ข่าว
100 year

แนะทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เนินรับน้ำ หวังแก้ปัญหาดินเค็มได้

ไทยรัฐออนไลน์2 ส.ค. 2562 15:36 น.
SHARE

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 ลุยแก้ปัญหาดินเค็ม แนะเกษตรกรปลูกไม้ผล-ไม้ยืนต้น และทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เนินรับน้ำ ลดความเสื่อมโทรมของดิน จนเกษตรกรชาวโคราชสามารถลืมตาอ้าปากได้

ในพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยประสบปัญหาดินเค็ม ดินเค็มทำให้พืชแคระแกร็น และให้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มค่ากับเงินลงทุน เกษตรกรขาดทุนชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก การแก้ปัญหาดินเค็มแบบบูรณาการ จำเป็นต้องมีการแก้ปัญหาทั้งพื้นที่บนเนินรับน้ำและพื้นที่ให้น้ำ ในส่วนของพื้นที่บนเนินรับน้ำได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรทำเกษตรแบบผสมผสาน เน้นการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล และพืชผักหลากหลายชนิด การสูบน้ำหรือการนำน้ำมาใช้ทำเกษตรผสมผสาน หรือแม้แต่การดูดใช้น้ำของไม้ยืนต้น จะช่วยลดปริมาณน้ำใต้ดินที่จะไหลลงไปชะล้างชั้นหินเกลือที่อยู่ด้านล่าง ทำให้การแพร่กระจายของดินเค็มในพื้นที่ให้น้ำลดลง และความเค็มของดินลดลง ส่งผลให้ข้าวมีการเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น การลดต้นทุน แนะนำให้เกษตรกรทำน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 และปุ๋ยหมักจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ใช้เอง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และไม่ใช้สารเคมี ผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี เป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตที่สุขสบายกว่าเดิม

นางภัทรานิษฐ์ ช่วยสระน้อย นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า เนื่องจากตรงนี้เป็นพื้นที่เนินรับน้ำ ถ้ามองเรื่องปัญหาดินเค็มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา มีปัญหาดินเค็ม ทางพัฒนาที่ดินสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 เรามุ่งเน้น การจัดการดินเค็มทั้งระบบ ในพื้นที่ตรงนี้เป็นเนินรับน้ำ เราจะส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ข้อดีของการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น หรือการทำเกษตรผสมผสาน คือ การปลูกพืชมีการใช้น้ำ จะช่วยลดปริมาณน้ำที่จะลงไปชะล้างชั้นหินเกลือด้านล่าง จะช่วยลดการแพร่กระจายของดินเค็มได้อย่างดี เป็นการลดการเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินได้ สังเกตว่าโครงสร้างดินดีขึ้น มีสีดำขึ้น ปลูกพืชผัก มันเทศ แตงโม กล้วยก็จะงาม เมื่อก่อนเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกมันสำปะหลัง ปัญหาคือมันหัวเล็ก บางปีมันเน่าแทบไม่ได้ผลผลิต ขายก็ต้องตัดหัวตัดท้ายขายช่วงกลาง ขายได้กิโลกรัมละ 1 บาท เกษตรกรขาดทุน ลงทุนหมื่นหนึ่งได้มาแค่ 8,000 ค่าแรงยังไม่คิดก็ขาดทุนแล้ว แต่พอมาทำเกษตรผสมผสานเกษตรกรมีรายได้จากการขายแตงโม มันหวาน และมันเทศ ขายได้จำนวน 3 หมื่นบาท รายได้จากตรงนี้เพิ่มขึ้นแน่นอน และสิ่งสำคัญคือดินดี พืชก็งาม สร้างความมั่นใจ เกษตรกรว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

นายถาวร ใสสะรัง เกษตรกร อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาที่ดินมาช่วยเติมเต็มเพราะตนเป็นเพียงเกษตรกรธรรมดาๆ ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ ส่วนมักใช้แต่ปุ๋ยเคมี แต่ขณะนี้ได้ใช้ พด.ปุ๋ยหมักเป็นหลัก และปุ๋ยคอก ทำให้ดีขึ้นมาก เรียกได้ว่าพลิกผัน เพราะก่อนนั้นทำแต่นา ทำไร่มัน อ้อยก็ทำ ทำอย่างละนิดอย่างละหน่อย มีรายได้แค่ปีละครั้ง ไม่พอกินไม่พอใช้ จึงพลิกแพลงเพื่อให้มีรายได้ต่อวัน หรือต่อเดือน เริ่มแรกปลูกทำกินก่อนทีละต้นสองต้น เพื่อไม่ต้องซื้อ ต่อมาจึงได้ขยายอย่างละ 200- 300 ต้น สำหรับที่ดินของตนนั้นมีอยู่ 35 ไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าว 15 ไร่ และปลูกสวนผสมผสาน 20 ไร่ ทำให้มีรายได้ขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ล่าสุดปลูกใบเตยส่งตลาด สัปดาห์ 1-2 ครั้งโดยประมาณ และตัดตลอดปี

ทั้งนี้ หลังจากกลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 เข้ามาดูแล เกษตรกรในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และได้ให้คำแนะนำว่าให้ทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เนินรับน้ำเพื่อแก้ปัญหาดินเค็มนั้น เกษตรกรก็ได้มีการเรียนรู้และทำตาม ดินในพื้นที่จึงมีสภาพดีขึ้น พืชผักที่ปลูกก็ได้มากกว่าเดิม มีผลผลิตที่สามารถเก็บมาขาย สร้างรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการลดใช้สารเคมีก็ช่วยให้สุขภาพของเกษตรกรดีขึ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษตรผสมผสานดินเค็มเนินรับน้ำดินเสื่อมสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3เกษตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้