จนท.ตามเจอซากหมีเด็ก เพศเมีย วัย 1 ปี ตายอยู่ริมห้วยใน อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เป็นตัวเดียวกับที่ทำร้ายชาวบ้านเมื่อวัน 2 ก่อน ผ่าซากเจอ"ผักหนาม"ในกระเพาะ คาดพลัดหลงกับแม่ ลงมากินน้ำและกินผักหนามซึ่งมีพิษ
เวลา 09.00 น. วันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีหมีควายทำร้ายชาวบ้านใน อ.ปะคำ จ.บุรีรีมย์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้ติดตามไปพบซากหมีควาย เพศเมีย วัยเด็ก อายุประมาณ 1 ปี จำนวน 1 ตัว นอนตายอยู่ริมห้วยน้ำ ท้องที่ ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จึงแจ้งสัตวแพทย์มาชันสูตรซากและทำลาย
สพ.ญ.พรรณราย ว่องวัฒนกิจ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 ได้ชันสูตรพบว่า หมีมีขนาดความยาวจากปลายจมูกถึงโคนหางเท่ากับ 86 ซม. น้ำหนัก 12.5 กก. สภาพของร่างกายไม่มีบาดแผล ไม่มีรอยฟกช้ำ สภาพซากเน่าอืดเล็กน้อย กล้ามเนื้อยังนิ่มอยู่ คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง
“จากการชันสูตรซากพบความผิดปกติ ดังนี้ พบน้ำในช่องท้องสีแดงขุ่น กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว มีเลือดคั่งในหัวใจห้องบน ตับมีผิวขรุขระเป็นเม็ดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร ลักษณะแข็ง กระจายอยู่ทั่วเนื้อตับ พบอาหาร ได้แก่ ผักหนามในกระเพาะจำนวนมาก จึงสันนิษฐานสาเหตุการตายได้ว่า หมีควายตัวดังกล่าวตายจากการได้รับสารไซยาโนจิไกลโคไซด์ (Cyanogenic glycosides) จากผักหนามดิบ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วสารนี้จะเปลี่ยนเป็นสารไฮไดรไซยาไนด์ (Hydrocynic acid) ซึ่งเป็นสารพิษที่ส่งผลต่อกระบวนการหายใจและทำให้เนื้อเยื่อร่างกายได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และตายในเวลาต่อมา” ทั้งนี้ ซากหมีควายตัวดังกล่าวค่อนข้างมีความสมบูรณ์ของลักษณะหมีควาย
...
นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอะคำ จ.บุรีรัมย์ เผยว่า ในระหว่างการติดตามหมีตัวนี้ ทางเจ้าหน้าที่มีนโยบายไม่ทำร้ายร่างกายสัตว์โดยวิธีใดๆ ทั้งสิ้น ในวันนี้ได้เตรียมต้อนเพื่อให้หมีเข้าป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า แต่ต้องมาพบซากหมีเสียชีวิต
สันนิษฐานว่า ลูกหมีตัวนี้พลัดหลงกับแม่หมี แล้วหาโพรงหลบซ่อนตัว แต่สัญชาตญาณสัตว์เมื่อพบคนหรือสัตว์เข้ามาใกล้ จะโถมตัวต่อสู้ป้องกันตัว เช้ามืดวันนี้ลูกหมีคงหิว จึงไปกินน้ำที่ลำห้วย และกินผักหนามเข้าไป เพราะเป็นหมีเด็ก ยังไม่เข้าใจธรรมชาติ ว่าผักหนามมีพิษต่อร่างกาย ทำให้ได้รับพิษจนเสียชีวิตดังกล่าว.