ข่าว
100 year

พด.เร่งพลิกฟื้นดินเค็มภาคอีสาน ช่วยเกษตรกรเพิ่มผลผลิตข้าว

ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2562 08:31 น.
SHARE

กรมพัฒนาที่ดิน รุกแก้ปัญหาดินเค็มในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่ดินเค็มให้เกิดประโยชน์ตามสภาพที่เป็นอยู่ ด้วยการปลูกพืชทนเค็ม เพื่อลดระดับน้ำใต้ดินที่มีความเค็มไม่ให้ซึมขึ้นมาถึงผิวดิน และเก็บความชุ่มชื้นของน้ำจืดเอาไว้ ไปพร้อมๆ กับการเข้ามาช่วยในการปรับรูปแปลงนาในลักษณะที่ 1 และปรับปรุงเรื่องดินเค็ม ลดการแพร่กระจายของดินเค็มไปยังพื้นที่อื่น โดยการใช้พืชที่ทนความเค็มได้ มาปลูกในบริเวณรอบขอบคันนา

นายสมศักดิ์ อยู่บุรี เกษตรกร กล่าวว่า การทำนาที่ประสบปัญหาหลักๆ ในพื้นที่ จะเป็นเรื่องดินเค็ม ซึ่งเป็นหลายพื้นที่ และพื้นที่ลุ่มมีความเค็มมากกว่าที่สูง เพราะสมัยปู่ย่าตายายที่ผ่านมา มันเป็นร่องลึกแล้วน้ำไหลเซาะหน้าดินที่มีปุ๋ยลงไปเรื่อยๆ จนไปถึงหน้าเกลือ ซึ่งอยู่คนละชั้น ระดับชั้นดินก็จะเป็นสามระดับ ระดับที่สูง ระดับที่กลาง และ ระดับที่ต่ำ ความแตกต่างอยู่ตรงนี้

นายรุ่งอร่าม ศรีวุฒิพงศ์ เกษตรกร กล่าวว่า ปัญหาเริ่มแรกของเกษตรกร คือพื้นที่นาลาดเอียง พื้นที่ไม่เสมอ ในเมื่อพื้นที่ลาดเอียง แปลงนาก็จะเป็นแปลงเล็กๆ ปัญหาก็จะเกิดเกี่ยวกับพื้นที่ไม่เสมอ ทำให้เกิดน้ำขังไม่ทั่วแปลงนาแล้วก็ทำให้ดินเค็มส่วนที่น้ำไม่ถึง ส่งผลให้ข้าวตาย

ส่วนด้านผลผลิตเมื่อก่อนไร่หนึ่ง ประมาณ 4 กระสอบ ก็ถือว่าได้น้อยมาก แต่พอกรมพัฒนาที่ดินเข้ามา จาก 4 ก็กลายเป็น 6-7 กระสอบ รู้สึกดีใจมาก สำหรับภาคอีสานของเราที่นี่คือข้าว เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด คือเราไม่มีไร่ ไม่มีพืชไร่ ทำนาข้าวอย่างเดียว ทำให้เกษตรกรอยู่ได้ อยู่รอด

นางนิภาพร ศรีบัณฑิต นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กล่าวว่า ลักษณะส่วนใหญ่และกายภาพทางเคมีของดินเค็มน้อยคือไม่ดี เพราะลักษณะอนุภาคของดินมีการฟุ้งกระจาย ดินไม่จับตัวเป็นก้อน อินทรียวัตถุถูกชะล้าง ปริมาณธาตุอาหารจะต่ำ จะต้องมีการปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้อินทรียวัตถุ พืชปุ๋ยสด ในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน โดยสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 ได้เข้ามาปรับปรุงในพื้นที่ดินเค็มน้อย โดยการปรับรูปแปลงนาในลักษณะที่ 1 คือทำแปลงนาให้มีคันดินที่ใหญ่สามารถปลูกไม้ยืนต้นทนเค็ม ที่จะลดระดับน้ำใต้ดินได้ และก็ปรับพื้นที่นาให้ใหญ่ ให้เป็นพื้นที่ที่สม่ำเสมอ และก็มีการไถกลบตอซังพืชหลังฤดูเก็บเกี่ยว หว่านพืชปุ๋ยสดและไถกลบลงดิน เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน

"จากแปลงสาธิตทดสอบที่เราทำหลังจากมาจัดการดินเค็มน้อยโดยวิธีกลและวิธีพืชของเรา ก็พบว่าผลผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 23 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรามีวิธีการปรับปรุง คือการใส่อินทรียวัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยหมักในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับแกลบ 2 กิโลกรัมต่อไร่ และใส่ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน มาเปรียบเทียบก่อนและหลังทำ ทำให้รู้ว่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเกษตรกรที่ประสบปัญหาการทำนาข้าวในพื้นที่ดินเค็ม แล้วไม่ได้ผลผลิต และขาดทุน อยากจะให้ทางกรมพัฒนาที่ดิน เข้ามาให้คำแนะนำ และให้ความรู้ สามารถติดต่อเข้ามาได้ จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่นักวิชาการเกษตรเข้ามาดูแลในเรื่องของดิน และการแก้ปัญหา รวมไปถึงสนับสนุนวัสดุในการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ เพื่อที่เกษตรกรจะได้ลดต้นทุนในการทำเกษตร" นางนิภาพร กล่าว.



อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมพัฒนาที่ดินดินเค็มดินเค็มอีสานพืชทดแทนพด.เกษตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้