ลุงกับป้า 1 ใน เหยื่อแพรวา 9 ศพที่บุรีรัมย์ ต้องเสียลูกสาวคนเดียวที่ใกล้เรียนจบ ออกมาระบุถึงพฤติกรรมของคู่กรณี ว่าไม่มีคุณธรรม ไร้น้ำใจ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องติดต่อมาครั้งเดียวแล้วเงียบหาย
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านพักของ นายสะโอด ชิมกระโทก อายุ 64 ปี และ นางปิยะวรรณ ชิมกระโทก อายุ 61 ปี สองสามีภรรยา อาชีพข้าราชการครูเกษียณ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 13 ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นพ่อและแม่ของ น.ส.จันจิรา ชิมกระโทก หรือน้อง ป้าย อายุ 22 ปี (ตอนเกิดเหตุ) ขณะเรียนอยู่คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ พบว่าสองสามีอยู่กันตามลำพัง 2 คน
นางปิยะวรรณ แม่น้องป้าย กล่าวว่ามีความน้อยใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เกิดเหตุ ที่น้องแพรวา โพสต์ข้อความต่างๆ จนโลกออนไลน์ต่างวิจารณ์กันอย่างหนักในขณะนั้น หลังเกิดเหตุ ทางครอบครัวก็สู้เพื่อความยุติธรรม โดยตั้งแต่เกิดเหตุผ่านไปถึง 2 ปี มีเพียงญาติของน้องแพรวา โทรติดต่อมาเพียงครั้งเดียว แล้วก็เงียบหายไปจนถึงขณะนี้ ถือว่าไร้น้ำใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนตระกูลใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้ หากย้อนไปถึงตอนนั้นอีกประมาณเดือนเศษ ลูกสาวก็จะเรียนจบถึงตอนนี้คงจะมีงานทำไปแล้ว ขณะที่คนก่อเหตุกลับไม่มีความรู้สึกอะไร ทั้งที่ศาลตัดสินจนคดีสิ้นสุดไปแล้ว
แม่น้องป้าย กล่าวต่อว่า อยากจะฝากถึงครอบครัวคุณแพรวาว่า ครอบครัวคุณไม่ได้สูญเสียอะไร แต่ครอบครัวเราสูญเสีย ควรจะเห็นใจกลุ่มผู้สูญเสียบ้าง ในฐานะที่ครอบครัวคุณแพรวา เป็นคนมีฐานะ ไม่อยากให้คนทั้งประเทศดูถูกตระกูลอันสูงส่งของพวกคุณเงินทองต่างๆ ครอบครัวพอมีอยู่มีกิน ไม่ได้หวังอะไรขนาดนั้น แต่ดูไปแล้วดูเหมือนเขาจะดูถูกเราเกินไปว่าเขานามสกุลดัง แต่เราแค่นี้จะไปสู้อะไรกับเขา ทำให้มันยืดเยื้อมาถึงขนาดนี้
...
นางปิยะวรรณ กล่าวด้วยว่า ตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 3 คน น้องป้าย เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวในครอบครัว ส่วนพี่ชาย 2 คน ได้เรียนจบมีงานทำกันหมดแล้ว ซึ่งหากน้อยป้ายยังอยู่ก็จะอายุได้ 31 ปี และอาจจะได้มาอยู่ดูแลพ่อแม่ตามความฝันของน้องป้าย.