ฝนตกช่วยชาวนากาฬสินธุ์นอกเขตชลประทานพาต้นข้าวรอดตาย แต่ห่วงหากฝนทิ้งช่วงอาจขาดแคลนน้ำอีก ขณะที่ น้ำเข้าเขื่อนลำปาวประมาณ 2.79 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เขื่อนต้องส่งน้ำอีกกว่า 4 ล้าน ลบ.ม.
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2562 จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทาน พื้นที่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งก่อนหน้านี้กำลังประสบปัญหาภัยแล้งต้นข้าวขาดน้ำและกำลังยืนต้นตาย โดยในช่วงนี้พบว่ามีฝนตกลงมาในพื้นที่ ทำให้นาข้าวที่เคยขาดน้ำและกำลังยืนต้นตายขณะนี้ได้รับน้ำฝนทำให้ดินชุ่มฉ่ำและเริ่มรอดตายแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่แต่ก่อนเคยกังวลว่า ต้นข้าวจะได้รับความเสียหายไม่มีข้าวขาย ในช่วงฝนที่ตกทำให้ชาวบ้านดีใจที่ได้มีฝนตกลงมาในพื้นที่
ชาวบ้านบอกว่า อยากให้ฝนตกลงมามากกว่านี้ โดยจะทำให้ต้นข้าวที่เคยขาดแคลนน้ำเจริญเติบโต ซึ่งจะทำให้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ได้คลี่คลายลง แต่ชาวบ้านต้องลุ้นต่อว่าจะมีฝนตกลงมาอีกมากน้อยเพียงใด เพราะหากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงอีกก็จะทำให้ต้นข้าวขาดแคลนน้ำได้เพราะต้องรอน้ำฝนในการหล่อเลี้ยงต้นข้าวเท่านั้น
...
จากการติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว หลังจากช่วงนี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวประมาณ 2.79 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทางเขื่อนลำปาวต้องทำการระบายน้ำตามคลองส่งน้ำและตามลำน้ำธรรมชาติเพื่อช่วยเสริมในการเกษตรและการอุปโภคบริโภควันละ 4.89 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการเพาะปลูกพืชพื้นที่กว่า 306,325 ไร่ โดยขณะนี้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 477 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 24 ของความจุอ่าง
แต่อย่างไรก็ตาม ทางเขื่อนยังยืนยันว่าน้ำจะมีเพียงพอในการอุปโภคบริโภค ส่วนน้ำในการเกษตรต้องมีการประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตือนให้ประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และรู้คุณค่าของน้ำเพราะสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรง และจะยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องวางแผนการจัดสรรน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำและการแย่งชิงน้ำ.