ข่าว
100 year

จับได้-โทษหนักโจรน้ำท่วม ซํ้าเติมคนอุบลฯ อ่วม 5 อำเภอยังจม เร่งดันนํ้าลงแม่โขง (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.ย. 2562 05:05 น.
SHARE

หลายหน่วยงานระดมกำลังช่วยชาวอุบลฯ หลังแม่น้ำมูลไหลทะลักเข้าพื้นที่ กรมชลฯตั้งศูนย์ อุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) ตำรวจตรวจเข้มโจรขโมยของ แจ้งเตือนโทษหนักขึ้น กาฬสินธุ์แม่น้ำไหลเชี่ยวเฝ้าระวัง 5 อำเภอ ขณะที่ “บิ๊กตู่” โพสต์เป็นห่วงชาวบ้าน ส่วน “วราวุธ” เตรียมนำทีมลุยช่วยน้ำท่วม กรมอุตุฯแจ้งอีสานใต้และภาคกลางมีฝนตกเพิ่มขึ้น

ภาคอีสานยังประสบภัยน้ำท่วมหลายจังหวัด หลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ธารน้ำใจหลั่งไหลบริจาคสิ่งของช่วยชาวอีสาน ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มทรงตัว เร่งผลักดันน้ำลงสู่ลำน้ำโขง

“สมเด็จพระสังฆราช” เป็นห่วงชาวบ้าน

เช้าวันที่ 14 ก.ย. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของ มส. นำคณะสงฆ์ พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เดินทางไปยังวัดท่ากกแห่ อ.เมืองอุบลราชธานี ศูนย์พักพิงบริเวณถนนเข้าหาดคูเดื่อ อ.เมืองอุบลราชธานี วัดบ้านช่างหม้อ อ.วารินชำราบ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเทศบาลคำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ และโรงครัวพระราชทาน อ.วารินชำราบ จากนั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์พร้อมคณะสงฆ์ และนายเทวัญเข้าพบเจ้าคณะผู้ปกครอง ระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอและพระเลขานุการฯ จากอำเภอที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่วัดมณีวนาราม อ.เมืองอุบลราชธานี และมอบเครื่องสมณบริโภค กัปปิยภัณฑ์ วัดที่ประสบอุทกภัย พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน

ภิกษุและสามเณรกระทบ 691 รูป

นายเทวัญกล่าวว่า รับการรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ผลกระทบของพายุโซนร้อนโพดุลและพายุคาจิกิ เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน รวมถึงพระสงฆ์ที่ต้องเดินลุยน้ำออกมาจากวัดเพื่อรับบิณฑบาต อีกทั้งบริเวณภายในวัดยังได้รับความเสียหาย จากการสำรวจพบว่ามีจำนวนวัดที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 97 แห่ง ภิกษุและสามเณรได้รับผลกระทบ 691 รูป สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้นคณะสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งศูนย์ร่วมรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่วัดมณีวนาราม อ.เมืองอุบลราชธานี ล่าสุดรับรายงานจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุบลราชธานี ว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลดลง 4 ซม. หากไม่มีปริมาณน้ำฝนเพิ่ม คาดว่าจะลดลงเรื่อยๆ จนกลับสู่ภาวะปกติ

เร่งดันน้ำมูลลงแม่น้ำโขง

ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.ย. นายสัมพันธ์ เดือนศิริรัตน์ ผอ.โครงการชลประทาน อุบลราชธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำมูลที่ไหลผ่านสถานีวัดระดับน้ำ M7 เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 13 ก.ย. พบว่า ระดับน้ำอยู่ที่ 10.97 เมตร มีอัตราการไหล 5,265 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำทรงตัว แต่ยังทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนเป็นวงกว้าง เพื่อเป็นการแก้ปัญหา กรมชลประทานส่งเครื่องผลักดันน้ำมาเสริมที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร 60 เครื่อง และจะติดตั้งเพิ่มอีก 60 เครื่องที่ อ.โขงเจียม ช่วยเร่งระบายน้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงจุดละ 7.2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้น้ำที่ อ.วารินชำราบ อ.เมืองอุบลราชธานี อ.ตาลสุม อ.ดอนมดแดง และ อ.พิบูลมังสาหาร ลดลงตามลำดับ สำหรับความเสียหายในภาพรวมขณะนี้มีพื้นที่ความเสียหายอยู่ที่ 25 อำเภอ 159 ตำบล 1,123 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 27,176 ครัวเรือน 107,714 คน คาดภายใน 2 สัปดาห์สถานการณ์จะคลี่คลาย และผู้ประสบภัยจะกลับบ้านได้ภายใน 1 เดือน

ตั้งศูนย์อุทกภัยลุ่มน้ำชี–มูล

ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) ที่สำนักงานชลประทานที่ 7 จ.อุบลราชธานี นายทองเปลวกล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องชาวอุบลราชธานี ที่กำลังประสบกับอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ สั่งการให้กรมชลประทาน จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) ไว้สำหรับใช้เป็นศูนย์บัญชาการ และบูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานี พร้อมทั้งติดตามการทำงานของเครื่องผลักดันน้ำบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร จำนวน 60 เครื่อง และสะพานปากมูล อ.โขงเจียม จำนวน 60 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น

ออกตรวจปราบโจรขโมยของ

ด้าน พ.ต.ท.อัครพงษ์ สอนสุภาพ สวป.สภ.เมืองอุบลราชธานี พร้อมทหารจาก มทบ.22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ นำเรือเร็วออกตรวจสอบความสงบเรียบร้อยบริเวณริมแม่น้ำมูลฝั่งเทศบาลเมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ เพื่อป้องกันคนร้ายออกมาตระเวนลักทรัพย์ภายในบ้านเรือนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย พ.ต.ท.อัครพงษ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ออกตรวจทางเรือ เน้นในเรื่องของการโจรกรรมทรัพย์สินของผู้ประสบอุทกภัย ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนที่นอนเฝ้าบ้านถูกน้ำท่วม เส้นทางการเฝ้าระวังจะอยู่ชุมชนริมน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่ท่าน้ำตลาดใหญ่ สะพาน 200 ปี ชุมชนหาดวัดใต้ ฝั่ง อ.วารินชำราบ ชุมชนท่าบ่งมั่ง ชุมชนดีงาม หาดสวนยา และบริเวณบุ่งกาแซว ระยะทางประมาณ 10 กม. เพื่อความปลอดภัยของประชาชนจนกว่าเหตุการณ์จะปกติ

แม่ทัพน้อยที่ 2 ส่งกำลังช่วยชาวบ้าน

พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพน้อยที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พ.อ.เวิน จำปาสา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 พ.อ.วิชิต มักการุณ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 ลงเรือเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลวารินชำราบ ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำมูลไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ระดับน้ำสูงมิดหัว ชาวบ้านต้องอพยพสิ่งของมีค่าไปอยู่จุดอพยพชั่วคราว เหลือเพียงผู้ชายเฝ้าบ้านอยู่ชั้น 2 เพื่อดูแลทรัพย์สิน จากนั้นทหารไปถวายน้ำดื่มให้กับพระที่วัดหาดสวนยา อ.วารินชำราบ พร้อมนำรถบรรทุกยกสูงจำนวน 16 คัน และกำลังพล 100 นาย อำนวยความสะดวกรับส่งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เดินทางไปกลับระหว่าง อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ เนื่องจากเส้นทางน้ำท่วมสูงถึงเอว

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 5 อำเภอ

ที่ จ.กาฬสินธุ์ สถานการณ์ตามลำน้ำสายหลักพบว่า ฝนตกลงมาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ระดับน้ำตามลำน้ำหลายต่างๆ เริ่มลดลง โดยเฉพาะลำน้ำชีในพื้นที่ ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ระดับน้ำลดลงอีกประมาณ 30 ซม. กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่น ชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันเฝ้าระวังตลอดเวลา ด้านนายโสภณ เจริญพร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำตามลำน้ำสายหลัก ทั้งแม่น้ำปาวและแม่น้ำชีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีฝนตกลงมาซ้ำในพื้นที่ แต่ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอยู่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย อ.ร่องคำ อ.กมลาไสย และ อ.ยางตลาด กระแสน้ำยังคงไหลเชี่ยว เสี่ยงน้ำกัดเซาะคันพนังกันลำน้ำ ขณะนี้จัดชุดเฝ้าระวังตลอดแนวกั้นแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง คาดว่าแนวโน้มสถานการณ์น้ำจะลดลงต่อไป หากไม่มีสถานการณ์ซ้อน เช่น มีฝนตกหนักหรือมีพายุเข้ามาพื้นที่ จะทำให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ และเร่งการฟื้นฟูเป็นลำดับต่อไป

โฆษก ตร.เตือนขโมยของโทษหนัก

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวว่า พื้นที่ประสบอุทกภัย 5 จังหวัด คือยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด เมื่อมีการอพยพของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้าไปจัดระบบในพื้นที่อพยพ พื้นที่ปลอดภัยในการรองรับประชาชน รวมทั้งดูแลเส้นทางหลัก เส้นทางรองต่างๆ ในการเดินทาง ประการสำคัญคือ ต้องจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ สถานที่สำคัญต่างๆ ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนที่อพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย นอกจากนี้เชิญชวนข้าราชการตำรวจและประชาชนจิตอาสา เข้ามีส่วนร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ตามทักษะและความถนัด มิจฉาชีพที่จะอาศัยจังหวะเกิดอุทกภัยเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านเรือนผู้ประสบภัย กรณีนี้จะต้องได้รับโทษหนักขึ้น เพราะถือเป็นการซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 -100,000 บาท แต่หากกระทำความผิดอันมีลักษณะอื่นเพิ่มเติม ต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อที่สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทุกแห่ง

“บิ๊กตู่” โพสต์เป็นห่วงชาวบ้าน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ลงเฟซบุ๊กแสดงความห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า “ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผมกำชับหน่วยงานต่างๆ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง เร่งจัดชุดบรรเทาสาธารณภัย ชุดหมอเดินเท้าเข้าดูแลผู้ได้รับผลกระทบ จัดรถเคลื่อนย้าย เรือท้องแบน เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือต่างๆเข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน ต้องการความช่วยเหลือโทรสายด่วน 1784 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ”

“วราวุธ” นำทีมลุยน้ำท่วมอุบลฯ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เตรียมนำคณะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อดูสถานการณ์น้ำท่วมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ และยารักษาโรคที่จำเป็นเบื้องต้นในวันที่ 15 ก.ย. แต่หัวใจสำคัญคือแผนฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม กระทรวงทรัพย์ฯมีนโยบายส่งเสริมให้กักเก็บน้ำทั้งแบบบนดินและใต้ดิน จะแนะนำให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ถึงแนวทางการเก็บน้ำใต้ดินอย่างถูกต้อง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีพื้นที่ใดที่อยู่ในเขตป่าไม้หรืออุทยาน เราจะเข้าไปฟื้นฟูดูแลความสมบูรณ์ของป่าให้กลับมามีความเขียวขจีดังเดิม

เปิดจุดพักพิงช่วยผู้ประสบภัย

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่ จ.อุบลราชธานี สั่งให้ผู้บริหาร ม.อุบลราชธานีและ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี เปิดเป็นจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ ยังจะมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ประสบภัย และจัดเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือชาวบ้านด้วย ที่สำคัญ อว. จะระดมเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปช่วยผู้ประสบภัย รวมทั้งเตรียมการป้องกันในครั้งหน้า เพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์หลังน้ำท่วม และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ ตนไปติดตามการทำงานของวอร์รูมเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.)

ปชป.ไม่ทอดทิ้งประชาชน

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคระดมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานทุกช่องทาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ย้ำในที่ประชุม ส.ส.ทุกครั้ง ให้ทุกคนร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย และวันที่ 14-15 ก.ย.นี้ หัวหน้าพรรคและคณะจะลงพื้นที่ภาคอีสานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฝากถึงผู้ประสบภัยว่าสามารถประสานงานกับบุคลากรของพรรคในพื้นที่ได้ เราพร้อมจะประสานหน่วยงานรัฐ กระทรวงต่างๆเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำเริ่มลด พรรคจะเก็บข้อมูลเพื่อประสานให้รัฐบาลช่วยเหลือต่อไป ในยามที่พี่น้องประชาชนยากลำบาก เราจะยืนเคียงข้าง ไม่ทอดทิ้งกัน

ฝ่ายค้านลงพื้นที่มหาสารคาม

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.มหาสารคาม และแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค ลงพื้นที่บ้านหนองหวาย หมู่ 17 ต.ลาดพัฒนา อ.เมืองมหาสารคาม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ส่วนที่บ้านหนองหวายเป็นหมู่บ้านสุดท้ายที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ใน จ.มหาสารคาม แล้วน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำชี ชาวบ้านร้องขอเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เพื่อป้องกันน้ำท่วมอีก ปัจจุบันน้ำลดลง แต่น้ำยังท่วมขังนาข้าว ทำให้ต้นข้าวยืนต้นเน่าตายได้รับความเสียหาย คาดว่าในปีนี้ผลผลิตจะไม่ได้ตามที่ตั้งไว้

อีสานใต้ ภาคกลางมีฝนเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงาภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุบลราชธานีแม่น้ำมูลโจรขโมยของกาฬสินธุ์เฝ้าระวังฝนตกเพิ่มขึ้นข่าวหน้า1น้ำท่วม

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้