ข่าว
100 year

แม่น้ำมูลล้นทะลัก เหลืออีกแค่ “10 ซม.” รพ.สรรพสิทธิฯ จม ยอดตายพุ่ง 37 ศพ! (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ย. 2562 05:25 น.
SHARE

แม่น้ำมูลหนุนสูง หวั่นน้ำทะลักเข้า รพ.เตรียมทำพนังกั้นน้ำ ส่วนที่ทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งปลูกข้าวหอมพันธุ์ดีน้ำท่วมมิดนาข้าวกว่า 3 หมื่นไร่ สกลนครน้ำป่าเขาภูพานไหลล้นสปิลเวย์ ที่เมืองสี่แควเร่ง ผันน้ำลงบึงบอระเพ็ด ด้านกรมประมงจัดทีมไกรทองออกล่าจระเข้หลุดฟาร์ม ส่วน กยศ.ช่วยพักหนี้ 1 ปี ขณะที่ ปภ.สรุปยอดตาย 37 ศพ

อีสานระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มลดลง เหลือแต่พื้นที่ริมน้ำและมีน้ำท่วมขังชุมชนและพื้นที่การเกษตรรอการระบาย ขณะที่มวลน้ำเหนือเริ่มไหลลงสู่ภาคกลางตอนล่าง เร่งประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านและผู้ประกอบการเตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง

น้ำมูลทะลักเข้าห้างสรรพสินค้า

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ล่าสุดเช้าวันที่ 11 ก.ย. น้ำในแม่น้ำมูลอยู่ที่ 10.67 เมตร เพิ่มขึ้น 12 ซม. ทำให้ภาคธุรกิจเอกชนในพื้นที่ อ.วารินชำราบ ระดมพนักงานเร่งวางกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำปิดกันพื้นที่ เพื่อป้องกันน้ำที่เอ่อท่วมเกือบถึงหน้าอก ขณะนี้น้ำไหลเข้าในห้างสรรพสินค้าแต่ยังไม่ปิดให้บริการ ส่วนโรงเรียนในพื้นที่สั่งปิดถึงวันที่ 16 ก.ย. ขณะที่เขื่อนสิรินธร และเขื่อนปากมูล เปิดประตูระบายน้ำทุกบาน เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำมูลให้ไหลลงสู่น้ำโขงได้คล่องขึ้น และเสริมเครื่องผลักดันน้ำอีก 30 ตัว ที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร

ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี รายงานผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยทั้งหมด 25 อำเภอ 159 ตำบล 1,141 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 32,306 ครัวเรือน 126,614 คน อพยพ 16,441 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 414 หลัง บางส่วน 2,910 หลัง ปศุสัตว์ 12,156 ตัว สัตว์ปีก 39,985 ตัว พื้นที่การเกษตร 523,104 ไร่ ประมง 1,776.97 ไร่ ถนน 178 สาย สะพาน 27 สาย ฝาย 3 แห่ง วัด 19 แห่ง โรงเรียน 74 แห่ง รพ.สต. 3 แห่ง และสถานที่ราชการ 13 แห่ง

กรอกกระสอบทรายกั้นน้ำเข้า รพ.

นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ ผอ.รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันกรอกทรายใส่กระสอบ เพื่อเตรียมพร้อมทำพนังกั้นน้ำ เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำมูลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกไม่ถึง 10 ซม. น้ำจะไหลเข้าท่วม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ เพื่อความปลอดภัยเตรียมแผนรับมือไว้ อีกทั้งน้ำจากชุมชนบ่อบำบัดไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนมาถึงหน้าวัดศรีประดู่ ห่างจาก รพ.เพียง 2 กม. ขณะเดียวกันญาติคนไข้ทราบข่าวต่างมาช่วยกันกรอกทรายใส่กระสอบ พร้อมประกาศให้แพทย์และพยาบาลนำรถออกจากชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล และขนย้ายเวชภัณฑ์ที่ห้องเก็บชั้นใต้ดินขึ้นไปไว้บนอาคาร

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 นำกำลังพลพร้อมอุปกรณ์เรือท้องแบน ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ อ.เดชอุดม อ.เมือง และ อ.วารินชำราบ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและทำความสะอาดบ้านเรือน หลังจากน้ำลดในบางพื้นที่

เยี่ยมพลทหารจิตอาสาถูกไฟช็อต

นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รอง ผวจ.อุบลราชธานี นางอิสรีย์ มั่งคั่ง รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี และนางอภิญญา ชมภูมาศ พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดอุบลราชธานี เยี่ยมให้กำลังใจมอบกระเช้าและเงินสดให้พลทหารศุภวัฒน์ วังสันต์ อายุ 21 ปี สังกัดกองคลังสื่อสาร กรมการทหารสื่อสาร เขตดุสิต กรุงเทพฯ รักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ภายหลังเมื่อวันที่ 10 ก.ย. พลทหารศุภวัฒน์ลากลับบ้านเยี่ยมแม่ที่บ้านนา ต.ตรึม อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ แล้วทราบข่าวว่าชุมชนราชธานี–อโศก ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ประสบภัยน้ำท่วม ประกอบกับพลทหารศุภวัฒน์เป็นศิษย์เก่า ร.ร.สัมมาสิขาราชธานีอโศก ขับรถไปเป็นจิตอาสาเข้าช่วยเหลือชาวบ้านขนย้ายสิ่งของ กระทั่งถูกไฟช็อตหมดสติ เจ้าหน้าที่มูลนิธินำตัวส่ง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ แพทย์อยู่ระหว่างรอดูอาการ

ร่วมกตัญญูเร่งบรรจุถุงยังชีพ

ขณะที่นางรัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครร่วมกันบรรจุสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคใส่ถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด เพื่อลำเลียงส่งไปแจกจ่ายประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน จ.อุบลราชธานี เป็นการเร่งด่วน มี “บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์” รหัสดารา 1 และดารา 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของมูลนิธิ พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำและเรือท้องแบน เดินทางเข้าพื้นที่ จ.อุบลราชธานีไปก่อนแล้ว ขณะเดียวกันด้านนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผจก.ฝ่ายกิจการพิเศษ มูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วย “โบ๊ต-ปฏิญญา วิบูลนันท์” นำกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับชาวบ้านหมู่ 5 บ้านเดื่อโดม ต.โพธิ์ไทร อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ถูกน้ำท่วมสูงมิดหัว

ขณะเดียวกันช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง เป็นหญิงชรากับลูกชายที่พิการเป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง จากอุบัติเหตุกำแพงทับเมื่อวัย 4 ขวบ ทราบชื่อนายสันติชัย ชื่นภิรมย์ ออกมาจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมล้อมรอบตัวบ้าน ขนย้ายออกมาจากตัวบ้านด้วยการแบกหามเดินเท้า ก่อนจะลำเลียงต่อไปขึ้นเรือยาง นำตัวออกไปพักยังสถานที่พักพิงชั่วคราวของอำเภออย่างปลอดภัยทั้งแม่และลูก

น้ำใจชาวศรีราชาส่งถึงอีสาน

ที่สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายคำนึง ไขรัศมี เลขาธิการหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราช เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครร่วมใจกันบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่ชาวศรีราชาบริจาคเพื่อเตรียมส่งถึงมือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.อุบลราชธานี รวม 1,000 ชุด ด้านนายคำนึิงเปิดเผยว่า เน้นย้ำสิ่งของบริจาคทุกชุดจะต้องถึงมือประชาชนอย่างแน่นอน จะไม่มีการไปวางกองตามเต็นท์ต่างๆ ในพื้นที่ ขอขอบคุณชาว อ.ศรีราชา ร่วมกันบริจาคสิ่งของเข้ามามากมายในครั้งนี้ด้วย

พ่อเมืองกาฬสินธุ์ช่วยชาวบ้าน

นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ นายกล้าณรงค์ พงศ์สิทธิคุณ นายอำเภอร่องคำ นายโสภณ เจริญพร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พายเรือนำถุงยังชีพไปมอบให้กับชาวบ้านที่วัดอุมังคละนาเรียง ต.สามัคคี อ.ร่องคำ ผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโพดุลและคาจิกิ ทำให้มีน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวม 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.สามัคคี ต.ร่องคำ และ ต.เหล่าอ้อย รวม 37 หมู่บ้าน มีพื้นที่นาข้าวเสียหาย 9,225 ไร่ บ่อปลา 135 บ่อ ถนนลูกรังได้รับความเสียหาย 3 แห่ง และถังน้ำประปาหมู่บ้านเสียหาย 1 แห่ง

น้ำชีลดเปลี่ยนจากวิกฤติเป็นเฝ้าระวัง

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย และ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง มีรายงานจากเขื่อนฝายวังยาง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย พบว่าระดับน้ำลดลงอีก 27 ซม. ฝายยังคงแขวนประตูระบายน้ำทั้ง 6 บาน ระบายน้ำผ่านวันละ 67.85 ล้านลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำเปลี่ยนจากจุดวิกฤติเป็นเฝ้าระวัง ในช่วงนี้มีฝนตกลงมาน้อย ทำให้ไม่มีน้ำสะสมไหลลงแม่น้ำชี น้ำไหลสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนพื้นที่ อ.ฆ้องชัย และ อ.กมลาไสย น้ำท่วมนาข้าวหลายไร่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์นำเครื่องสูบน้ำดำเนินการสูบน้ำลงสู่แม่น้ำชีตลอดทั้งวัน

ส่งทีม “เอ็มแคท” เยียวยาจิตใจ

นพ.บัญชา สรรพโส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรยังคงเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับจังหวัดทุกวัน และวางแผนส่งทีมปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ ระดับจังหวัดร่วมสมทบพื้นที่ อ.คำเขื่อนแก้ว อ.มหาชนะชัย และ อ.ค้อวัง ที่ประชุมมีมติเห็นว่าสิ่งที่จังหวัดต้องเร่งช่วยเหลือชาวบ้านคือการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ โดยเฉพาะยาน้ำกัดเท้าและชุดทำแผล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ประชาชน และทหารเริ่มป่วยจากภาวะน้ำกัดเท้ามากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนยังคงมีภาวะเครียดและนอนไม่หลับ สั่งการให้ทุกพื้นที่ลงเยียวยาประชาชนด้านจิตใจ มีทีมเรียกว่า “เอ็มแคท” (MCATT) ทุกอำเภอมีทีมเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการเยียวยาจิตใจในภาวะวิกฤติ พร้อมปฏิบัติงานลงดูแลประชาชนในทุกพื้นที่

น้ำท่วมมิดนาข้าวหวั่นเน่าตาย

ที่ทุ่งนาบ้านหนองเทา หมู่ 3 ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ น้ำท่วมนาข้าวเป็นวงกว้าง ด้านนายบุญกว้าง เหมือนมาตย์ อายุ 74 ปี ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง นาข้าวแห้งแล้ง ต้นข้าวใกล้ยืนต้นตาย กระทั่งต้นเดือน ก.ย. ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในลำน้ำมูลเพิ่มระดับล้นเอ่อเข้าท่วมนาข้าว 2 ฝั่งของลำน้ำ ช่วงแรกน้ำเพิ่มสูงขึ้นวันละ 1 เมตร นาข้าวบางจุดน้ำท่วม 2-3 เมตร บางจุดเป็นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร จมนาข้าวของชาวบ้านไปกว่า 700 ไร่ สถานการณ์น้ำเป็นแบบนี้น่าจะท่วมขังเป็นเดือน ต้นข้าวต้องเน่าตายหมดแน่นอน

นาข้าวทุ่งกุลาฯเสียหาย 3 หมื่นไร่

จ.ร้อยเอ็ด เกิดฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำเสียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นลำน้ำสาขาไหลไปลงแม่น้ำมูลที่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ต้นกำเนิดมาจาก จ.มหาสารคาม ไหลผ่าน 5 อำเภอของ จ.ร้อยเอ็ด ประกอบด้วย อ.ปทุมรัตน์ อ.เกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิ อ.โพนทราย และ อ.หนองฮี เป็นพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดี แต่การไหลของน้ำชะลอตัวบริเวณปากลำน้ำเสียวที่จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล เนื่องจากแม่น้ำมูลมีระดับน้ำสูงขึ้น ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มลำน้ำเสียว นาข้าวเสียหายกว่า 3 หมื่นไร่ เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและรักษาพัฒนาลุ่มน้ำเสียวใหญ่ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนที่ลุ่มต่ำเตรียมขนของขึ้นไปไว้ในที่สูงแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรับแจ้งพบศพลอยน้ำ 2 ราย ลอยติดกอไม้ในแม่น้ำมูล ทราบชื่อนายสวาท ผายสวรรค์ อายุ 52 ปี และนายสุรชัย โพธิสิริ อายุ 33 ปี ทั้งคู่แล่นเรือออกหาปลา ถูกกระแสน้ำซัดจมหายไป กระทั่งมาพบศพ

น้ำป่าเขาภูพานไหลล้นสปิลเวย์

ที่ จ.สกลนคร ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำห้วยโทห้วยยางรองรับมวลน้ำจากเทือกเขาภูพานเอ่อล้นสปิลเวย์ น้ำทะลักเข้าท่วมนาข้าวหลายหมู่บ้านของ ต.เหล่าโพนค้อ อ.โคกศรีสุพรรณ และกัดเซาะถนนทางหลวงชนบทที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านห้วยยางกับบ้านห้วยยางน้อย เป็นหลุมลึกกว้างประมาณ 2.5 เมตร เจ้าหน้าที่ อบต.เหล่าโพนค้อต้องปิดการจราจร 1 ช่องทาง และนำแผงเหล็กกั้นบริเวณจุดที่ถนนขาดไว้เพื่อป้องกันอันตราย ส่วนที่บ้านบัว ต.กุดแฮด อ.กุดบาก เกิดน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กอยู่ในเทือกเขาภูพาน เข้าท่วมพื้นที่นาข้าว บ้านเรือน และถนนทางหลวงชนบท ระดับน้ำท่วมขังสูงถึงหัวเข่า รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะเดียวกันมวลน้ำจากเขาภูพานน้อยไหลท่วมพื้นที่ ต.หนองบ่อ ต.คำพี้ และ ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม นาข้าวเสียหายกว่า 100 ไร่

เร่งผันน้ำเข้าบึงบอระเพ็ด

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน และคลองสาขาต่างๆ ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่บ้านเรือนและนาข้าวใน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวน 4 เครื่อง ที่บริเวณปากคลองบึงบอระเพ็ดริมแม่น้ำน่าน ต.เกียงไกร อ.เมือง เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าบึงบอระเพ็ด นอกจากนี้ ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานีสูบน้ำไฟฟ้าต.ทับกฤษ อ.ชุมแสง เร่งสูบน้ำจากแม่น้ำน่านเข้าบึงบอระเพ็ด สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด 24 ชั่วโมงด้วย คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์ แม่น้ำยม-แม่น้ำน่านและคลองสาขาต่างๆ ที่ท่วมบ้านเรือนและนาข้าวจะลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ

เขื่อนวชิราลงกรณระบายน้ำ

ด้านนายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) กล่าวว่า เขื่อนยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะนี้พยายามระบายน้ำเพื่อให้เกิดความสมดุล แนวโน้มปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเริ่มลดลง ทั้งนี้ช่วงปลายเดือน ส.ค.ไปจนถึงต้นเดือน ก.ย. ในพื้นที่ อ.ไทรโยค เป็นพื้นที่ท้ายน้ำจะมีฝนตกชุก ประกอบกับมีลำน้ำสาขาหลายสาย ดังนั้นเมื่อเขื่อนระบายน้ำตามแผนข้างต้น อาจส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบ และผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากปริมาณน้ำที่สะสมในลำน้ำแควน้อยมีเป็นจำนวนมาก ส่วนพื้นที่เหนือเขื่อน หมู่ 2 บ้านวังกะ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชาวบ้านที่ปลูกสร้างบ้านเรือนในพื้นที่น้ำท่วมของเขื่อนเริ่มเก็บของขึ้นที่สูง หลังจากน้ำเริ่มเข้าท่วมชั้นล่างของบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหาย บางส่วนอพยพไปอยู่กับญาติเป็นการชั่วคราว

ประกาศเตือน 5 อำเภอพื้นที่ริมน้ำ

ด้านนายเรวัต ประสงค์ ผวจ.อ่างทอง เปิดเผยว่า เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมวางแนวทางการรับมืออุทกภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในจุดเสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้ประกอบการร้านค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ยกสิ่งของให้พ้นจากน้ำ รวมถึงเสริมความแข็งแรงสิ่งก่อสร้างต่างๆ และออกประกาศเตือนให้ 3 อำเภอ ที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาประกอบไปด้วย อ.ไชโย อ.เมือง และ อ.ป่าโมก และ 2 อำเภออยู่ริมแม่น้ำน้อย คือ อ.โพธิ์ทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเสื้อชูชีพไว้ให้พร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลา

จัดทีมไกรทองระวังจระเข้หลุด

นายวิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัย กรณีที่อาจมีจระเข้หลุดรอดลงแหล่งน้ำธรรมชาติในช่วงที่เกิดภาวะน้ำท่วม เร่งจัดตั้งเครือข่ายไกรทอง เพื่อเฝ้าระวังค้นหาและจับจระเข้ หากรับแจ้งว่าพบจระเข้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เครือข่ายดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ศูนย์ และ 43 เครือข่ายย่อยทั่วประเทศ และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 80 นาย ทุกนายล้วนแต่มีความชำนาญในการจับจระเข้ในธรรมชาติ และได้รับการอบรมเป็นอย่างดี เนื่องจากในพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด พบว่ามีฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้รวม 284 ฟาร์ม ส่วนในพื้นที่ 77 จังหวัดของไทยพบว่ามีผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงจระเข้ 76 จังหวัด มีฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้จำนวนทั้งสิ้น 1,067 ฟาร์ม หากประชาชนพบเห็นจระเข้ในแหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ โปรดแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อกรมประมง ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2562-0600

ปภ.สรุปยอดตาย 37 ศพ

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สรุปรายงานผลกระทบจากพายุโพดุล และคาจิกิ ถึงวันที่ 10 ก.ย. ระบุว่าจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พบว่ามีผู้เสียชีวิต 37 ราย ใน จ.อุบลราชธานี 8 ราย พิจิตร 2 ราย พิษณุโลก 1 ราย อำนาจเจริญ 4 ราย ขอนแก่น 3 ราย ร้อยเอ็ด 6 ราย น่าน 1 ราย มุกดาหาร 1 ราย ยโสธร 10 ราย สกลนคร 1 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 18 ราย อยู่ใน จ.ชัยภูมิ 1 ราย กาฬสินธุ์ 1 ราย พิษณุโลก 15 ราย พิจิตร 1 ราย ส่วนผลกระทบที่เกิดกับสถานพยาบาลมี 83 แห่ง แบ่งเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) 1 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) 3 แห่ง รพ. 10 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 67 แห่ง หน่วยบริการปฐมภูมิ (PCU) 2 แห่ง ล่าสุดเปิดให้บริการได้ปกติ 57 แห่ง เปิดให้บริการบางส่วน 14 แห่ง และปิดให้บริการ 11 แห่ง

กยศ.ช่วยเหลือพักหนี้ 1 ปี

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ. ออกประกาศหลักเกณฑ์พิจารณาความเสียหายของทรัพย์สินอย่างรุนแรง กรณีเป็นผู้ประสบภัยพิบัติ หรือผู้มีรายได้ถดถอย หรือมีความจำเป็นต้องดูแลบุคคลในครอบครัวซึ่งชราภาพ ป่วยและเป็นผู้พิการ จะให้ผู้ที่กู้หนี้ที่ครบกำหนดชำระหนี้ สามารถขอผ่อนผันการชำระเงินคืน กยศ.ออกไปได้ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กก.รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3 แนวทาง ประกอบด้วย การผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ การเสริมสภาพคล่องกิจการระยะสั้น และการสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติม ทั้งกับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ และลูกค้าสินเชื่อบุคคล

พท.อีสานจี้รัฐบาลช่วยชาวบ้าน

ที่รัฐสภา กลุ่ม ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย นำโดยนายชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประสานขอให้ รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคอีสาน โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯเป็นผู้รับเรื่อง นายชูวิทย์กล่าวว่า ประชาชนภาคอีสานได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและภายหลังน้ำลด พร้อมส่งอาหารเครื่องดื่ม และสิ่งของอุปโภคมอบให้แก่ผู้ประสบภัยเร่งด่วน และหลังน้ำลดขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขระเบียบการจ่ายเงินเยียวยาแก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน พรรคเพื่อไทยเสนอให้ช่วยเหลือไร่ละ 2,222 บาท จากที่เคยได้รับไร่ละ 1,113 บาท และขอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พักการชำระหนี้ให้เกษตรกร 3 ปี และงดดอกเบี้ย พร้อมเร่งหาอาชีพให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงให้กู้เงินไปดำเนินการเลี้ยงโคขุน โคเนื้อในระยะสั้นเวลา 3 เดือน เนื่องจากกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้หลังน้ำลดขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนที่เสียหายจากน้ำท่วม และขอให้ดำเนินการแก้ไขระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อความช่วยเหลือประชาชน พร้อมจัดงบประมาณในการส่งเสริมอาชีพอย่างทั่วถึง รวมถึงการแก้ไขระเบียบการขุดลอกกันปัญหาน้ำท่วม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แม่น้ำมูลพนังกั้นน้ำทุ่งกุลาร้องไห้สกลนครน้ำป่าสปิลเวย์ข่าวหน้า1น้ำท่วม

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้