ข่าว
100 year

ชูเกษตรทฤษฎีใหม่ พลิกฟื้นดินทำเกษตรหลากหลาย สู่ปลูกพืชงดงาม

ไทยรัฐออนไลน์22 ส.ค. 2562 13:32 น.
SHARE

หมอดินอาสาร้อยเอ็ดปรับเปลี่ยนจากปลูกพืชเชิงเดี่ยวจนดินทรุดโทรมหนัก มาเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชที่หลากหลาย ตามคำแนะนำของสถานีพัฒนาที่ดิน ผลปรากฏสามารถพลิกฟื้นดินจนอุดมสมบูรณ์ ปลูกอะไรก็งาม

นายจันทา นันทะเสนา เกษตรกร ต.หัวช้าง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เป็นทั้งผู้ใหญ่บ้าน และหมอดินอาสา ของกรมพัฒนาที่ดิน ชีวิตประจำวันของเขาเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า ด้วยการมาผสมอาหารเลี้ยงสัตว์ที่ทำจากหญ้าเนเปียร์ รำข้าว และหัวอาหารผสมเข้าด้วยกัน เสร็จแล้วจึงไปให้อาหารสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เป็ด ไก่ วัว รวมถึงกบและปลาในบ่อด้วย บนพื้นที่ทั้งหมด 18 ไร่ 2 งาน ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอันเป็นสาเหตุหลักทำให้ดินเสื่อมโทรม แต่หลังจากได้รับคำแนะนำจากสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด จึงบริหารจัดการด้วยการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งข้าว พืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้น รวมถึงการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดอีกด้วย

นายจันทา บอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงในการทำการเกษตรของตนเองว่า เมื่อก่อนดินจะเป็นดินแข็งกระด้าง เพราะว่าเมื่อก่อนเดินตามเทคโนโลยีใช้สารเคมี ใช้ปุ๋ยเคมีมาก่อน ยิ่งทำนานไปดินยิ่งป่วย เลยเข้ามาทำโครงการเป็นหมอดินปรับปรุงบำรุงดิน รู้สึกว่าดินปรับขึ้นมาใหม่ มีจุลินทรีย์เกิดขึ้น มีไส้เดือน มีกบ มีปลา แล้ง ๆ อย่างนี้ตนใช้น้ำโซลาร์เซลล์ ตอนเย็นจะมีกบร้องในนาประจำ มีสัตว์หลาย ๆ ชนิดเข้ามาอยู่ เพราะมันอุดมสมบูรณ์ไม่มีพิษ ดินจะร่วนซุย หรือธาตุอาหารต่าง ๆ ที่ปรับปรุงบำรุงดินทำให้ดินอุ้มน้ำ ถ้ามีน้ำมาเกิดความอุดมสมบูรณ์ทันที ชุ่มชื้น

เมื่อก่อนตามแต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตามแต่วัตถุนิยมทำตามการค้า ทำไปแล้วไปไม่ได้สู้กลับมาใช้เศรษฐกิจพอเพียงแบบพ่อหลวงที่พระองค์ท่านให้ไว้ ทำแล้วถือว่ามีทุกอย่าง เหมือนกับว่าทุกอย่างนี้อยู่ในไร่นาอาหารการกินทุกอย่าง อยากกินอะไรเรามีให้กิน เรามีเพื่อนมีพี่มีน้องมีญาติมิตรเข้ามาศึกษาดูงานแล้วเรามีอาหารให้กินเราก็มีความภาคภูมิใจ ว่าเราสามารถเป็นตู้เย็นในนา ในสวนนี้จัดระบบจะทำให้มีตลอดฤดูกาล ช่วงนี้ทำมาแล้ว 3 ปี เข้าปีที่ 4 เนื่องจากว่าการพัฒนาไม่มีที่สิ้นสุด เพราะต้องหาองค์ความรู้จากประสบการณ์ จากที่กรมพัฒนาที่ดินท่านได้ให้องค์ความรู้พาไปศึกษาดูงาน พาไปดูโครงการพระราชดำริหลาย ๆ อย่าง เกิดความภูมิใจในตัวว่าอยากจะทำมานานได้โอกาสก็เลยทำ

คือใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือมี 3 ห่วง 2 เงื่อนไข อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องเข้าถึงให้ได้ ไม่เบียดเบียนตนเองไม่เบียดเบียนคนอื่นและไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม พยายามสร้างทุกอย่างเป็นระบบนิเวศให้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โครงการต่อไปจะปลูกป่าในนา เพื่อสร้างอากาศออกซิเจน และสร้างฐานให้กับพี่น้องที่มาศึกษาดูงานสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เราจะใช้ระบบนิเวศดูแลทรัพยากรธรรมชาติ กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน ไม่พึ่งปัจจัยภายนอกมากนัก โดยเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด ยังได้สนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อไว้ใช้ในไร่นา และยังคงเป็นพี่เลี้ยงเข้ามาดูแลตรวจสอบสภาพดินอยู่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ของตน จึงมีพี่น้องเกษตรกรทั้งในชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ สนใจเข้ามาเยี่ยมเยียน ศึกษาหาความรู้จากที่นี้อย่างไม่ขาดสาย

นางปภินดา วงษ์วาสน์ นักวิชาการเกษตร สถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด กล่าวว่า ทางสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์ดิน แนะนำผลิตน้ำหมักชีวภาพ ผลิตปุ๋ยหมัก ส่งเสริมปัจจัยการผลิตที่มี เช่น ปูนโดโรไมต์ เมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว ถังหมัก กากน้ำตาล และตรวจเยี่ยมแปลงให้คำแนะนำทุก ๆ เดือนในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งหลังจากที่ท่านหมอดินดำเนินการ และเข้าร่วมโครงการแล้ว จากเดิมที่เป็น S3 คือดินมีธาตุอาหารน้อย ตอนนี้เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดไหนปลูกอะไรก็ขึ้น และได้ผลผลิตตามที่หมอดินท่านต้องการ

"อยากเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน ท่านใดที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว หรือเหมาะสมเล็กน้อย อยากให้ปลูกพืชผสมผสาน ปลูกพืชทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชหลากหลาย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง และอีกอย่างพืชหลากหลายที่ทำ มีทั้งรายเดือน รายวัน รายปี จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าหรือเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ดีกว่าปลูกข้าวอย่างเดียวได้รายปีอย่างเดียว" นางปภินดากล่าว.



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมอดินอาสาพืชเชิงเดี่ยวพืชหลากหลายร้อยเอ็ดเกษตรทฤษฎีใหม่เกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้