ข่าว
100 year

ถนนมิตรภาพถูกตัดขาด “โพดุล” ถล่ม อีสานท่วมวิกฤติ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ย. 2562 05:30 น.
SHARE

บ้านไผ่ต้องขับอ้อม ปีนหลังคา-หนีตาย หนุ่มอุบลเซ่นนํ้าป่า เหนือเจอดินสไลด์!

อีสานวิกฤติฝนถล่มหนัก น้ำท่วมถนนมิตรภาพสี่แยก อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ระดับ น้ำสูง 1 เมตร ยาวถึง 2 กม. รถสัญจรไม่ได้ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น ชุมชนข้างลำห้วยจมบาดาลกว่า 3 เมตร ต้องหนีไปอยู่บนหลังคา เจ้าหน้าที่ฝ่าสายน้ำเชี่ยวไปช่วยยายวัย 88 อุ้มใส่ที่นอนลากไปยังถนน ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ อ่างเก็บน้ำห้วยสีทนล้นเกินพิกัดทะลักท่วมบ้าน 300 หลังคาเรือน ที่ จ.ร้อยเอ็ด พนังกั้นลำน้ำยังแตกจมมิดนาข้าวหลายหมื่นไร่ สาว จ.มุกดาหาร เคราะห์ร้ายขี่รถ จยย.ผ่านถนนถูกน้ำซัดจมหายไร้ร่องรอย ที่ จ.อุบลฯ ชาวบ้านสังเวยน้ำป่า 1 ศพ ส่วนที่ จ.พิษณุโลก อ่วมน้ำไหลท่วมโบสถ์สูง 1 เมตร ด้านนายกฯสั่งช่วยผู้ประสบภัย 16 จว. อุตุฯ เตือนพายุ “โพดุล” อ่อนกำลังถล่มภาคเหนือตอนล่าง

อิทธิพลพายุโซนร้อน “โพดุล” ส่งผลกระทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเกิดฝนตกอย่างหนักในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา บางจังหวัดเจอทั้งวันทั้งคืน ทำให้น้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำและลำห้วยทะลักท่วมฉับพลันหมู่บ้านกลายเป็นเมืองบาดาล เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านต่างรอคอยความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

บ้านไผ่หนักสุดรอบ 40 ปี–น้ำกว่า 3 ม.

สถานการณ์เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ จ.ขอนแก่น ฝนที่ตกหนักติดต่อกันทำให้น้ำในหนองจิกไหลลงลำห้วยเอ่อท่วมชุมชนโนนสว่าง ชุมชนโนนสะอาด ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ ตั้งแต่เย็นวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านกว่า 1,000 คนหนีน้ำไปอยู่บนที่สูงและออกมายืนรอบนถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่จนถึงเช้ายังไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปช่วย หลายคนต้องปีนไปอยู่บนหลังคาบ้าน เนื่องจากน้ำสูงกว่า 3 เมตรและไหลเชี่ยวกรากซัดรถจมน้ำหลายคัน นายสุภาพ เมืองศรี อายุ 57 ปี ชาวชุมชนโนนสะอาด เผยว่าน้ำท่วมชุมชนตั้งแต่ 2 ทุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา จุดที่หนักที่สุดคือชุมชนโนนสะอาด ชุมชนโนนสว่าง และชุมชนใกล้คุ้มศาลเจ้า ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 40 ปี จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาเรือเข้า ไปรับชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย

วิกฤติน้ำท่วมสี่แยกถนนมิตรภาพ

ที่ชุมชนสะพานขาว และชาวชุมชน หมู่ 1 พัฒนา ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ น้ำท่วมหมู่บ้านและถนนมิตรภาพทั้งสองฝั่งตั้งแต่สี่แยกบ้านเกิ้งถึงสี่แยกเกียรติสินระยะทาง 2 กม. ระดับน้ำสูง 1 เมตร รถวิ่งผ่านไม่ได้ ต้องอ้อมเข้าไปตัวอำเภอบ้านไผ่ไปออก อ.หนองสองห้อง มุ่งหน้าไป อ.พล ขณะที่ชาวบ้านต้องปีนขึ้นไปอยู่บนราวสะพานข้ามลำห้วยเพื่อรอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง เนื่องจากมีเพียงเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบ้านไผ่นำรถบรรทุก 6 ล้อใหญ่เข้าไปอพยพผู้คนและลำเลียงสิ่งของจำเป็นออกมาแต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่วนเด็กและคนชราค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีเรือ โดยเฉพาะนางทอง แสงผดุง อายุ 88 ปี ที่ชรามากแล้วและติดอยู่ในบ้านเลขที่ 137 ชุมชนสะพานขาว เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องให้นางทองสวมเสื้อชูชีพแล้วอุ้มลงบนที่นอนแล้วใช้เชือกผูกลากลอยน้ำไปที่ถนนอย่างทุลักทุเล ก่อนอุ้มไปขึ้นรถ 6 ล้อ ไปไว้ที่พักชั่วคราว

น้ำห้วยสีทนล้นท่วมเมืองน้ำดำ

จ.กาฬสินธุ์ เช้าวันที่ 31 ส.ค. เกิดฝนตกหนัก ทั้ง 18 อำเภอ หนักสุดที่ อ.นามน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 190 มม. อ.ห้วยผึ้ง 182 มม. และ อ.กุฉินารายณ์ 149 มม. เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์น่าเป็นห่วง เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยสีทน และหนองน้ำแก่งดอนกลางหนุนท่วม บางจุดน้ำสูงเกือบ 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนไปช่วยชาวบ้านหนีน้ำไปอาศัยอยู่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบริเวณวัดหอไตรปิฎการาม ถนนทางหลวง 227 เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ น้ำท่วมถนน รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ส่วนรถใหญ่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยสีทนเกินพิกัดที่ 91-92 ซม. มากกว่าปี 60 ที่เคยท่วมใหญ่ที่ 72 ซม. สูงกว่า 20 ซม. ทำให้ต้องระบายน้ำออกกว่า 2 ล้าน ลบ.ม. ลงในหนองน้ำแก่งดอนกลางจะทำให้พื้นที่ริมแก่งได้รับผลกระทบประมาณ 300 หลังคาเรือน

สั่งตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยชาวบ้าน

ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ เรียกนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจอำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่มปี 2562 จากผลกระทบพายุ “โพดุล” จากนั้นนายไกรสรเดินทางไปเยี่ยมชาวบ้าน 10 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์รวม 450 ครอบครัวที่อพยพหนีน้ำไปอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยวัดหอไตรปิฎการาม นายไกรสรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือชาวบ้านเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ที่ถูกน้ำท่วมไปอยู่ที่พักชั่วคราวและตั้งโรงครัวทำอาหารให้ผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตามถือว่าโชคดีที่เขื่อนลำปาวยังรับน้ำได้อีกมาก โดยมีน้ำร้อยละ 41 หรือประมาณ 719 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำริมลำน้ำชียังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 3-4 เมตร จึงไม่น่าห่วงมากนัก

ระทึกน้ำซัดพนังลำน้ำยังแตก 3 จุด

ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำป่าดงแม่เผด อ.โพธิ์ชัย และ อ.โพนทอง ไหลบ่าลงมา ประกอบกับน้ำเหนือจาก อ.กุฉินารายณ์ และ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ไหลรวมลำน้ำยังที่บ้านท่าเยี่ยม หมู่ 5 บ้านท่าทางเกวียน 7 และบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งเช้ามืดที่ผ่านมาพนังกั้นน้ำบ้านท่าโพธิ์เกิดแตก 2 จุด จุดแรกกว้างกว่า 15 เมตร อีกจุดกว้างกว่า 7 เมตร และที่บ้านท่าเยี่ยมพนังกั้นน้ำพังทลายลงเช่นกัน ทำให้น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนราษฎร และนาข้าวเสียหายหลายหมื่นไร่ หลังเกิดเหตุ นายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด นำเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่ชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่บรรจุกระสอบทรายนำไปกั้นทางน้ำ แต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากปริมาณน้ำมหาศาลและไหลเชี่ยวมาก ที่ อ.โพธิ์ชัย น้ำท่วมนาข้าวและบ้านเรือนในเขตเทศบาลตำบลคำพอุง โรงเรียนเมืองโพธิ์ชัย และโรงเรียนโพธิ์ชัยชนูปถัมภ์ถูกน้ำท่วม 30-50 ซม. ปิดการเรียนการสอนตั้งแต่บ่ายวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา

ยโสธรเจอลมฝนพัดไม้ล้มระนาว

จ.ยโสธร เกิดฝนตกและน้ำท่วมถนนหลายสายใน อ.เลิงนกทา เช่นถนนชยางกูร ช่วงบ้านด่าน-เทศบาลสามแยก ต.สามแยก อ.เลิงนกทา รถวิ่งได้เลนเดียว ส่วนบ้านนากอก-นากลาง ต.บุ้งคล้า อ.เลิงนกทา น้ำสูงรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่สะพานไม้เก่าแก่ข้ามลำห้วยสะแบกอายุกว่า 70 ปี (ขัวเผอเลอ) ต.โคกสำราญ แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และจุดถ่ายภาพสำคัญของหมู่บ้านได้รับผลกระทบจากน้ำป่าซัดสะพานพังเสียหาย ส่วนถนนสายอรุณประเสริฐ (ยโสธร-อำนาจเจริญ) ช่วงตัวเมืองยโสธรมุ่งหน้า อ.ป่าติ้ว มีต้นไม้ใหญ่กว่า 20 ต้นโค่นล้มขวางถนน เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงยโสธรเร่งตัดและขนย้ายออกจากเส้นทาง แต่เนื่องจากต้นไม้ถูกพายุฝนพัดถล่มอยู่ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถ เคลียร์เส้นทางได้ เจ้าหน้าที่จึงประกาศปิดการจราจรชั่วคราว รอให้ฝนหยุดตกจึงสามารถเข้าไปตัดต้นไม้ที่โค่นล้มได้ ส่วนที่ อ.ทรายมูล ต้นยางขนาดใหญ่หน้า สภ.ทรายมูล ล้มขวางถนนวารีราชเดช ถนนสายหลักเชื่อมไป จ.มุกดาหาร รถวิ่งผ่านไม่ได้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเคลียร์เส้นทางนานกว่า 3 ชม.ทำให้รถติดยาวกว่า 2 กม.

สาว 18 โดนน้ำถล่มหายพร้อม จยย.

ส่วนที่ จ.มุกดาหาร น้ำลำห้วยแข้ ลำห้วยมุก และห้วยบางทราย ซึ่งลำห้วยสาขาของแม่น้ำโขงเอ่อท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จุดที่ได้รับผลกระทบหนักคือบริเวณถนนยุทธพัฒน์ ซอยร่วมใจ 2 ซอยศรีประเสริฐ 3 ซอยรังสรรค์ ชุมชนแก้วกินรี ชุมชนดอนมุกดา ถนนดำรงค์มุกดา ซอยจันทร์เทพ 2 และหน้าสนามกีฬากลางจังหวัด ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม. และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากฝนตกหนักท่อน้ำไม่สามารถระบายได้ทัน ประกอบด้วยแม่น้ำโขงหนุนสูง ด้านนายนพพร แสงคำพระ ปลัด อบต.เหล่าหมี นำเจ้าหน้าที่ค้นหา น.ส.ปาริชาติ สารสิมา อายุ 18 ปี ที่เคราะห์ร้ายถูกน้ำซัดสูญหายไปพร้อมรถ จยย.ขณะวิ่งผ่านถนนสายบ้านนาโพธ์-บ้านดงมัน เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งพบรถถูกน้ำซัดไปไกลกว่า 500 เมตร ส่วน น.ส.ปาริชาติยังหาไม่พบ

นครพนมเร่งระบายลงแม่น้ำโขง

ด้านนายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม นำคณะลงพื้นที่ไปดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฝนและน้ำท่วมใน อ.นาแก รวมถึงดูการบริหารจัดการน้ำโครงการชลประทานน้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณประตูน้ำบ้านนาขาม ต.วังยาง และประตูระบายน้ำ ต.นาคู่ อ.นาแก จุดรับน้ำจากลำน้ำหนองหาร จ.สกลนคร ที่ไหลผ่าน อ.นาแก ก่อนไหลไปลงแม่น้ำโขงที่ อ.ธาตุพนม ระหว่างทาง 120 กม. ล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำอยู่ที่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ของความจุและสามารถระบายลงแม่น้ำโขงได้ดี เนื่องจากระดับน้ำอยู่ที่ 8 เมตร แต่ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 5 เมตร นายสยามกล่าวว่า ได้ตั้งศูนย์อำนวยการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุในทุกอำเภอ พร้อมประสานชลประทานบริหารจัดการน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่ายังสามารถรับน้ำได้ แต่อาจมีปัญหาน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรระหว่างรอการระบาย แต่เชื่อมั่นว่าสามารถดูแลการระบายน้ำได้ คาดว่าหากฝนไม่ตกต่อเนื่อง สถานการณ์ไม่ถึงขั้นวิกฤติ

สลดชาวบ้านเซ่นน้ำป่าแล้ว 1 ศพ

ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี นายสมมาฏฐ์ โพธิ นายอำเภอตระการพืชผล ร่วมเจ้าหน้าที่สำนักก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง นำเครื่องกลหนักไปอุดคอสะพานข้ามลำน้ำเซบก บริเวณบ้านท่าบ่อแบง ต.ขามเปี้ย ที่ก่อสร้างใหม่และถูกฝนซัดกระหน่ำน้ำไหลเซาะดินเกิดการทรุดตัวจนขาด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ถุงบิ๊กแบ็กบรรจุทรายไปทิ้ง เพื่อให้สามารถเปิดใช้เส้นทางที่เหลือเพียง 1 ช่องจราจรระยะทางประมาณ 70 เมตร โดยใช้วิธีปล่อยรถให้วิ่งผ่านสลับกันไปมาจนกว่าการซ่อมแซมและก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ขณะที่อส.และกู้ภัย ปภ.เขต 13 ได้ลุยน้ำเข้าไปช่วยชาวบ้านบ้านกาบิน 11 คน ที่ถูกน้ำท่วมไม่สามารถหนีออกจากบ้านได้ ส่วนที่ อ.กุดข้าวปุ้น น้ำจากลำห้วยตาเทียว เอ่อท่วมบ้านและฟาร์มเลี้ยงหมูของนายชอบ กาญจนสาร อายุ 66 ปี จนต้องเร่งย้ายแม่พันธุ์หมูและลูกหมูกว่า 10 ตัว หนีน้ำไปไว้บนที่สูงบริเวณหน้าบ้าน ขณะเดียวกัน นายสมร สู่ขวัญ อายุ 67 ปี ชาวบ้านบ้านโนนหอม ต.กุดข้าวปุ้น เคราะห์ร้ายขณะเดินออกไปหาแมลงในช่วงฝนตกถูกน้ำป่าซัดไปติดกอไผ่เสียชีวิตอนาถ

น้ำล้นสปิลเวย์ท่วมชุมชน 100 หลัง

ที่ จ.อำนาจเจริญ ช่วงค่ำที่ผ่านมาอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานได้เอ่อล้นสปิลเวย์ไหลลงลำห้วยปลาแดก เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านชุมชุนสุขสำราญเหนือ หมู่ 13 ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ บางจุดน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 ครอบครัว ถนนบายพาสรอบเมืองมีน้ำประมาณ 40-50 ซม. ส่วนที่ อ.เสนางคนิคม น้ำกัดเซาะคอสะพานข้าม้วยสะบก บริเวณทางเข้าบ้านหนองสามสี หมู่ 1 ต.หนองสามสี จนขาด และเส้นทางบ้านหนองสามสี-บ้านโคกกลาง ต.นาเวียง ถูกน้ำเซาะขาดรถทุกชนิดวิ่งผ่านไม่ได้ เช่นเดียวกับบ้านดอนว่าน หมู่ 9 ต.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน หลังได้รับผลจากพนังกั้นน้ำเซบายขาดไหลท่วมบ้านตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 30 ซม. ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 270 ครอบครัว

น้ำขังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

ด้านนายอนุวรรต์น จันทรสุขเกษม นายอำเภอบัวลาย จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากฝนตกหนักส่งผลให้ถนนเลียบฝายเก็บน้ำบ้านป่าหวาย หมู่ 4 กับบ้านหนองแสง หมู่ 5 ต.บัวลาย เกิดชำรุดเสียหาย และถนนเชื่อมบ้านป่าหวาย หมู่ 4 ต.บัวลาย กับบ้านคึมม่วง หมู่ 13 ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮและรถบรรทุกดินนำหินคลุกไปซ่อมแซมให้ชาวบ้านได้สัญจร ส่วนถนนทางหลวง 202 กม.ที่ 48 บ้านหัน ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ ถูกน้ำท่วมผิวการจราจรระยะทาง 100 เมตร น้ำสูงประมาณ 10 ซม. รถสัญจรลำบากด้านนายสมเดช ลีลามโนธรรมหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อ.พิมาย ออกสำรวจน้ำที่ท่วมขังรอบบริเวณอุทยานฯ พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำที่ท่วมขังด้านในอุทยานฯ หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน ทำให้น้ำระบายออกไม่ทัน

ดินสไลด์ทับเส้นทางป่าสาละวิน

ขณะที่ภาคเหนือเกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าไหลซัดคอสะพานบ้านแม่ต๊อบเหนือ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนี้ยังมีดินสไลด์และต้นไม้ปิดเส้นทางระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินถึงบ้านขุนแม่ต๊อบได้รับความเสียหายหลายจุด ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ พ.อ.วุฒิ ปฐมเรืองกุล ผบ.ฉก.ทพ.ที่ 36 นำกำลังร่วมกับ อบต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินออกสำรวจความเสียหายและจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ส่วนที่ อ.แม่ลาน้อย นายเอนก ทาสัก ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอแม่ลาน้อย สั่งเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนชาวบ้านในจุดเสี่ยงชุมชนลุ่มน้ำแม่ยวม หลังพบปริมาณน้ำในแม่น้ำยวมเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา

ร้องอ่างแตก-ไม่มีใครเหลียวแล

ที่ จ.น่าน นายเมฆินทร์ อินนะไชย รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเส้นทางบ้านห้วยจอย หมู่ 2 ต.สันทะ อ.นาน้อย หลังเกิดฝนตกหนัก ทำให้ดินภูเขาถล่มปิดทับถนนและบ้านเลขที่ 49 กับบ้านเลขที่ 29 ได้รับความเสียหาย เคราะห์ดีไม่มีใครได้รับอันตราย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อพยพชาวบ้านอีก 13 ครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย ด้านชาวบ้านบ้านนาเหลืองใน หมู่ 1 ต.นาเหลือง อ.เวียงสา จ.น่าน กว่า 80 คน เข้าร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดน่าน หลังอ่างเก็บน้ำหมู่บ้านถูกน้ำเซาะจนพังทลายตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำไหลไปตามลำห้วย นาเหลืองเข้าท่วมบ้านและพื้นที่เกษตร แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนไปซ่อมแซม ชาวบ้านกลัวว่าหากฝนตกหนักจะทำให้น้ำไหลท่วมบ้านซ้ำ โดยมีนายสัญญา กามินทร์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมมารับเรื่องและนำไปเสนอ ผวจ.น่าน ต่อไป

น้ำป่าท่วม 5 หมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร

จ.เพชรบูรณ์ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ชนแดน ทำให้น้ำป่าจากเขารังไหลบ่าท่วมวัดสว่างอรุณ (วัดใน) หมู่ 2 ต.พุทธบาท อ.ชนแดน บ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 100 หลัง ถนนสายชมฐีระเวช-ตะพานหิน จ.พิจิตร ถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมผิวถนนตั้งช่วงหลัก กม.ที่ 13 หมู่ 9 ต.ตะกุด อ.ชนแดน ระยะทางกว่า 3-5 กม. ส่วนที่ ต.ดงขุย อ.ชนแดน มีน้ำท่วมบ้านกว่า 500 หลังคาเรือน ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1,000 คน ขณะที่ตลาดเทศบาลตำบลดงขุย ซึ่งเป็นย่านการค้าถูกน้ำป่าไหลท่วมอย่างรวดเร็ว บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องนำกระสอบทรายมาวางกั้นหน้าร้านป้องกันน้ำเข้าร้านไม่ให้สินค้าเสียหาย ส่วนที่ อ.วังโป่ง น้ำป่าเทือกเขาโพธิ์ไหลท่วมถนนสายวังโป่ง-วังกระดาษ ต.วังโป่ง นอกจากนี้ น้ำป่าจากเทือกเขามัน ไหลท่วมถนนสายวังโป่ง-วังกระดาษ พื้นที่ ต.วังหิน รถวิ่งผ่านไม่ได้ และหมู่บ้านถูกน้ำท่วม 5 หมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

โวยถนนสี่เลนปิดท่อทำน้ำท่วม

เช่นเดียวกับที่ จ.แพร่ อ่างเก็บน้ำแม่ยางหลวง หมู่ 1 ต.แม่ยางตาล อ.ร้องกวาง เกิดพังทลายทำให้น้ำห้วยแม่ยางหลวงไหลทะลักเข้าท่วมทุ่งนาอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องหนีน้ำกันจ้าละหวั่นและปล่อยน้ำท่วมรถไถ 3 คันจนจมมิด ส่วนที่หมู่ 6 ต.แม่ยางตาล น้ำในลำเหมืองเอ่อท่วมบ้านสูงกว่าครึ่งเมตรได้รับความเสียหายกว่า 50 หลัง ส่วนถนนยันตรกิจโกศล สายแพร่-ร้องกวาง หมู่ 6 บ้านห้วยกูลัว ต.ร้องกวาง ถูกน้ำท่วมสัญจรลำบาก ทั้งนี้ ชาวบ้าน เปิดเผยว่าสาเหตุที่น้ำท่วมถนนเกิดจากสาเหตุมีการก่อสร้างถนนสี่เลนปิดท่อระบายน้ำของหมู่บ้าน เวลาเกิดน้ำป่าทำให้ระบายน้ำไม่ได้ เพราะไม่มีท่อน้ำเหมือนแต่ก่อน ทำให้เอ่อท่วมถนนและบ้านเรือนกว่า 100 หลัง เช่นเดียวกับที่บ้านอ้อย หมู่ 4 ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง น้ำจากอ่างแม่คำปองล้นสปิลเวย์ไหลลงลำคลองท่วมบ้านหมู่ 4 และหมู่ 7 กว่า 100 หลัง

พิษณุโลกอ่วม-น้ำไหลท่วมโบสถ์

ที่ จ.พิษณุโลก ถูกน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.เนินมะปราง ประกอบด้วย ต.บ้านมุง ต.ชมพู ต.วังยาง ต.วังโพรง และ ต.ไทรย้อย โดยเฉพาะต.ชมพู ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากน้ำจากคลองชมพูไหลล้นตลิ่งท่วมทุ่งนาเป็นวงกว้างในพื้นที่หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5 ถนนสายกกไม้แดงเนินมะปรางทางเข้าสู่อำเภอเนินมะปรางจากบ้านน้ำปาดสู่บ้านปลวกง่ามน้ำท่วมผิวจราจรสูงประมาณ 10-50 ซม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ส่วนที่ถนนบ้านมุง หมู่ 1 ต.บ้านมุง จุดแลนด์มาร์คชมค้างคาวบ้านออกจากถ้ำของ ต.บ้านมุง เกิดน้ำป่าเทือกเขาในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสสงหลวงไหลลงคลองบ้านมุงเอ่อท่วมบ้านและถนนสูง 20-30 ซม. ส่วน อ.วังทอง ลำน้ำเข็กไหลท่วมวัดบึงพร้าว หมู่ 3 ต.ชัยนาม ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ถูกน้ำท่วมผิวถนนเกือบ 1 เมตร ขณะที่แม่น้ำวังไหลท่วมวัดวังนกแอ่น หมู่ 2 บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น โดยเฉพาะโบสถ์หลังใหม่ถูกน้ำไหลเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้ว โดยครั้งแรกถูกน้ำท่วมเมื่อปี 60

ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตือน 8 อำเภอเสี่ยง

ที่ จ.เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ฮอด และ อ.แม่แจ่ม ประกอบกับมีน้ำป่าสะสมตั้งแต่เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่แจ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังหมู่บ้านเสี่ยงภัยติดแม่น้ำที่อาจถูกน้ำท่วมไล่ตั้งแต่ถึงบ้านอมขูด และบ้านท่าเรือ อ.แม่แจ่ม สำหรับมวลน้ำแม่แจ่มจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำปิงที่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และไหลไปรวมกันที่ทะเลสาบดอยเต่าก่อนเข้าสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ต่อไป ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยตามลุ่มน้ำและลาดเชิงเขา ในพื้นที่ อ.ฮอด อ.พร้าว อ.ดอยสะเก็ด อ.เชียงดาว อ.แม่แจ่ม อ.แม่อาย อ.ฝาง และ อ.ไชยปราการ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชม.

สั่งเฝ้าระวังน้ำตกกะช่องสีแดงขุ่น

ส่วนที่ จ.พังงา ฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.ตะกั่วป่า น้ำไหลเซาะถนนซอยเลียบคลอง หมู่ 7 ต.บางไทร อ.ตะกั่วป่า จนทรุดเป็นโพรงลึก รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ อบต.บางไทร นำกรวยมาติดตั้งเพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาระมัดระวังอันตราย ขณะที่บริเวณแม่น้ำตะกั่วป่าพบว่าระดับน้ำที่ไหลมาจาก อ.กะปง ลงสู่แม่น้ำตะกั่วป่าเพิ่มสูงขึ้นและสีขุ่น เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตะกั่วป่าได้แจ้งเตือนชาวบ้านพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในช่วงที่ฝนตกหนัก ด้านนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผวจ.ตรัง ออกประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มและคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกต่างๆ ล่าสุดที่น้ำตกกะช่อง ต.ช่อง อ.นาโยง พบน้ำมีสีแดงขุ่น จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

นายกฯสั่งช่วยผู้ประสบภัย 16 จว.

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการกระทรวงมหาดไทยบูรณาการทุกหน่วยทั้งพลเรือนและกองทัพเร่งสำรวจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุโพดุลเป็นการด่วน ซึ่งรายงานล่าสุดที่เข้ามาได้รับผลกระทบแล้ว 16 จังหวัด คือ อำนาจเจริญ กระบี่ ปราจีนบุรี แพร่ นครพนม เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ระนอง เพชรบูรณ์ มหาสารคาม ขอนแก่น หนองบัวลำภู ยโสธร กาฬสินธุ์และน่าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,665 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 รายที่ จ.อุบลราชธานี โดย ช่วยเหลือตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว อพยพผู้ประสบภัย ส่งมอบอาหารและน้ำ จัดส่งเครื่องมือและอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ และเร่งระบายน้ำ

เผยไทยยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสุทัศน์ วีสกุล ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า แบบจำลองสภาพอากาศของ สสน.ระบุว่า พายุโพดุลได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง โดยหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากของพายุโพดุล ยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณ จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม สกลนคร เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ แม่ฮ่องสอน ตาก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง

มหาสารคามปริมาณฝนมากสุด

ผอ.สสน.กล่าวต่อว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมวันที่ 31 ส.ค.หลังฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน รวมทั้งภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.มหาสารคาม 203 มิลลิเมตร เพชรบูรณ์ 175 มิลลิเมตร ร้อยเอ็ด 172 มิลลิเมตร พิษณุโลก 161 มิลลิเมตร ขอนแก่น 157 มิลลิเมตร อุตรดิตถ์ 140 มิลลิเมตร ชัยภูมิ 134 มิลลิเมตร ยโสธร 128 มิลลิเมตร มุกดาหาร 124 มิลลิเมตร กาฬสินธุ์ 120 มิลลิเมตร พิจิตร 112 มิลลิเมตร แพร่ 105 มิลลิเมตร น่าน 103 มิลลิเมตร ระนอง 103 มิลลิเมตร แม่ฮ่องสอน 102 มิลลิเมตร ตาก 102 มิลลิเมตร ลำปาง 99 มิลลิเมตร ชุมพร 96 มิลลิเมตร นครราชสีมา 94 มิลลิเมตรและสุรินทร์ 93 มิลลิเมตร

เตรียมรับพายุอีกลูกจ่อคิวถล่ม

นายสุทัศน์กล่าวอีกว่า ผลจากพายุโพดุล ทำให้เขื่อนหลายแห่งรวมทั้งแหล่งน้ำหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะน้ำในเขื่อนหลักอย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่เดิมมีน้ำอยู่น้อยมากๆ น่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในหลัก 100 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์น่าจะมีน้ำเข้าเขื่อนไม่ต่ำกว่า 400 ล้าน ลบ.ม. เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับเขื่อนแควน้อยจะมีน้ำเข้าเขื่อน 90-100 ล้าน ลบ.ม.เช่นกัน ทำให้พื้นที่เกษตรมีน้ำหล่อเลี้ยงทำให้นาข้าวที่กลัวกันว่าจะแห้งตายก่อนหน้านี้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากพายุโพดุลแล้วยังจับตาพายุอีกลูกหนึ่งที่ตอนนี้เคลื่อนตัวอยู่ไกลๆแถวนอกฝั่ง ประเทศฟิลิปปินส์มีความเป็นไปได้ว่าจะเคลื่อนที่เข้าประเทศไทยต่อจากโพดุล

“ท็อป” สั่งพร้อมรับน้ำท่วม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำสำรวจพื้นที่รับน้ำทั่วประเทศเพื่อเตรียมรับน้ำพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 398 แห่ง และฝาย 823 แห่ง พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ 294 เครื่อง กระจายทั่วประเทศ นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนในการฟื้นฟูบ่อสูบน้ำบาดาลที่ได้รับความเสียหายด้วย นอกจากนี้ให้กรมป่าไม้เตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวนกว่า 5,500 คน ทั้งนี้หลังเกิดอุทกภัยและเหตุการณ์สิ้นสุด หากผู้ประสบภัยใดที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ได้เตรียมการประสานงานกับทางจังหวัดเพื่อเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนต่อไป

“โพดุล” อ่อนกำลังจ่อถล่มเหนือ

ที่กรมอุตุนิยมวิทยา นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า หลังจากพายุดีเปรสชัน “โพดุล” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณจังหวัดเลย เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และเคลื่อนตัวทางทิศตัวตะวันตกอย่างช้าๆ ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ส.ค.หย่อมความกดอากาศต่ำ “โพดุล” ปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคกลางจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ ราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครสวรรค์ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลไว้ด้วย ขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขอนแก่นฝนตกบ้านไผ่น้ำท่วมสูงช่วยเหลือน้ำท่วมข่าวหน้า1น้ำท่วม

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้