขับมาดูแลตลอด อีกทั้งพี่น้องชาวอุบลราชธานีที่ให้การต้อนรับเป็นเจ้าภาพอาหารให้กับทีมงานกว่า 80 ชีวิต ทั้งเช้าเย็นจนทีมงานทุกคนเปรียบเสมือนลูกหลานของคนอุบลฯไปแล้ว ส่วนยอดบริจาคเวลา 12.00 น. อยู่ที่ประมาณ 377ล้านบาท คาดว่าภายในวันอาทิตย์นี้น่าจะทะลุ 400 ล้านบาท” เอกพันกล่าว

สอบ 2 สาวปลอมบัญชีโอนเงิน

เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.ครองชัย ตาลประดิษฐ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.วารินชำราบ สอบปากคำเด็กหญิงวัยรุ่น 2 คน อายุ 14 ปี และ 15 ปี ลูกพี่ลูกน้องชาว จ.ลพบุรี ที่ถูกหมายเรียกกรณีปลอมเพจขอรับเงินบริจาคของนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงที่นำไปช่วยพี่น้องชาว จ.อุบลราชธานีครอบครัวละ 5,000 บาท โดยเด็กหญิงวัย 14 ปียอมรับว่าปลอมเพจขอรับบริจาคจริง ทำเพียงเล่นๆไม่ได้ตั้งใจจะเอาเงินของผู้ใด ต่อมามีคนโอนเงินเข้าในบัญชีธนาคารของญาติผู้พี่ประมาณ 4,000 กว่าบาท และมีคนโพสต์ว่าเป็นบัญชีปลอม พยายามลบเฟซฯออก แต่มีการแชร์กันไปอย่างรวดเร็วแล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลวง แค่เพียงทำเล่นสนุกเท่านั้น

ขณะที่ญาติผู้พี่เปิดเผยว่า พร้อมขอโทษพี่บิณฑ์และขอโทษต่อชาวอุบลราชธานีทุกคน แม้ส่วนตัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จะพยายามให้น้องโอนเงินคืนให้ผู้บริจาคทุกบาททุกสตางค์และได้คุยกับพี่บิณฑ์แล้วว่าจะถอนแจ้งความให้ เพียงขอให้น้องโอนเงินคืนเจ้าของเงินที่โอนมาให้ด้วย

ด้าน พ.ต.ท.ครองชัย ตาลประดิษฐ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.วารินชำราบ กล่าวว่า วันนี้นำเยาวชนทั้ง 2 คน มาสอบปากคำเบื้องต้น เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไร จะได้ดำเนินการต่อได้อย่างถูกต้อง เบื้องต้นเด็กรับว่าทำจริง โดยยังไม่ดำเนินคดีกับเยาวชนทั้งคู่ เพราะอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนชัดเจนก่อน

“สุดารัตน์” นำ พท.ลงเยี่ยม ปชช.

ที่จุดอพยพชุมชนกุดปลาขาว ริมถนนนิวาสวิถี ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สายวันเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ร่วมกับนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำ ส.ส.อุบลราชธานีพรรคเพื่อไทยทั้ง 7 คน และ ส.ส.จากจังหวัดใกล้เคียงภาคกลาง และภาคเหนือกว่า 30 คน ที่สวมเสื้อสีแดงด้านหลังมีรูปทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่ให้กำลังใจกับผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอดเวลา โดยคุณหญิงสุดารัตน์ได้ใช้ที่คล้องแขนซ้ายเดินทักทายชาวบ้าน จากนั้นเปิดเผยว่า วันนี้เจ็บแขนจากกล้ามเนื้ออักเสบต้องใส่ที่คล้องแขนไว้ หลังลงพื้นที่เสร็จก็จะไปหาหมอ วันนี้พรรคเพื่อไทยมากันทั่วประเทศมาเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ยิ่งมาเห็นตอนสภาพฝนตกยิ่งสงสารเพราะลำบากมาก ความจริงวันนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการพรรคก็ยกเลิกเพราะเป็นห่วงประชาชน

โต้ไม่ใช่หน้าที่ ส.ส.เอาใจนายกฯ

ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อุบลราชธานีแล้วว่าไม่มี ส.ส.ในพื้นที่พรรคเพื่อไทยไปต้อนรับนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอชี้แจงว่าหน้าที่ของ ส.ส. และจิตสำนึกของ ส.ส.เพื่อไทย ต้องดูแลความเดือดร้อนประชาชน เราดูแลทุกจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมไม่ใช่แต่อุบลราชธานี และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ลงพื้นที่ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วมของจังหวัดอุบลราชธานีมาตั้งแต่แรกๆ แต่การเอาอกเอาใจหรือรับนายกฯไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หน้าที่ ส.ส.คือเอาใจประชาชน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่เจอ ส.ส.เพื่อไทย เราไม่เคยพูดถึงนายกฯเลย เราทำหน้าที่ของเราไป ถ้านายกฯอยากทำงานเพื่อประชาชนก็ควรนำความเดือดร้อนที่เรานำเสนอผ่านสภาฯไปแก้ไขเพื่อประชาชน

ผู้อพยพร้องกินอยู่แสนลำบาก

ด้านนางอ๊อด คำนาโฮม อายุ 63 ปี ชาวบ้านกุดปลาขาว เข้ากอดคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมกับกล่าวว่า ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ครั้งนี้น้ำมาเร็วและแรง ทำให้ขนเอาทรัพย์สินออกมาจากบ้านไม่ทัน ต้องอพยพมาอยู่เต็นท์อย่างยากลำบากมาก จะกินจะนอนไม่สะดวก พอแดดออกก็ร้อน ฝนตกก็เปียกหมด เมื่อคืนฝนตกน้ำไหลเข้าเต็นท์ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย คุณหญิงสุดารัตน์จึงบอกให้ น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่ เร่งหาผ้าใบแคร่และเครื่องนอนมาให้ประชาชนที่เดือดร้อนและคอยมาสอบถามความต้องการเพื่อช่วยเหลือต่อไป

อ้างชาวบ้านโอดโดนรื้อเพิงพัก

ด้านนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการสั่งให้รื้อเต็นท์ชั่วคราวของชาวบ้านบริเวณข้างถนนที่นายกฯจะต้องผ่านว่าเรื่องนี้ประชาชนเข้ามาคุยกับตนหลายชุมชน วันนี้ชาวบ้านย้ายจุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยมา 5 ครั้งแล้ว ถ้ารัฐบาลทำงานเป็นสักหน่อยจะรู้ว่าน้ำที่จะไหลเข้า จ.อุบลฯมีเท่าไหร่ ไม่ใช่ย้ายเขาไปมาถึง 5 ครั้ง และก่อนนายกฯจะมาลงพื้นที่มีการสั่งย้ายชาวบ้านจากสะพานออกไปไหนก็ไม่รู้ ดีที่ชาวบ้านไม่ยอมไป เพราะเห็นว่าจะเอาไปตั้งที่ค่ายทหาร มทบ.22 เพราะกลัวไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น ของบริจาค

“บิ๊กตู่” ไม่ตอบ “สมคิด” เหน็บเทวดา

ส่วนความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ช่วงสายได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ตอบโต้บอกไม่รู้เทวดาจะลงพื้นที่ หลังนายกฯ ถามหา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขณะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 ก.ย. โดยได้ชี้ไปที่หูเพื่อ บอกว่าไม่ได้ยินคำถาม เนื่องจากขณะนั้นบริเวณคลองหลังตึกไทยคู่ฟ้าเปิดน้ำพุทำให้เสียงดัง แล้วเดินไปตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งที่ 3/2562 ที่ห้องสีเขียว โดยนายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า ขอกำชับการดำเนินการทุกอย่างต้องให้เรียบร้อย สังคมยอมรับ ต้องระมัดระวังข้อกฎหมายต่างๆด้วย

จวกบิดเบือนปิดถนนให้รถนายกฯ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมถึงการช่วยเหลือน้ำท่วมว่า พยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการยกระดับเพื่อเตรียมการฟื้นฟู แต่ยังมี 4 จังหวัดที่น้ำท่วมสูงอยู่ ทั้งนี้ ผวจ.ทั้ง 4 จังหวัดได้รับนโยบายไปดำเนินการแล้ว เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่มีบ้านเสียหายทั้งหลังก่อนเพราะจะไม่มีที่อยู่ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ปิดถนนเพื่อให้ขบวนรถของนายกฯผ่านนั้น ขอยืนยันว่าตนไปอีกเส้นทางหนึ่ง สิ่งนี้เรียกว่าการบิดเบือนของสื่อโซเชียล ไม่ถูกต้อง ตนดีใจที่ได้ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และจะมีรัฐมนตรีหมุนเวียนลงไปติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงที่ตนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ

ชี้รัฐบาลแจกเงินต้องมีระเบียบ

“ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถแจกเงินได้เหมือนกับภาคเอกชน เพราะติดระเบียบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่สามารถนำเงินหลวงไปแจกจ่ายได้ ยกเว้นที่จะมีแผนงานและโครงการที่ชัดเจน ระหว่างนี้ใครจะบริจาคอย่างไรเป็นเรื่องของเขาแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ยอมรับว่าชาวบ้านได้กำลังใจ แต่อย่ามาเหมารวมว่า ทำไมรัฐบาลไม่ทำเช่นนั้น เพราะทำไม่ได้และต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเงินที่ได้มาต้องจัดทำเป็นรูปแบบอย่างครบถ้วน ในการเยียวยาชดเชยพืชไร่และพืชสวน รวมถึงปศุสัตว์ที่จะต้องมีการสำรวจความเสียหาย เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเงินในส่วนของรัฐ ขอให้รอบคอบและใจเย็นๆ รู้ว่าทุกคนเดือดร้อนและอยากได้เงิน แต่ต้องเห็นใจว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินใน ภาพรวมของงบประมาณในรัฐบาลที่ได้มาจากภาษีของประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ถามหา ส.ส.แค่อยากรู้ขาดอะไร

เมื่อถามถึงกรณีลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่นายกฯ เรียกหา ส.ส.พรรคเพื่อไทย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถามหา ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย นี่คือการปฏิรูปทางการเมือง ไม่ได้หวังให้มาต้อนรับ หากมาจะถามว่าอยากได้อะไรเพราะตนไม่ได้ฟังเฉพาะ ส.ส.รัฐบาล เพราะ ส.ส.ฝ่ายค้านได้ไปฟังความต้องการของชาวบ้านมาเช่นกัน เพื่อจะได้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่วนที่มีการเปรียบเทียบว่าตนเป็นนายกฯเทวดานั้น อย่าเอาคนไปยุ่งกับเทวดา มนุษย์คือมนุษย์ เทวดาคือเทวดา อย่านำเรื่องเหล่านี้มาตีกันมากมายเพราะเป็นเรื่องไร้สาระ

“ยิ่งลักษณ์” ถามหาแผนป้องกัน

เวลา 09.30 น. วันที่ 20 ก.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ติดตามข่าวของน้องเกรตา ธันเบิร์ก ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจกับสาวน้อยวัยเพียง 16 ปี ชาวสวีเดน ที่มีทั้งความมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ของสังคมให้ตระหนักถึงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน เธอหยุดเรียนเพื่อประท้วงทุกวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามข้อตกลงปารีส ขอร่วมเป็นหนึ่งแรงสนับสนุนในความคิดและวิสัยทัศน์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องรับฟังและให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ และขอตั้งคำถามไปยังผู้บริหารประเทศในขณะนี้ว่าได้คำนึงถึงปัญหาหรือไม่ มีแผนการบริหารจัดการ หรือมาตรการป้องกันภัยพิบัติที่นับวันจะรุนแรงขึ้นอย่างไร เพราะทุกคนคงไม่อยากเห็นปัญหาและผลกระทบจากอุทกภัย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบที่เป็นเหมือนวันนี้ทุกปี ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เพราะคนที่ทุกข์คือพี่น้องประชาชน

แจงยอดบริจาคทะลุ 380 ล้าน

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มงานพิธีบวงสรวงสักการะเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (สมเด็จพระปิยมหาราช) ครบรอบ 166 ปี ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ว่าปัจจุบันนี้มียอดเงินบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมแล้วประมาณ 380 ล้านบาท ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปตนและเอกพันจะแยกกันลงพื้นที่นำเงินไปให้ผู้ประสบภัยที่อยู่ที่ศูนย์พักพิงใน จ.อุบลราชธานี เพื่อความรวดเร็ว และหลังน้ำลดจะทยอยเข้าไปช่วยเหลือตามข้อมูลที่ได้รับมา เบื้องต้นหากครอบครัวไหนมีผู้ป่วยหรือผู้พิการจะมอบเงินให้เพิ่มอีกครอบครัวละ 5,000 บาท ถ้าสิ้นสุดการช่วยเหลือแล้วยังมีเงินเหลือก็จะนำเงินไปช่วยในกิจกรรมสาธารณประโยชน์เช่นโรงพยาบาลเป็นต้น

ระทึกน้ำป่าท่วม ร.ร.กลางดึก

ส่วนที่ จ.กาญจนบุรี ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมมาหลายวัน ทำให้น้ำป่าจากป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อยไหลหลากเข้าพื้นที่หมู่ 7 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนและโรงเรียนสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขตซึ่งเป็นโรงเรียนกินนอนตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงสาย 232 น้ำไหลท่วมอาคารเรียนอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซม. บางจุดสูงถึง 80 ซม. ครูต้องประกาศห้ามเด็กนักเรียนลงจากเรือนนอนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย หลังเกิดเหตุ นายณรงค์ ศิริเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียน ร่วมกับครู เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยกันขนอุปกรณ์การเรียนหนีน้ำ กระทั่งน้ำท่วมอยู่ราว 2 ชม.ค่อยๆลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ห้องเก็บข้อสอบเสียหายยับ

ต่อมาช่วงเช้า พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 พล.ร.9 ผบ.ฉก.ลาดหญ้า จัดส่งกำลังทหาร ร.29 พัน. 3 ไปช่วยเหลือโรงเรียน จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่าห้อง COPY และห้องเก็บข้อสอบที่จะใช้สอบปลายภาคในอาทิตย์หน้า เครื่องมืออุปกรณ์เครื่องทำข้อสอบและคอมพิวเตอร์เสียหายทั้งหมด เนื่องจากห้องเก็บข้อสอบอยู่ในที่ต่ำที่สุด ทำให้น้ำไหลท่วมสูง นอกจากนี้ มีห้องประชุม รวมทั้งห้องเรียนวิชาคหกรรมเสียหายทั้งหมดเช่นเดียวกัน นายณรงค์ ศิริเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า โรงเรียนมีเด็กนักเรียน 725 คน เรือนนอน 14 หลัง แต่นับว่ายังโชคดีที่น้ำป่ามาเร็วและลงเร็ว ทำให้ช่วงเช้าสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ ส่วนความเสียหายในเบื้องต้านคาดว่ามีมากกว่า 5 ล้านบาท จุดไหนที่ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างการซ่อมแซม

ฝนถล่มหนัก–ท่วมเมืองหัวหิน

เวลา 15.30 น.วันเดียวกัน เกิดฝนตกหนักภายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 1 ชม. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย โดยเฉพาะถนนเพชรเกษมสายหลัก หน้าตลาดฉัตร์ไชยน้ำท่วมถนนทั้งขาขึ้นและขาล่องรถสัญจรไปมาลำบาก น้ำซัดแท่งแบริเออร์พลาสติกที่วางตลอดแนวกลางถนนเพชรเกษมไหลไปตามกระแสน้ำ ไปยังถนนแนบเคหาสน์ทางสะพานปลาซึ่งมีน้ำท่วมขังประมาณ 20 ซม. พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.หัวหิน ต้องนำตำรวจและมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานช่วยเก็บแท่งแบริเออร์ ขณะที่ถนนโค้งพระจันทร์น้ำท่วมถนนประมาณ 40 ซม. รถยนต์สัญจรไม่ได้ ผู้ปกครองที่ไปรับนักเรียนโรงเรียนหัวหินต้องเลี่ยงไปใช้ถนนคลองชลประทานแทน ส่วนในซอยหัวหิน 102 หัวนา หมู่บ้านเขาตะเกียบน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนบางส่วน ชาวบ้านต้องรีบเก็บข้าวของหนีน้ำ

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยน้ำท่วม

ขณะที่ธารน้ำใจยังคงหลั่งไหลส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยที่วัดสุวรรณบำรุงราชวราราม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พระครูสุจิตรัตนากร เจ้าคณะอำเภอหนองเสือ พร้อมพระครูสมุห์อำนวย โชติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดโปรยฝนคลอง 11 อ.หนองเสือ นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค พร้อมปัจจัยจำนวนหนึ่งมาบริจาคเพื่อนำส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย น้ำท่วมทางภาคอีสาน ส่วนที่ศูนย์ประสานงาน “คนรักปทุม” ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.จ.ปทุมธานี นำข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม เรือท้องแบน 1 ลำ และเงินสดจำนวนหนึ่ง ส่งไปช่วยพี่น้องชาว จ.อุบลราชธานี และชาวอีสาน เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบก.กองทะเบียนประวัติอาชญากร ปล่อยขบวนรถรับบริจาคสิ่งของไปให้ประชาชนใน จ.อุบลราชธานี มี ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ร่วมบริจาคถุงยังชีพ 50 ถุงไปซับน้ำตาผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ยอดบริจาคช่วยน้ำท่วมอุบลราชธานีแจกเงินข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้