ย่าและพ่อของ "สันติ" สิงห์รถบรรทุก ที่ถูก "แววตา" สาวขาเลาะหลอกว่าถูกคนขับรถทัวร์พาไปทิ้งในป่า ประกาศยกเลิกงานแต่ง และยกเงินของหมั้น 3 หมื่นให้ไปเลย บอกสงสารลูกชายที่ "อาภัพรัก" แต่งงาน 3 ครั้ง ผู้หญิงทิ้งหมด  

วันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านอ้อมกอ อ.บ้านดุง พบกับ นายบอน คำบุญยอ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 1 บ้านอ้อมกอ ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นพ่อของ นายสันติ คำบุญยอ อายุ 30 ปี อาชีพขับรถบรรทุกว่าที่เจ้าบ่าว กับคู่หมั้นสาวคือ น.ส.แววตา นามวิชัย อายุ 30 ปี หลังจากเกิดเรื่องเกิดราว น.ส.แววตา หลอกครอบครัวว่าจะเดินทางไปหานายสันติที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่ดันโกหกว่าถูกคนขับรถทัวร์บังคับพาไปที่เปลี่ยว แถมยึดโทรศัพท์ไว้ จนเกิดวุ่นวายโกลาหลทั้งนางอุบล นามวิชัย แม่ของ น.ส.แววตา และนายสันติ พากันเดินทางไปแจ้งความที่สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ในที่สุดก็มารู้ความจริงว่า น.ส.แววตาแอบขึ้นรถทัวร์เดินทางเข้ากรุงเทพฯ บอกทุกคนว่าไปทำงานอยู่กับพี่สาว ทำให้พ่อแม่และคู่หมั้นโล่งอกไปได้

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าเรื่องไม่จบเท่านั้น เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่นวนคร จ.ปทุมธานี ออกมาแฉว่า น.ส.แววตาแอบไปคบซ้อนกับสามีตน ทั้งที่ น.ส.แววตานั้นหมั้นกับนายสันติ และกำลังจะแต่งงาน โดยทางผู้หญิงคนนี้เตรียมให้ทนายความฟ้อง น.ส.แววตาที่ทำให้ครอบครัวแตกแยก จนล่าสุดมีข่าวว่าทางญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายจะยกเลิกงานแต่งระหว่าง 2 คนนี้แล้ว

เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการยืนยันจากปากของ นายบอน คำบุญยอ อายุ 56 ปี พ่อของนายสันติว่า งานแต่งของทั้ง 2 คนจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว แต่อยากจะย้อนเล่าเรื่องราวให้ฟังก่อนว่า ลูกชายคือนายสันติ และ น.ส.แววตานั้นได้หมั้นกันเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา สินสอดที่จะแต่งกำหนดกัน 70,000 บาท แต่หมั้นกันเอาไว้ 30,000 บาท ลูกชายบอกว่าจะทำงานเก็บเงินได้ครบเมื่อไรจะกลับมาแต่งงาน จากนั้น น.ส.แววตาได้เดินทางไปกับนายสันติที่ จ.กาฬสินธุ์ช่วงเย็นวันนั้นเลย

"ไปก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก ก็กะว่าจะไปอยู่เป็นเพื่อนกับคู่หมั้น แต่ไปไม่ถึงอาทิตย์ แววตาก็กลับมาที่บ้านไผ่ล้อม บอกว่าเจ็บท้อง และนางอุบลผู้เป็นแม่ก็พาแววตาไปหาหมอจนอาการดีขึ้น จากนั้นแววตาบอกว่าจะกลับไปหาสันติที่ จ.กาฬสินธุ์อีกครั้ง โดยจะนั่งรถโดยสารไป จนมาเกิดเรื่องเกิดราวอย่างที่เป็นข่าวว่าถูกรถทัวร์พาไปที่เปลี่ยวขู่ทำร้ายและยึดโทรศัพท์เอาไว้ แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่เป็นอย่างนั้น จนทุกคนรู้ว่าแววตานั่งรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ โทรมาบอกแม่ว่าไปทำงาน เมื่อทุกคนรู้ว่าไม่ได้ถูกทำมิดีมิร้าย ทุกคนก็โล่งอก"

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีข่าวแววตาไปแอบคบซ้อนกับผู้ชายคนอื่น พ่อของนายสันติบอกว่า เรื่องนี้ได้คุยกับสันติอยู่ ว่าพอจะรู้ไหมว่าแววตาคบซ้อนกับผู้ชายคนอื่น ลูกชายก็บอกว่า ก็ได้เค้าอยู่ แต่ผู้ชายเป็นใครนั้นไม่รู้ แต่พ่อพูดอะไรไม่ได้มาก ในเมื่อทั้ง 2 คนรักกันก็ปล่อยไป ส่วนกำหนดงานแต่งงานจากนี้ไป นายบอนบอกว่า คงไม่คือหรอก (ไม่คือ หมายถึง ไม่มีแล้ว) เป็นไปไม่ได้แล้ว สาเหตุที่ไม่มีงานแต่งเพราะแววตาทำให้พวกเราเห็นกันจะจะว่าเดินหน้า ไม่ถอยหลังแล้ว แม้ความจริงเรื่องของแววตาที่ไปคบซ้อนกับผู้ชายคนอื่นยังไม่เปิดเผยชัดเจน แต่ก็ทำให้พวกเราไม่สบายใจ อีกอย่างแววตาก็โกหกตอนบอกว่าจะไปหาแฟนที่ จ.กาฬสินธุ์ แต่ดันไปกรุงเทพฯ ส่วนเรื่องเงินสินสอด 30,000 บาทไม่เอาคืนแล้ว ให้จบกันไป และตนได้ถามสันติแล้วลูกชายก็บอกว่าไม่เอาแววตาแล้วเช่นกัน

"พ่อก็บอกว่า ให้พอ ให้จบแค่นี้ ปล่อยเขาไปซะ แต่อนาคตก็ไม่แน่ เขาจะคบกันอยู่มั้ยก็เป็นเรื่องของลูกชาย ส่วนใจของพ่อไม่อยากให้เอาคืน เพราะแววตาอาจทำให้ไม่สบายใจและจะไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกชายในอนาคต"

นายบอน พ่อของสันติ บอกอีกว่า นายสันติเป็นลูกชายคนโตในจำนวนลูก 4 คน เขาเป็นคนมีความตั้งใจอยากจะสร้างครอบครัวอย่างมาก เคยแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง ก็โดนเมียทิ้งหมด จนมาครั้งนี้ก็ครั้งที่ 4 ก็มีเรื่องมีราวอีกจนได้ ลูกชายคนนี้มีแต่ผู้หญิงทิ้ง พ่อคิดว่าหากเขากลับมาบ้าน คงจะพาเขาไปทำบุญแก้เคล็ดแก้เคราะห์ให้ตามความเชื่อของผู้เฒ่า สงสารลูกอยู่เพราะช้ำใจมาหลายครั้งเรื่องผู้หญิง ใจพ่อก็อยากให้เขาได้ผู้หญิงที่จริงใจสักที เพราะเขาเป็นคนตั้งใจทำงานและทำเพื่อครอบครัว โดยเฉพาะทำเพื่อผู้หญิงมามาก แต่ก็มีเรื่องช้ำใจเรื่องความรักตลอด

ด้าน นางดำ คำบุญยอ อายุ 81 ปี ย่าทวดของนายสันติ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เชื่อว่า น.ส.แววตาเขาทำอย่างนั้นจริงๆ ตามที่เป็นข่าวตอนนี้นั่นแหละ แววตาอาจตั้งใจมาหลอกเอาเงินหมั้น แต่ย่าไม่เอาแล้ว หากยังไปเอาเขาอยู่ ย่าจะตัดแม้กระทั่งหลานชายคือนายสันติ อยากให้จบกันแค่นี้ งานแต่งก็ไม่มีแล้ว สงสารหลานชายคนนี้มาก หลานมาหาไม่มีเงินก็ควักให้ครั้งละ 1,000 บ้าง 500 บาทบ้าง แต่หากไม่ฟังความก็จะตัดหลานชายเหมือนกัน

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องนี้ ครั้งแรกข่าวที่ออกมาระบุว่า ทั้งคู่ คือ สันติกับแววตา เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน แต่ความจริงทั้งสองเป็นเพียงคู่หมั้นกัน ก่อนจะมาเกิดเรื่อง "สาวขาเลาะ" หลอกฝ่ายยชายไปรับเก้อ จนล่าสุดผู้ใหญ่ฝ่ายผู้ชายประกาศจะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้น พร้อมยกของหมั้นเป็นเงินสด 3 หมื่นบาทให้ฝ่ายหญิงไปเลย(อ่านข่าว เจอแล้ว "สาวขาเลาะ" หลอกผัวรอรับเก้อ อ้างรถทัวร์ไปจอดในป่า)