ผัวขึ้นโรงพัก แจ้งความเมียรักหายตัว หวั่นถูกมิจฉาชีพหลอก หลังเมียรักอ้างถูกกักตัวในรถทัวร์ จอดข้างป่าทึบปริศนา ขณะ ตร.พบพิรุธหลายอย่าง คาดอาจหนีเที่ยวเพื่อน-ผัวเก่า แต่ยังไม่ตัดปมถูกหลอกลวงทิ้ง

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.62 นายสันติ คำบุญยอ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 1 ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พร้อมด้วย นางอุบล นามมีชัย อายุ 52 ปี และนายประมวล คำชลทา อายุ 49 ปี ชาว ต.อ้อมกอ ซึ่งเป็นพ่อตาแม่ยาย นายสันติ เดินทางแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ภรรยาหายตัวไป โดยติดต่อได้ครั้งสุดท้ายเมื่อเย็นวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา เกรงว่าภรรยาจะได้รับอันตราย จึงแจ้งตำรวจช่วยติดตามตัว

โดย นายสันติ เปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อม่ายลูกติด 2 คน มีอาชีพขับรถบรรทุกรับจ้าง ที่ จ.กาฬสินธุ์ ต่อมาได้พบรักกับ น.ส.แววตา นามวิชัย อายุ 30 ปี เป็นคนตำบลเดียวกัน ซึ่งเป็นม่ายแยกทางกับสามีมา 1 ปีเศษ แต่ไม่มีลูกด้วยกัน โดยตนและภรรยาคบหากันมาประมาณ 1 ปี จึงตกลงแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยาได้เพียง 2 สัปดาห์ และเดินทางไปอยู่กับตนที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ภรรยาบอกว่าไม่ค่อยสบายเจ็บท้องอยากกลับบ้าน ตนจึงส่งภรรยากลับมาบ้านกับแม่ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยให้ภรรยานั่งรถโดยสารประจำทางกลับ ต่อมาเช้าวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ภรรยาได้โทรศัพท์มาหาบอกว่าคิดถึง อยากกลับมาหาตนที่ จ.กาฬสินธุ์ ตนจึงโอนเงินค่ารถโดยสารไปให้ 550 บาท โดยภรรยานั่งรถโดยสารจาก อ.บ้านดุง มาลงที่ บขส.แห่งที่ 1 จ.อุดรธานี ตนได้โทรศัพท์บอกภรรยาว่า ให้นั่งรถตู้โดยสารอุดรธานี-กาฬสินธุ์ และเมื่อมาถึงจะขับรถไปรับ ตนรอจนกระทั่งค่ำ ภรรยาก็ยังเดินทางมาไม่ถึง จึงได้โทรศัพท์ไปหา ภรรยาร้องไห้โทรมาบอกว่า ได้นั่งรถทัวร์ 2 ชั้น ลายสีม่วง คล้ายรถทัวร์นำเที่ยว มีผู้โดยสาร 11 คน ชาย 8 หญิง 3 เผลอหลับ และตื่นมาเวลา 13.00 น. พบว่าอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ และจอดบนถนนลาดยางสองข้างทางเป็นป่าทึบ ถูกคนขับรถยึดโทรศัพท์มือถือ ให้ตนรีบมาช่วย เมื่อสอบถามว่า ขึ้นรถทัวร์บริษัทใด ก็อ้างว่ารีบขึ้นไม่ได้ดูป้าย หลังแจ้งตำรวจได้นำใบแจ้งความไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ บขส.แห่งที่ 1 พบ น.ส.แววตา ได้ลงรถบัสโดยสารสายอุดรธานี-คำตากล้า จากนั้นก็ไม่พบตัวอีก เกรงว่าจะมีกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงไปทำมิดีมิร้าย หรือตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง หากภรรยาโกหกก็พร้อมที่จะให้อภัย ขอเพียงให้ภรรยาปลอดภัยกลับมา และบอกกันดีๆ ก็พอ 

เบื้องต้น ตำรวจเชื่อว่า น.ส.แววตา มีพิรุธหลายอย่าง อาจจะไม่ได้ถูกจับตัว แต่อาจจะไปเที่ยวกับเพื่อนหรือสามีเก่าอยู่ที่ จ.นครราชสีมา แต่กลัวโดนสามีโกรธ จึงโทรมาโกหกว่าถูกจับตัว แต่ก็ไม่ตัดประเด็นโดนหลอกลวงทิ้ง โดยจะติดตามตัวมาสอบถาม หากโดนหลอกลวงหรือจับตัวไปจริง ก็จะติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป