ข่าว
100 year

ผู้บริหาร “เขื่อนไซยะบุรี” ยืนยันไม่ใช่ต้นตอวิกฤติน้ำโขงแล้ง

ไทยรัฐออนไลน์23 ก.ค. 2562 02:23 น.
SHARE

เขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว ยืนยันปล่อยน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าตามปกติ ไม่ได้กักเก็บน้ำ ชี้เพราะเป็นปัญหาภัยธรรมชาติ ไซยะบุรีเป็นปลายเหตุ น้ำโขงน้อยแห้งขอด เนื่องจากผลเอลนีโญ และจีนไม่ยอมปล่อยน้ำ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.62 คณะผู้บริหารบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด นำคณะสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางจากประเทศไทยไปดูข้อเท็จจริงสถานการณ์น้ำเนื่องจากภัยแล้งที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว โดยให้สื่อมวลชนไทยเดินสำรวจเส้นทางประตูระบายน้ำล้นและประตูระบายตะกอน รวมทั้งเผื่อเวลาสำหรับการเก็บภาพบริเวณท้ายน้ำ ตรงจุดที่เห็นอ่างสลายพลังงาน ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นจุดที่เห็นได้ชัดเจนว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มีประตูระบายน้ำล้นถึง 11 บานทั้ง low level และ surface ซึ่งใช้เป็นประตูระบายน้ำนอกเหนือจากน้ำที่จะผ่านจากโรงไฟฟ้า และบริเวณท้ายน้ำ เพื่อให้เห็นกระแสน้ำตรงส่วนช่วงท้ายน้ำว่ามีการไหลเข้าสู่โรงไฟฟ้า และ Spillway ไปสู่ช่วงท้ายน้ำตลอดเวลา รวมทั้งเห็นภาพน้ำที่ไหลออกจากโรงไฟฟ้ามายังอ่างสลายพลังงานเพื่อลดการกัดเซาะตลิ่งก่อนระดับน้ำเข้าสู่การไหลของลำน้ำโขง โดยมี นายพอนไช พงสะหวัด หัวหน้าแผนกพัฒนาโครงการแผนกพลังงาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงาน สปป.ลาว ร่วมสังเกตการณ์

ทั้งนี้ นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า การที่หน่วยงานรัฐบาลไทยเรียกร้องให้ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ส่งหนังสือด่วนถึง สปป.ลาว ขอให้ชะลอทดสอบระบบไฟฟ้าเขื่อนไซยะบุรี เพื่อรอให้จีนเพิ่มการปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหง หลังปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงลดลง โดยคาดว่าใช้เวลา 3 วันระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติ นั้น ทางบริษัทฯ อยากชี้แจง การทดสอบระบบไฟฟ้าโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับปริมาณน้ำในลำน้ำโขงตั้งแต่ช่วง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนถึงเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว มีปริมาณน้ำลดลง เพราะรูปแบบเขื่อนไซยะบุรี ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าแบบเขื่อนจิ่งหง ในประเทศจีน แต่เป็นระบบการผลิตไฟฟ้าการกำลังไหลของกระแสน้ำในลำน้ำโขงตามธรรมชาติ

ในรอบสัปดาห์นี้ มีแรงน้ำไหลเข้าระบบเพียง 1,750 ลบ.ม./วินาที จากปกติจะต้องมีแรงน้ำไหลเข้าระบบในอัตรา 4,000 ลบ.ม./วินาที ทำให้เราสามารถเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้แค่ 3เครื่อง จากกำลังผลิตทั้งหมด 8 เครื่อง และถ้าไปดูสถิติน้ำฝนและปริมาณน้ำตลอดลำน้ำโขง ตั้งแต่ล้านช้าง เชียงของ เชียงแสน หลวงพระบาง ไปจนถึงเวียงจันทน์ รอบ 100 ปี จะเห็นว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนและน้ำในลำน้ำโขง ต่ำสุด โดยหลวงพระบาง มีปริมาณฝนตกเพียง 280 มม. ทำสถิติต่ำสุดแซง ปี พ.ศ.2466 ที่มีปริมาณฝนตกเพียง 370 มม. จะเห็นได้ว่าเขื่อนไซยะบุรีก็ได้ผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญเช่นเดียวกับพื้นที่ล้านช้าง และเชียงแสน รวมถึงพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย แต่เหตุที่เขื่อนยังมีปริมาณน้ำที่ดูมาก เพราะยังมีปริมาณน้ำจากลำน้ำย่อยใน สปป.ลาว ไหลลงเพิ่มเติมให้ ดังนั้นจะเห็นสถานการณ์ภัยแล้งไม่ได้เกิดเฉพาะลุ่มน้ำโขง แต่เกิดทั่วทั้งภูมิภาค เนื่องจากภาวะเอลนีโญ ประกอบเขื่อนจิ่งหงในจีนหยุดกานผลิตเพื่อซ่อมสายส่ง และปล่อยน้ำน้อยมากจึงส่งผลกระทบกับประเทศทางท้ายน้ำ

ด้านนายพอนไช พงสะหวัด หัวหน้าแผนกพัฒนาโครงการแผนกพลังงาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงาน สปป.ลาว กล่าวเพียงว่า ตอนนี้ สปป.ลาวกำลังศึกษาและติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในลุ่มลำน้ำโขงอย่างใกล้ชิด หากได้ข้อมูลที่ชัดเจน ทางรัฐบาลลาวคงจะมีคำตอบอย่างเป็นทางการให้กับทางการไทย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เขื่อนไซยะบุรีวิกฤติน้ำโขงแล้งแม่น้ำโขงแม่น้ำโขงแห้งเอลนีโญข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้