ข่าว
100 year

ผู้ว่าฯบึงกาฬ ชูชาวสวนยางบ้านภูทรายทอง เลี้ยงแพะเนื้อ สร้างรายได้เสริม (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์6 ก.ย. 2562 17:19 น.
SHARE

ผู้ว่าฯ บึงกาฬ พาชมการเลี้ยงแพะเนื้อในสวนยางพารา ชูเป็นทางสร้างรายได้เสริมแก่ชาวสวนยาง ดันนโยบายรัฐการตลาดนำการผลิตสนับสนุน ชี้ ตลาดยังมีความต้องการเนื้อแพะอีกเยอะ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดบึงกาฬ มีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคอีสาน กว่า 1,100,000 ไร่ แต่หลังจากประสบกับปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัด ต่างให้ความสำคัญและพยายามหาทางออกให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งอบรมส่งเสริมอาชีพ การประกอบอาชีพเสริมต่างๆ

แต่มีเกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดบึงกาฬบางกลุ่ม ที่เล็งเห็นความเดือดร้อนของครอบครัว หาทางออกโดยการรวมกลุ่มเลี้ยงแพะเนื้อเป็นอาชีพเสริมในสวนยางพารา เพื่อเป็นอาชีพเสริมเนื่องจากราคายางพาราราคาตกต่ำ โดยเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับทำสวนยางพารา เน้นในเรื่องของการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นเลี้ยงแพะเพิ่มรายได้ เผยวิธีเลี้ยงแพะกึ่งขังกึ่งปล่อยตามธรรมชาติในสวนยางพารา เพิ่มช่องทางรายได้ นอกจากยังแปรรูปเนื้อแพะขายเพิ่มมูลค่า ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ล่าสุด นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย น.สพ.ดร.สมพร พรวิเศษศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ น.ส.ดาวใจ คำแสน รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์ เกษตรอำเภอเซกา และเกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดบึงกาฬ เข้าเยี่ยมชมและดูงานของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในสวนยางพารา "วิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์พัฒนาเจริญก้าวหน้าบ้านภูทรายทอง" ม.14 ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลส่งเสริมการเพิ่มรายได้โดยใช้หลัก “การตลาดนำการผลิต” ที่ทำแล้วได้ผลจริง ได้เงินจริงๆ

นายพันธุ์ ยามดี อายุ 70 ปี ประธานกลุ่มเลี้ยงแพะจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เกษตรกรที่เลี้ยงแพะในสวนยางพาราของจังหวัดบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอมีอยู่ 208 ราย มีแพะกว่า 800 ร้อยกว่าตัว หนึ่งในนั้นคือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์พัฒนาเจริญก้าวหน้าบ้านภูทรายทอง เลี้ยงแพะเนื้อครั้งแรกมีสมาชิกในกลุ่ม 25 ราย ปัจจุบันมีสมาชิก 108 ราย เป็นกลุ่มที่เข้มแข็งใช้พื้นที่ว่างภายในสวนยางพารา เริ่มต้นเพียง 1 ไร่ เลี้ยงแพะเนื้อเป็นอาชีพเสริมสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ครอบครัวโดยไม่พึ่งยางพาราเพียงอย่างเดียว

ประธานกลุ่มเลี้ยงแพะจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจำนวนแพะที่มีก็ยังไม่เพียงพอต้องความต้องการของตลาด แพะขายได้ราคาดีกว่าสุกร ประโยชน์ที่ได้จากการเลี้ยงแพะในสวนยางพารา คือ 1.ได้มูลสัตว์ ขี้แพะเอาไปใส่ต้นยางแทนปุ๋ย ให้น้ำยางมาก หรือสามารถขายได้กระสอบละ 50 บาท ลดรายจ่ายค่าปุ๋ย เพิ่มรายได้จากการขายขี้แพะได้อีกด้วย สำหรับรายได้จากการเลี้ยงแพะเนื้อหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วตกไร่ละ 30,000 บาท

ด้าน นางสุนันทา คำสุมาลี อายุ 44 ปี เกษตรกรชาวสวนยางที่หันมาเลี้ยงแพะเนื้อเสริมเป็นอาชีพภายในสวนยางพารา บ้านภูทรายทอง กล่าวว่า การเลี้ยงแพะเนื้อเลี้ยงไม่ยาก แม่พันธุ์แพะปีหนึ่งจะออกลูกสองครั้ง ถ้าเป็นแม่ลูกอ่อนจะแยกคอกออกไว้ต่างหาก พอคลอดลูกออกมาเลี้ยงจนได้น้ำหนัก 15 กิโลกรัม จึงแยกลูกออกมาเลี้ยงขุนให้ได้ 15–30 กิโลกรัมจึงจะสามารถส่งขายได้ ซึ่งระยะเวลาก็ประมาณไม่เกิน 4 เดือน เรื่องอาหารการกินก็ไม่ยุ่งยากอาศัยผักกฐินที่ขึ้นอยู่ตามริมรั้วหาได้ง่าย อาหารเสริมก็นำต้นกล้วยสับผสมกับรำให้กินบ้างเล็กน้อย เจริญเติบโตได้ง่าย มูลฝอยก็มีประโยชน์ แพะเป็นสัตว์ที่กลัวน้ำมากที่สุด เวลาฝนตกจะไม่ลงมาจากเล้าหรือคอกเลย เป็นสัตว์สะอาด หากเลี้ยงดีจะไม่เกิดโรคเลย ซึ่งปศุสัตว์ก็จะค่อยออกมาดูแลทุกเดือน

เกษตรกรชาวสวนยางที่หันมาเลี้ยงแพะ กล่าวถึงเรื่องตลาดว่า จะมีแม่ค้ามารับซื้อโดยจะเอาตัวที่มีน้ำหนัก 25–30 กิโลกรัมขึ้นไป ตีเฉลี่ยตัวละ 3,500 บาท ซื้อทีรอบละ 100 ตัว ซึ่งก็ไม่พอขาย และยังสามารถแปรรูปเนื้อแพะเป็นเมนูเลิศรสได้หลากหลายเมนู เช่น ผัดกะเพรา ทอดกระเทียมพริกไทย แหนม ไส้กรอก ซี่โครงย่าง เนื้ออบ และบาร์บีคิว เป็นต้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะมาศึกษาดูงาน สามารถโทรมาสอบถามได้ที่ 09-3102-8146

ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.บึงกาฬ กล่าวว่า วันนี้พาเกษตรกรชาวสวนยางมาดูความก้าวหน้าของเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์พัฒนาเจริญก้าวหน้าบ้านภูทรายทอง ม.14 ต.บ้านต้อง อ.เซกา ที่ยอมเปิดใจ เปิดหู เปิดตา ที่จะยอมรับฟังคำแนะนำจากกระทรวงเกษตรหรือรัฐบาลที่อยากจะให้ชาวบ้านลองพิจารณาอาชีพเสริมที่ควบคู่ไปกับสวนยางพารา ที่ทราบกันดีว่าราคายางพาราก็จะประมาณนี้ ปีหนึ่งยางพาราขายได้เฉลี่ย 1 ไร่ต่อปี 20,000 บาท เกษตรกรชาวสวนยางพาราที่จะต้องปรับตัวก็คือการหาอาชีพเสริมที่ควบคู่ไปกับการทำยางพาราได้


"ที่พามาดูตัวอย่างในวันนี้ คือ การเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับการทำสวนยาง จะได้ประโยชน์ทั้ง 2 อย่าง ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ในสวนยางโดยที่ไม่ต้องโค่นต้นยางทิ้ง ลงทุน 30,000 บาท เลี้ยง 3-4 เดือนก็สามารถจับขายได้ในราคา 60,000 บาทขึ้นไป นั้นก็หมายถึง 4 เดือนมีกำไร 2–3 หมื่นบาท มูลแพะก็นำมาใส่แทนปุ๋ยได้เหลือก็ขายได้ ลดเคมีในสวนยางได้ ปัจจุบันเนื้อแพะในพื้นที่บึงกาฬให้ผลผลิตไม่พอจำหน่าย โดยนำยุทธศาสตร์หลัก “การตลาดนำการผลิต” ตลาดยังมีความต้องการเนื้อแพะอีกเยอะ นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี" ผู้ว่าฯ บึงกาฬ กล่าว

นายนิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขอให้พี่น้องชาวสวนยางพิจารณาดูว่า รัฐบาลเอาโครงการดีๆมาแนะนำให้พี่น้องพิจารณาดูว่าสมควรทำหรือไม่ ถ้ายังไม่กล้าตัดสินใจลองมาดูตัวอย่างที่นี่ กลุ่มเลี้ยงแพะภูทรายทอง ต.บ้านต้อง อ.เซกา สามารถเข้ามาศึกษาดูงานได้ทุกวัน กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางที่นี่ทำจนสำเร็จแล้ว และยังจะขยายกลุ่มเพิ่มอีกๆ ทางเลือกให้พี่น้องชาวสวนยางพารามีรายได้เพิ่มขึ้น ในระหว่างที่ราคายางพาราตกต่ำ และยังมีมากมายอีกหลายทาง อยากให้พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวสวนยางพารา ลองพิจารณาปรับเปลี่ยนมาทำอาชีพเสริมเข้าไปเพิ่มในสวนยางพารา ที่จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มเลี้ยงแพะภูทรายทองเลี้ยงแพะขาวสวนยางเลี้ยงแพะในสวนยางบึงกาฬรายได้เสริมนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้