ข่าว
100 year

ยอดบัญชี "บิณฑ์" ช่วยอุบลฯ กว่า "300ล้านบาท"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์18 ก.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

เดินหน้าแจกต่อเนื่อง รวม ‘ยโสธร-ร้อยเอ็ด’ บิ๊กตู่จัดงานรับบริจาค รัฐ-เอกชนร่วมคึกคัก

“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” เดินหน้าแจกอีก 5 ล้านให้ชาวอุบลฯวันที่สอง 1,000 ครอบครัว ยายพิการซาบซึ้งน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน หลังเสร็จภารกิจนักแสดงคนดังบินด่วนไปร่วมรายการรัฐบาลระดมทุนช่วยน้ำท่วม หลังโดนทาบทามไปรับโทรศัพท์ออกรายการร่วมนายกฯ เผยยอดเงินล่าสุดมีผู้ร่วมสมทบแล้วกว่า 300 ล้าน ยันลุยต่อถึงหลังน้ำลด พร้อมขยายพื้นที่ไป จ.ยโสธร และร้อยเอ็ด ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียกสาวสวมรอยปลอมบัญชีรับเงินบริจาคแล้ว ด้าน “บิ๊กตู่” ควักเงินส่วนตัว 1 แสนช่วยน้ำท่วม โต้เสียงวิจารณ์รัฐบาลไม่ได้คิดแก้ปัญหาน้ำท่วมช้า

ธารน้ำใจยังคงหลั่งไหลซับน้ำตาพี่น้องชาวอีสานที่ประสบอุทกภัยหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบแม่น้ำมูลเอ่อท่วมชุมชนฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานีและฝั่งเทศบาลวาริน–ชำราบ หนักที่สุดในรอบ 17 ปี ล่าสุดนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดังและ ผจก.ฝ่ายกิจการพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญูนำเงินส่วนตัว 1 ล้านบาทและมีผู้ใจบุญร่วมด้วยช่วยกันบริจาคอย่างล้นหลามอีกกว่า 140 ล้านบาท พร้อมหอบเงินก้อนแรก 7 ล้าน บาทไปแจกให้ครอบครัวละ 5,000 บาท สร้างรอยยิ้มท่ามกลางความทุกข์ระทมของผู้ประสบภัย

“บิณฑ์” แจกต่ออีกพันครอบครัว

ต่อมาเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่แมนชั่นริมถนนวารินชำราบ-ศรีสะเกษ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ใช้เป็นจุดรวมพลหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อหารือแนวทางการช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม และแจกเงินให้ผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5,000 บาท นายบิณฑ์ให้สัมภาษณ์หลังหารือว่าแนวทางการแจกเงินจะขอให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปสำรวจรายชื่อผู้เดือดร้อนที่มีถิ่นที่อยู่และบัตรประจำตัวประชาชนมายืนยันชัดเจน จากนั้นมูลนิธิร่วมกตัญญูจะมอบบัตรของมูลนิธิฯให้ผู้ประสบภัย จึงสามารถรับเงินได้ วันนี้เตรียมไปมอบประมาณ 3-4 จุด จำนวนกว่า 1,000 ครอบครัว การช่วยเหลือจะเริ่มชุมชนรอบๆ อ.เมืองและวารินชำราบก่อน ส่วนอำเภอรอบนอกจะเข้าช่วยช่วงต่อไป และเงินจำนวนนี้ต้องถึงมือผู้ประสบภัยทุกครอบครัว

แปดโมงครึ่งยอดเงินพุ่ง 231 ล.

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวว่า ส่วนยอดบริจาคที่เข้ามาช่วงเวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 17 ก.ย. อยู่ที่กว่า 231 ล้านบาท และยังไม่ปิดรับบริจาค เพราะหลังน้ำลดชาวบ้านยังคงต้องได้รับความช่วยเหลือต่อไป เพราะพวกเขาอาจสิ้นเนื้อประดาตัว และยังมีความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้ามาทดแทนที่เสียหายไป เงินก้อนนี้จะช่วยทดแทนได้เป็นอย่างดี จึงยังไม่ปิดรับการบริจาค หลังจากช่วยเหลือเสร็จสิ้นแล้วมีเหลือจะให้ลงมติว่าจะให้นำไปใช้อย่างไรบ้าง ตนจะไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วนมาตรการตรวจสอบคนสวมรอยเข้ามาขอรับเงินแจกนั้นมีการตรวจสอบตลอดผ่านผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าพบความผิดปกติก็จะให้ผู้นำชุมชนเข้ามาดูว่าเป็นชาวบ้านถูกน้ำท่วมจริงหรือไม่ นอกจากช่วยเหลือพี่น้องชาวอุบลราชธานีเงินก้อนนี้ยังคงมีเหลือก็จะนำไปช่วยผู้ประสบภัยที่ จ.ยโสธร และร้อยเอ็ด ต่อไป

ถูกเชิญไปรับบริจาคกับนายกฯ

“ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับการประสานจากทางโฆษกรัฐบาลให้ผมเข้าร่วมรับโทรศัพท์รายการพิเศษของทางรัฐบาลเพื่อรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ผมต้องอยู่ช่วยผู้ประสบภัยที่อุบลฯ จึงมอบให้ นายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ ไปร่วมรับโทรศัพท์รับเงินบริจาคกับนายกรัฐมนตรี และยืนยันไม่มีเจตนาทำอะไรข้ามหน้าข้ามตารัฐบาล แต่ทำด้วยใจบริสุทธิ์ เมื่อมาช่วยชาวบ้านเหมือนความช่วยเหลือยังไม่ทั่วถึง เพราะชาวบ้านได้รับแต่ข้าวสารอาหารแห้ง จึงคิดว่าน่าจะเอาเงินไปช่วยเหลือด้วยก็เลยเบิกเงินส่วนตัวไปช่วยจำนวน 1 ล้านบาท เมื่อชาวบ้านได้รับเงินเขาก็รู้สึกมีความสุข เหมือนที่นายกรัฐมนตรีแจกเงินให้ไปเที่ยวคนละ 1,000 บาท ก็น่าจะมาแจกช่วยชาวบ้านที่โดนน้ำท่วมด้วย ผมคิดเพียงแค่นั้นจริงๆ” บิณฑ์กล่าวย้ำ

แจ้งเอาผิดปลอมบัญชีบริจาค

ต่อมาบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เข้าพบ พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผกก.สภ.วารินชำราบ เพื่อเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกรณีมีมิจฉาชีพนำโพสต์รับบริจาคที่โพสต์ไว้ไปตัดต่อเปลี่ยนเลขบัญชีใหม่เป็นของหญิงสาว ใน จ.ลพบุรี สำหรับการแจ้งความครั้งนี้ ได้ดำเนินคดี 2 บัญชีธนาคาร ขณะนี้ตำรวจทราบตัวแล้ว อยู่ระหว่างประสานพื้นที่นำตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนายบิณฑ์กล่าวว่า เบื้องต้นทีมงานทราบตัวและเจอตัวเจ้าของบัญชีแล้ว แต่ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนปลอมแปลงแต่เป็นญาติ ทั้งนี้ขอให้เป็นในส่วนของกฎหมายดำเนินการ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าตำรวจส่งหมายเรียกหญิงสาวที่เปลี่ยนเลขบัญชีมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 ก.ย.นี้

จ่อเอาผิด 2 สาวแจ้งเท็จ–ฉ้อโกง

ด้าน พ.ต.ท.รตนดล แหวดกระโทก สว. (สอบสวน) สภ.หนองม่วง จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า กรณีมีหญิงสาววัยรุ่น 2 คนอายุ 14 ปี และ 16 ปี ลูกพี่ลูกน้องกันปลอมบัญชีธนาคารของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และมีการแจ้งความดำเนินคดีพร้อมกับสารภาพกับบิณฑ์ว่าปลอมบัญชีจริง และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งสองมาพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองม่วง เพื่อลงประจำวันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่รู้เรื่อง ล่าสุดตำรวจทำหนังสือถึงธนาคารออมสิน และทำเรื่องถึง ปอท. ช่วยตรวจสอบพบว่ามีเงินโอนเข้ามาบัญชีธนาคารออมสินวันที่ 16 ก.ย. กว่า 20 ครั้ง แต่จำนวนเงินไม่มาก และมีการกดเงิน 2 ครั้ง ขณะนี้ตำรวจเก็บรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้วเพื่อสอบสวนเอาผิดในข้อหาแจ้งความเท็จ และหากทำผิดปลอมเฟซบุ๊กเพื่อรับบริจาคเงินจริงก็จะโดนข้อหาฉ้อโกงอีกข้อหา

เบิกอีก 5 ล.–ส่งถึงมือผู้อพยพ

ในช่วงสายวันเดียวกัน นายบิณฑ์เดินทางไปเบิกเงินสด 5 ล้านบาทจากธนาคารกสิกรไทย สาขาวารินชำราบ จากนั้นนำคณะเดินทางด้วยรถยนต์ไปแจกเงินให้กับผู้ประสบภัยที่จุดอพยพศาลาชุมชนบ้านปากกุดหวาย และชุมชนหนองกินเพล ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จำนวน 1,000 ครอบครัว ครอบครัวละ 5,000 บาท โดยมี “โดม-ปกรณ์ ลัม” นักร้องหนุ่ม และ “ทับทิม-อัญรินทร์” นักแสดงสาวร่วมแจกเงินถึงมือ สร้างความดีอกดีใจให้กับชาวบ้าน เป็นอย่างมาก ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ดีใจที่บิณฑ์นำเงินมาช่วยผู้ประสบภัย เหมือนเป็นฮีโร่ที่ช่วยให้คนอุบลฯพ้นจากความทุกข์ยากช่วงน้ำท่วม สำหรับชุมชนบ้านปากกุดหวายถือเป็นชุมชนที่ถูกแม่น้ำมูล เอ่อท่วมเป็นจุดแรกๆ และน้ำลดเป็นจุดสุดท้าย เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุด

ยายพิการซึ้งคนไทยไม่ทิ้งกัน

นางสาคร ช่างคำ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ชุมชนบ้านปากกุดหวาย ต.หนองกินเพล 1 ในผู้อพยพ ที่พิการเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ต้องนั่งรถเข็นมารับเงิน เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ที่บ้านถูกน้ำท่วมสูงต้องหนีมาอาศัยอยู่จุดอพยพ ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก แม้จะมีคนนำอาหารการกินมาให้ แต่ไม่มีเงิน ทำให้จะไปซื้อหาอะไรส่วนตัวที่จำเป็นก็ไม่ได้ แต่พอบิณฑ์ เอาเงินมาแจกให้ครอบครัวละ 5,000 บาท ก็รู้สึกดีใจมาก ต้องขอบคุณบิณฑ์และคนไทยที่บริจาคเงินมาช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม อยากให้น้ำแห้งเร็วๆ จะได้กลับเข้าไปอยู่บ้าน เพราะอายุมากแล้วและ ยังพิการนั่งรถเข็น ทำให้อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพลำบาก เพราะไม่มีห้องน้ำ จะไปเข้าร่วมกับคนทั่วไปก็ไม่ค่อยสะดวก

เปลี่ยนใจร่วมรายการรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงานลงพื้นที่แจกเงินให้กับผู้ประสบอุทกภัยตามชุมชนต่างๆ ปรากฏว่า ช่วงเย็นบิณฑ์ ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อร่วมรับโทรศัพท์ตามคำเชิญของรัฐบาลที่จัดรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 และเครือข่ายทั่วประเทศ เวลา 19.30 น. วันเดียวกัน หลังจากก่อนหน้านี้มอบหมายให้เอกพัน บรรลือฤทธิ์ น้องชายฝาแฝดไปแทนโดยมีเครื่องบินกองทัพบกมารับถึง จ.อุบลราชธานี ขณะที่ยอดเงินบริจาคจนถึงเวลา 19.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ได้แล้วกว่า 286 ล้านบาท

เร่งผลักดันน้ำมูลลงลำน้ำโขง

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี เวลา 06.00 น. วันที่ 17 ก.ย. วัดได้ 115.60 ม.รทก. ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกัน วันที่ 16 ก.ย. 16 ซม.อัตราการไหล 4,710.00 ลบ.ม.ต่อวินาที นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.อุบลราชธานี เผยว่า กรมชลประทานติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำใต้สะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร และใต้สะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.โขงเจียม รวม 160 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขงตลอด 24 ชม. กรมชลประทานจะติดตั้ง เพิ่มอีก 100 เครื่อง ที่สะพานโขงเจียม รวมเป็น 260 เครื่อง ส่งผลให้แม่น้ำมูลลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่น้ำท่วมจาก 14 อำเภอ ขณะนี้คลี่คลายแล้ว เหลือ 11 อำเภอ และมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 5 อำเภอ คือ เมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ สว่างวีระวงศ์ ตาลสุม และพิบูลมังสาหาร

แพทย์ทหารลงเรือรักษาผู้ป่วย

ขณะที่ทหารศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า นำโดย พ.อ.กิตติพงษ์ พุทธิมณี ผู้บังคับการกรมพัฒนา 2 นำทีมแพทย์เคลื่อนที่จาก รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ลงเรือไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ห่างไกลที่ยังไปไม่ทั่วถึงที่วัดศรีโนนยาง ต.แจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี พร้อม รักษาพระอธิการโลน พุทธยาโณ อายุ 82 ปี เจ้าอาวาสที่อาพาธ และตรวจรักษาชาวบ้านอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่ในพระอุโบสถ 5 ครัวเรือน พร้อมพระลูกวัด 2 รูป และสามเณรอีก 2 รูป ส่วนใหญ่พบผู้ประสบภัยมีภาวะเครียดจากน้ำท่วมขัง และเป็นโรคเท้าเปื่อย เนื่องจากเดินลุยน้ำตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกันพบว่าน้ำท่วมขังบริเวณวัดเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว ทั้งนี้แพทย์ทหารจะออกลาดตระเวนทางเรือทุกวัน เพื่อติดตามอาการผู้ป่วยและป้องกันโรคระบาดอย่างใกล้ชิด

“ฟ้าใส” มิสยูนิเวิร์สฯให้กำลังใจ

สายวันเดียวกัน “ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 พร้อมเพื่อนสาวงามและกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สหพันธ์สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยที่จุดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยข้างศาลหลักเมือง ถนนอุปราช ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี น้องฟ้าใส และคณะสาวงามยังร่วมสับมะละกอตำส้มตำซึ่งมีผู้ใจบุญซื้อไปในราคาจานละ 1 พันบาท เพื่อนำเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากนั้นช่วงบ่ายคณะมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ไปมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ที่จุดอพยพวัดใต้ พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และนั่งรถทหารข้ามสะพาน 200ปีรัตนโกสินทร์ ผ่านจุดน้ำท่วมถนนไปฝั่ง อ.วารินชำราบ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจจุดอพยพชุมชนวัดวารินและชุมชนกุดปลาขาวที่ประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก

“อั้ม–อธิชาติ” แจกเงินผู้อพยพ

ด้าน “อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์” นักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี เข้าเยี่ยมผู้ประสบภัยที่จุดอพยพชุมชนบูรพา 2 เชิงสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี หลังแม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม บางหลังน้ำสูงกว่า 3 เมตรมิดหลังคา “อั้ม-อธิชาติ” เผยว่า ได้พูดให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ต่อสู้และอดทน พวกเราจะคอยเป็นกำลังใจให้ขาดเหลืออะไรก็บอกผ่านนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีได้ วันนี้ร่วมกับเพื่อนๆรวบรวมเงินมา 1.5 แสนบาทมามอบให้ผู้เดือดร้อนคนละ 200 บาทและเด็กคนละ 100 บาท พร้อมถุงยังชีพเพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยๆ โดยอั้มพูดติดตลกว่าจะเอาเงินไปใช้ซื้ออะไรก็ได้อยากให้ซื้อในสิ่งที่จำเป็นแต่อย่าเอาไปซื้อหวย

“สุดารัตน์” นำทีมเกาะติดพื้นที่

ที่ศูนย์อพยพบ้านคูเดื่อ เทศบาลเมืองแจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากนั้นลงเรือท้องแบน เข้าไปภายในหมู่บ้านเพื่อเยี่ยมประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่บนชั้น 2 อีกหลายร้อยคน แม้ว่าระดับน้ำมูลจะลดลงเรื่อยๆแต่บางจุดน้ำยังท่วมสูงกว่า 2 เมตร เสร็จแล้วไปเยี่ยมศูนย์อพยพบ้านทัพไทย มีประชาชนได้รับผลกระทบหนีน้ำมาอาศัยกว่า 500 คน

“บิ๊กตู่” ควัก 1 แสนช่วยชาวบ้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ร่วมบริจาคเงินส่วนตัว 100,000 บาท เพื่อเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยวันนี้เวลา 19.30 น.เป็นต้นไป รัฐบาลจัดรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ถ่ายทอดสดผ่านช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 และเครือข่ายทั่วประเทศ นายกฯ และ ครม.จะไปร่วมรับบริจาค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจัดสรรเงินงบประมาณหรือเงินบริจาคลงในแต่ละพื้นที่ต้องดูให้ละเอียดและรอบคอบ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์กฎระเบียบต่างๆ แต่ละครอบครัวอาจได้รับเงินช่วยเหลือไม่เท่ากันต้องดูว่าเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน และแม้บางคนไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ต้องให้ความช่วยเหลือเต็มที่ แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อได้เงินบริจาคมาแล้วเราจะนำไปบริจาคทั้งหมดภายในครั้งเดียว

โต้เสียงวิจารณ์–ไม่ได้คิดช้า

ต่อมาเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุม ครม. กรณีรัฐบาลถูกวิจารณ์คิดช้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า คิดช้ายังไงคิดล่วงหน้ามาตลอด ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม การป้องกันต่างๆ แต่ครั้งนี้ 5 วันฝนตกถึง 500 มิลลิเมตร ต้องแก้ไขตามสถานการณ์ ตอนนี้เร่งรัดทุกกระทรวง หลายหน่วยงานลงไปหมดแล้ววางแผนทำงานร่วมกัน ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งหมดคิดล่วงหน้าไม่เช่นนั้นจะสับสนอลหม่านกว่านี้ การลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนตนก็ได้ลงไปแล้วได้เห็นสภาพ นึกภาพออกตลอด มีรายงานผ่านระบบออนไลน์เข้ามาตลอด ได้ติดตามภารกิจที่ได้มอบหมาย งบฯจังหวัดไม่เพียงพอก็ขอขึ้นมา รัฐบาลพร้อมดูแล แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ จะไปแจกกันเลยคงไม่ได้ ใช้จ่ายงบฯต้องระวังเพราะมีตรวจสอบภายหลัง

ขอฝ่ายค้านอย่ามาโจมตีกัน

เมื่อถามว่ามีการมองว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นการแย่งชิงพื้นที่พรรคการเมือง นายกฯตอบว่า ส่วนของพรรครัฐบาลเป็นหน้าที่ต้องลงไปอยู่แล้วในพื้นที่ที่รับผิดชอบ รองนายกฯรับผิดชอบเป็นภาคและกลุ่มจังหวัด ส่วนฝ่ายค้านก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ไม่อยากไปทะเลาะ แต่ขอให้เข้าใจว่าการช่วยเหลือส่วนใหญ่ต้องมาจากรัฐบาล การช่วยเล็กๆน้อยๆ ตรงนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าจะมาโจมตีในภาพใหญ่มันก็ลำบาก เมื่อถามถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ร่วมจัดงานเลี้ยงเย็นวันที่ 17 ก.ย. อ้างเพื่อระดมทุนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของเขา เมื่อต้องการนำเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยตนก็ยินดี ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือพรรคการเมือง ถ้าทำเพื่อช่วยประชาชนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น แต่อย่าบิดเบือนให้ร้ายซึ่งกันและกันมันไม่เกิดประโยชน์

ขอบคุณ “บิณฑ์” ร่วมช่วย ปชช.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาคธุรกิจ รวมถึงนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดง ที่เข้าไปช่วยกันทำงาน ทำให้ตนมีความสุขที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมทำงานกับรัฐบาล และช่วงค่ำมีรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” เปิดรับบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัย ขอแรงช่วยกัน ตนจะไปร่วมรับมอบเพื่อนำเงินเหล่านี้ไปสมทบทุนการช่วยเหลือน้ำท่วม เงินส่วนนี้เพื่อนำมาดูแลประชาชนเพิ่มเติม นอกจากในส่วนที่สามารถใช้จ่ายได้ตามกฎหมาย บางอย่างใช้ไม่ได้ก็ใช้เงินบริจาคมาเสริมให้ รัฐบาลมีการจัดสรรงบฯอย่างนี้ ไม่ใช่ไม่ให้อะไรเลย เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ประเมินเสียหาย 2–3 หมื่นล้าน

นายกฯกล่าวอีกว่า ขณะที่ความเสียหายประเมินคร่าวๆในวันนี้ความเสียหายไม่ต่ำว่า 2-3 หมื่นล้านบาท การเกษตรคาดเสียหายเกือบล้านไร่ แสนกว่าครอบครัว รวมตัวเลขมาก็ใกล้กับวงเงินที่เรามีอยู่ โดยมีวงเงินงบฯสำรองจ่ายใช้กรณีจำเป็นและฉุกเฉินที่ปลดล็อกไว้ 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินการเรื่องงบฯมี 3 ขั้นตอน คือ ก่อนเกิดอุทกภัย ระหว่างเกิด และการฟื้นฟู ส่วนงบฯ กลางจะใช้ช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูเป็นหลัก วันนี้ทุกจังหวัดมีงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน ไม่พอก็ขอมาที่รัฐบาล ขอให้เข้าใจว่ามีขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จะไม่ให้อะไรเลย คิดว่าสถานการณ์จะบรรเทาได้ในไม่กี่วันข้างหน้า แล้วเตรียมฟื้นฟู เยียวยาซ่อมแซม ครอบคลุมทุกจังหวัดที่เดือดร้อน จะทำอย่างรัดกุม

แจง “บิณฑ์” บินด่วนร่วมงาน

ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์ไปขอบคุณนายบิณฑ์ และเรียนเชิญไปว่าถ้าหากสะดวกให้มาร่วมงาน “ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ช่อง 9 นายบิณฑ์ตอบกลับมาว่า ถ้าทราบเรื่องตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.จะมาร่วมงาน แต่อยู่ที่ จ.อุบลราชธานีแล้วไม่มีเที่ยวบินจะกลับมาได้ทัน ล่าสุดนายบิณฑ์ ได้โทรศัพท์กลับมาบอกว่ายินดีและสะดวกที่จะเดินทางมาร่วมงานโดยได้หาเที่ยวบินจะกลับมาได้ทัน เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้มีปัญหากับรัฐบาล และเราทุกคนร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้รายงานให้นายกฯทราบถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีการขอให้รวมบัญชีกันเพราะเราแตะต้องไม่ได้ เป็นบัญชีส่วนตัวของนายบิณฑ์

ปชป.ชี้ระดมทุนไม่ใช่ปาร์ตี้

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดงาน “เพื่อนกันตลอดไป รวมน้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม” มี ส.ส.พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมงานที่โรงแรมเดอะสุโกศล ช่วงเย็นวันเดียวกันว่า ไม่ใช่งานรื่นเริง เป็นเพียงการร่วมรับประทานอาหารพร้อมพูดคุยกันว่าจะหาช่องทางรวบรวมเงินบริจาคให้รัฐบาลไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้ามา 1 สัปดาห์แล้ว งานดังกล่าวจะระดมเงินจากทั้ง 2 พรรค โดยไม่ได้ยกกันไปทั้งพรรค ส่วนผู้ที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องผลัดกันไปร่วมรายการพิเศษที่รัฐบาลจัดขึ้นในคืนนี้ด้วย อย่างไรก็ตามไม่มีการตั้งเป้าว่าจะต้องได้ยอดเงินเท่าใด เพราะเป็นการแสดงน้ำใจของคนไทยด้วยกัน ขณะที่รัฐมนตรีทุกคนลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและดูแลประชาชนกันตลอด

“บิ๊กป้อม” ป้องทหารลงพื้นที่

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม จ.อุบลราชธานีว่า จะไปช่วยระดมเงินช่วยน้ำท่วมในรายการ “ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ของรัฐบาล และสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงข่าวทุกวัน เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อถามว่าขณะนี้มีความไม่เข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วนลงพื้นที่ โดยเฉพาะทหาร 4,000 คนลงไป เพื่อทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่ว่าไม่ทำ เขาทำทุกอย่าง ปภ.ก็ลงไป เมื่อถามถึงกรณีมีคนต้องการบริจาคเงินผ่านนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มากกว่ารัฐบาลเพราะห่วงเงินไปถึงประชาชนช้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลทำให้กับประชาชนทั้งนั้น เวลานี้ก็ทำทุกอย่างให้ประชาชน

“บิ๊กป๊อก” เน้นทำงาน–ไม่แก้ตัว

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสานยังคงมีน้ำท่วมหนัก 4 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่แบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้ปลัดอำเภอลงไปดูแลเรื่องการกินการอยู่ การส่งอาหารไปยังประชาชนที่ยังไม่ยอมย้ายออก รวมถึงการสัญจร ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดว่าขอให้ปรับแผนให้ดี การดูแลให้ลงรายละเอียดมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ถ้ามีปัญหาอะไรต้องพยายามสอบถามประชาชน ผวจ.รับเรื่องนี้ไว้แล้ว ดังนั้นเราไม่ต้องหาข้อแก้ตัว หากมีคนไม่ได้รับการดูแลทางพื้นที่ต้องมีแผนดำเนินการ ส่วนอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงคือสุขาขณะนี้มีการระดมรถสุขาเคลื่อนที่มาจากหลายจังหวัด เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ขอยืนยันว่าทุกคนตั้งใจทำงาน อาจมีหลุดหูหลุดตาไปบ้าง แต่พยายามจะทำให้ดีที่สุด

ยันเสบียงพออพยพสัตว์เลี้ยง

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ได้กำชับตั้งแต่เริ่มน้ำท่วมแล้วให้เตรียมเสบียงอาหารสัตว์ที่เตรียมไว้ให้วัวควายหมูหมาและแมวเอาไว้แล้วและยารักษาโรคในถุงเสบียงที่ดำเนินการมาเป็นเดือนแล้วให้กระจายทุกจุดทุกที่โดยให้อำเภอเข้าไปดูแลใกล้ชิดยืนยันว่าอาหารมีเพียงพอ คาดว่าจะอยู่ได้ประมาณ 15-20 วัน จากนั้นนำเข้าไปเพิ่มเติมได้ ส่วนข้อกังวลโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์เราจะลงพื้นที่ภาคอีสานเพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการทำงานในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในวันที่ 23 ก.ย. และ 26 ก.ย.

จัดมินิคอนเสิร์ตช่วยอีกแรง

ที่หน้าลิโด้คอนเนค สยามสแควร์ เย็นวันเดียวกัน เครือข่ายศิลปินดีเจฮีโร่ไทยแลนด์ ประกอบด้วย ดีเจ นักร้อง นักดนตรี อาทิ ปู แบล็คเฮด, เอ๊ะ จิรากร ตุล ปั๊ม อพาร์ตเมนต์คุณป้า วง The Buffalo Project Oke Jakaphatchara, Pop Sound The Ska Flim Team, Kai Keyboard Mafia Daisy Daisy และ Secret 12 ฯลฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตการกุศล แสดงดนตรีในรูปแบบอะคูสติกเปิดหมวกหารายได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.อุบลราชธานี และยังมีศิลปินอย่างพลพล พลกองเส็ง นำสิ่งของมาร่วมประมูลในงานเพื่อสมทบทุน ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นายพีระวัฒน์ มานะมนตรีกุล ผู้ประสานงานกลุ่มดีเจฮีโร่ไทยแลนด์ กล่าวว่า รายได้ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาควันนี้ ไม่มีการหักค่าใช้จ่าย และจะนำส่งผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าเงินได้ถูกนำไปใช้ในการช่วยเหลือถึงมือพี่น้องชาวอุบลราชธานีจริงๆ

ลูกค้า ธ.ก.ส.กระทบ 1 ล้านราย

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ประเมินลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสานแล้วมีจำนวน 1 ล้านครัวเรือน เบื้องต้น ธ.ก.ส.เข้าไปช่วยเหลือผ่านการแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร และตั้งศูนย์บรรเทาความเดือดร้อนและจะเร่งประเมินความเสียหายและช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆที่ ธ.ก.ส.ออกได้ไปก่อนหน้านี้ ทั้งขยายระยะเวลาชำระหนี้ 1 ปี ให้เงินกู้ฉุกเฉิน และเงินกู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพและซ่อมแซมบ้านเรือนในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับวงเงินของมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมอยู่ที่ 55,000 ล้านบาท เบื้องต้นมีเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาขอใช้วงเงินไปราว 3,000 ล้านบาทเท่านั้น อย่างไรตาม หากวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ธ.ก.ส.ก็พร้อมที่จะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ

ปชป.–ภท.ร่วมสมทบกว่า 11 ล้าน

เวลา 18.30 น. ที่โรงแรมสุโกศล ถนนศรีอยุธยา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปร่วมงาน “เพื่อนกันตลอดไป ร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” พร้อมนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์กล่าวตอนหนึ่งว่า โอกาสดีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยมีโอกาสพบปะกันในฐานะพรรคร่วมรัฐสภาและพรรคร่วมรัฐบาลกันมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อจะสร้างความผูกพันให้แน่นแฟ้น สำคัญที่สุดได้ร่วมกันทำความดีสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานจึงระดมเงินเพื่อเป็นพลังน้ำใจนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยต่อไป เสร็จงานนี้เราจะไปที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท เพื่อมอบให้กับนายกฯและจะช่วยกันรับโทรศัพท์รับเงินบริจาค ทั้งนี้ ทั้งสองพรรคร่วมบริจาคเงิน พรรคละ 5,600,000 บาท รวมเป็น 11,200,000 บาท

นายกฯนำ ครม.–ดารารับบริจาค

เมื่อเวลา 20.00 น. ที่อาคารปฏิบัติการวิทยุ โทรทัศน์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดารา นักร้อง นักแสดง รวมถึงนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดัง และอาสากู้ภัย ร่วมรับมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านรายการพิเศษ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” จัดโดยสำนักนายกฯ อสมท และกรมประชาสัมพันธ์ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยนายกฯพร้อม ครม.ร่วมรับบริจาคเงินด้วยตนเอง และร่วมรับโทรศัพท์หมายเลขพิเศษ 30 คู่สาย โทร. 0-2354-0101 ณ ห้องส่ง 5 อาคารปฏิบัติการวิทยุโทรทัศน์ บมจ.อสมท เพื่อนำเงินสมทบเข้า “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกฯ” บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 โดยเมื่อเวลา 20.00 น. จำนวน 216,353,309 บาท

“บิณฑ์” ปัดร่วมงานรัฐตามใบสั่ง

ด้านนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่เดินทางมาร่วมรายการพิเศษ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” ให้สัมภาษณ์ว่า เดินทางมาจาก จ.อุบลราชธานี ด้วยสายการบินนกแอร์ที่ให้บริการฟรีทั้งหมด เพียงแต่ห่วงภารกิจต้องแจกของให้ประชาชน เป็นจังหวะพอดี ที่นายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ มากรุงเทพฯ จึงขอให้มาช่วยรับโทรศัพท์ แต่นายเอกพันติดถ่ายละครทำให้ไม่ว่าง จึงคิดว่าน่าจะลงมาเพราะมีอะไรหลายอย่าง เพื่อให้เห็นว่าตนไม่มีอะไร อยากมาช่วย ประชาชนจริงๆ เมื่อถามว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้บังคับให้มาใช่หรือไม่ นายบินฑ์กล่าวว่า “คนอย่างผม ไม่มีใครมาบังคับผมได้ ผมมาด้วยใจ ผมอยากมาช่วยส่วนรวมจริงๆ ไม่ได้มีอะไรกับใคร ไม่มีใครมาบังคับผมเลย”

ยืนยันยอดเงินกว่า 300 ล.

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสดราม่ากับรัฐบาล อยากชี้แจงอย่างไร นายบิณฑ์กล่าวว่า สิ่งที่ทำอยู่บริสุทธิ์ใจมาก ตนกับนายกฯหรือรัฐบาลไม่ได้มีอะไรเลย เพียงแต่ต้องการอยากสะท้อนภาพที่ได้ไปเห็นมากับประชาชนที่อยู่ตรงนั้น และขอช่วยก่อน ถ้าเป็นระบบทางราชการอาจจะช้า ต้องมีการตรวจสอบ ตนเชียร์นายกฯลุงตู่มาตลอด ไม่มีอะไรเลยที่เป็นเรื่องการเมือง ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจกับนายกฯ เมื่อเจอคงเข้าไปกราบ ท่านก็รู้ว่าไม่มีเจตนาอะไรทั้งนั้น ตนมาในนามศิลปินดารา ไม่ได้มาเพราะมีอะไรเป็นอย่างอื่นหรือโดนบังคับ อยากให้สบายใจกันทุกคน ขณะนี้ได้มอบเงินส่วนตัวให้ทาง จ.อุบลฯ 1,700,000 บาทแล้ว ส่วนเงินในรายการของรัฐบาลเป็นหน้าที่นายกฯ เงินของตนที่รับบริจาคมาจะมาร่วมกับรัฐบาลหรือไม่ ขอคิดดูก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ขณะนี้ยอด 300 ล้านบาทเข้าไปแล้ว แต่รับรองว่าโปร่งใสแน่นอน และที่มีการแอบอ้างบัญชีโดนจับหมดแล้ว เห็นใจเพราะบางกลุ่มเป็นแค่เยาวชน

น้ำใจคนไทยหลั่งไหลกว่า 246 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้กล่าวในรายการว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ จากพายุโซนร้อน “โพดุล” และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลพยายามทุกวิถีทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก้าวพ้นวิกฤติ แต่ภาครัฐเพียงลำพังอาจไม่สามารถทำงานได้ทันความต้องการของประชาชน ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ จึงได้จัดรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วม” จึงขอเชิญชวนร่วมกันบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม เข้า “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” ทั้งนี้ก่อนเริ่มรายการนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายกฯครู่หนึ่งที่ห้องรับรอง ในรายการนายบิณฑ์ได้นั่งรับโทรศัพท์ร่วมกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ณ เวลา 21.00 น. ยอดเงินบริจาคอยู่ที่ 246,665,931 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์รับบริจาคน้ำท่วมอุบลราชธานียอดบริจาคช่วยน้ำท่วมข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้