ผู้ว่าฯ นำประชุมรับมือน้ำท่วมอุบลราชธานี เดือดร้อน 13 อำเภอ โดยดำเนินการตามแผนจัดการน้ำ ขณะที่แม่น้ำมูลยังสูงกว่าแม่น้ำโขง 1.76 ม. การระบายยังทำได้ดี ห่วงพื้นที่ลุ่มน้ำมูลที่รับมวลน้ำโดนหนัก
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.62 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ และการให้ความช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัย ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด อุบลราชธานี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลตรีกิติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผบ.พล.ร.6 และนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบูรณาการหน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ การแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมและด้วยความรวดเร็ว รวมถึงการเตรียมหน่วงน้ำ พิจารณา ตรวจสอบพื้นที่รับน้ำแก้มลิง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำต่างๆ ไม่ใช่เพียงระบายน้ำทิ้งเพียงอย่างเดียว ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการในการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
สำหรับระดับน้ำมูลที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 เทศบาลนครอุบลราชธานี เมื่อเวลา 10.00 น. ระดับน้ำอยู่ที่ 115.98 ม.รทก. อัตราการไหล 5,280.00 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเช้าวานนี้ (12 ก.ย.) 10 ซม. โดยปลายน้ำมูลที่เขื่อนปากมูล สูงกว่าระดับแม่น้ำโขงที่ห้วยสะคาม อ.โขงเจียม 1.76 ม. น้ำมูลยังสามารถไหลลงน้ำโขงได้สะดวก โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 60 เครื่อง บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และจะดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมอีก 60 เครื่อง ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้มวลน้ำไหลลงแม่น้ำโขงโดยเร็ว ซึ่งถือว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูลขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นช้าลง หากไม่มีฝนตกมา น้ำจะขึ้นอย่างช้าๆ แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพื้นที่เมืองและ อ.วารินชำราบ มีฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 30 นาที โดยเป็นฝนตกตามฤดูกาล ทำให้จังหวัดอุบลราชธานีต้องคอยเฝ้าระวังการพยากรณ์อากาศตลอด 24 ชม. เพราะหากมีน้ำฝนมาเติมอีก น้ำมูลจะไหลเอ่อล้นตลิ่งเป็นวงกว้าง
จากฝนตกหนักเมื่อคืนนี้ (12 ก.ย.) ส่งผลให้คลองนาควาย ถนนอุบล-ตระการ บริเวณหัวสนามบิน ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี น้ำไหลเอ่อท่วมถนนบางช่วงสูงกว่า 30 ซม. รถเล็กสัญจรผ่านได้อย่างยากลำบาก ทำให้การจราจรติดขัด ประชาชนจากชุมชนรอบนอกเทศบาลนครอุบลราชธานีจะเดินทางเข้ามาทำงานด้วยความยากลำบากเพราะถนนสายนี้เป็นอีกเส้นทางหลังในการสัญจรของประชาชน ล่าสุดทางกองบิน 21 อุบลราชธานี มีการเปิดเส้นทางภายในกองบินให้ประชาชนสัญจรผ่านเข้ามาเพื่อเดินทางเข้าไปตัวเมือง ลดความแออัดของการจราจร อีกทั้งจังหวัดอุบลราชธานีเตรียม ดำเนินการวางแนวกระสอบทรายและระบายออกเพื่อไม่ให้ใช้เส้นทางได้ต่อไป
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งหมด 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี เขื่องใน พิบูลมังสาหาร ตระการพืชผล ดอนมดแดง ม่วงสามสิบ เหล่าเสือโก้ก สว่างวีระวงศ์ เดชอุดม ตาลสุม สิรินธร วารินชำราบ นาเยีย จำนวน 106 ตำบล 945 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 31,198 ครัวเรือน 124,828 คน อพยพ 23,198 คน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 585,533 ไร่ ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จำนวน 17 อำเภอ ได้แก่ อำเภอม่วงสามสิบ ตระการพืชผล นาเยีย ตาลสุม ดอนมดแดง น้ำขุ่น เหล่าเสือโก้ก เขื่องใน วารินชำราบ กุดข้าวปุ้น น้ำยืน โพธิ์ไทร เดชอุดม นาตาล ศรีเมืองใหม่ พิบูลมังสาหาร และอำเภอสว่างวีระวงศ์ จัดสรรวงเงินให้กับอำเภอที่เกิดอุทกภัยแล้ว อำเภอละ 200,000 บาท
...
แนวโน้มสถานการณ์ จ.อุบลราชธานี เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำชีไหลมาสมทบกับแม่น้ำมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำมูล ได้แก่ เมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ ตาลสุม สว่างวีระวงศ์ พิบูลมังสาหาร และโขงเจียม เพื่อแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที.