สถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ ลุยช่วยเกษตรกรมีปัญหาดินไม่อุดมสมบูรณ์ แนะ ทำเกษตรแบบผสมผสาน ขุดบ่อจิ๋วเก็บกักน้ำ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต

วันที่ 15 ก.ค. การทำนานับว่าเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรไทย แต่เกษตรกรก็ประสบปัญหาไม่น้อยในเรื่องของดินที่ไม่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าว อีกทั้งขาดแคลนน้ำสำหรับใช้ในการเกษตร เช่น พื้นที่บ้านจาน ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ที่ลักษณะดินตามแผนที่ชุดดินส่วนใหญ่จะเป็นชุดดินชุดที่ 17 และชุดดินที่ 40 ซึ่งในพื้นที่ของเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนเป็นชุดดินที่ 40 ซึ่งไม่เหมาะสมในการผลิตข้าว และความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจากการจัดการกับความไม่เหมาะสมของดินและผลผลิตน้อยลง กรมพัฒนาที่ดินเล็งเห็นความสำคัญถึงปัญหานี้ จึงเข้ามาส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดินต่างๆ ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

นางสาวชินาลัย พริ้งเพราะ เจ้าพนักงานการเกษตรปฏิบัติงาน สถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นในการเข้ามาส่งเสริม คือ การเข้ามาในพื้นที่เพื่อพูดคุยกับตัวเกษตรกรผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนว่า เขาประสบพบเจอปัญหาอะไรบ้าง พบว่า เกษตรกรประสบปัญหาภาวะหนี้สินจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากว่าปัญหาที่ดินไม่อุดมสมบูรณ์หากเปลี่ยนไปเป็นพืชอื่นจะต้องลงทุนสูง จึงแนะนำให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนเป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยสถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ส่งเสริมครั้งแรก คือ ให้บ่อจิ๋วเพื่อเป็นแหล่งน้ำในการทำการเกษตรก่อน ต่อมาส่งเสริมให้ปลูกพืชเสริมพวกพืชผักสวนครัวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการลดต้นทุนลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของมาบริโภคในครัวเรือน ทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ ซึ่งเมื่อเหลือจากการนำมาประกอบอาหาร ก็สามารถนำไปจำหน่ายและแจกจ่ายให้กับข้างบ้านได้ด้วย และหลังจากเข้ามาส่งเสริมทั้งด้านปัจจัยการผลิต ปรับปรุงบำรุงดิน และบ่อจิ๋ว ให้ชาวบ้านได้ลงมือทำเกษตรผสมผสานแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าเกษตรกรมีความสุข ที่เมื่อตื่นมาแล้วก็เห็นผลผลิตที่มีเป็นทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี เมื่อเกษตรกรใกล้เคียงเห็นก็ได้เข้ามาขอความรู้ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายในการทำเกษตรผสมผสานเพิ่มขึ้น

ด้านนางศิราพร คิดกล้า หมอดินอาสาประจำตำบลชุมแสง กล่าวว่า จุดเริ่มต้นจากการที่ชอบในงานศาสตร์พระราชาเป็นทุนเดิม และได้มีโอกาสเข้ามาเป็นหมอดินอาสาในช่วงการทำนาและได้ผลผลิตต่ำ จึงมีความคิดในการหันมาปลูกต้นไม้ ทำเกษตรผสมผสาน โดยได้แนวคิดจากการที่เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินพาไปศึกษาดูงานพื้นที่ต่างๆ และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนอยู่เรื่อยๆ โดยสถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ส่งเสริมให้องค์ความรู้เรื่องสารเร่งซุปเปอร์ พด.ต่างๆ เรื่องน้ำหมัก ถังน้ำหมัก ปุ๋ยพืชสด ไถกลบตอซังข้าว และบ่อ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญและดีขึ้นมาก โดยตนได้ปลูกพืชล้มลุก เช่น บวบ ฟักแฟง แตงโม พืชผักสวนครัว ผักหวาน หน่อไม้ฝรั่ง เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แต่หลักๆ คือทำนา

“ชาวบ้านหลายคนได้เข้ามาดูพื้นที่ เราก็แนะนำวิธีการปรับปรุงบำรุงดินหรือองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้รับมาต่อยอดให้ชาวบ้านด้วย เขาจึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาทำตาม ปลูกพืชผัก แบ่งพื้นที่มาทำเกษตรผสมผสาน พร้อมเล็งเห็นช่องทางที่มีรายได้มากขึ้น เช่น เห็ดที่เพาะไว้ลูกค้าจะมารับถึงที่ ราคากิโลกรัมละ 80 บาท ขายแต่ละครั้งกว่า 10 กิโลกรัม ตรงนี้ก็เป็นรายได้ที่เห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังขายผัก ขายไข่ไก่ ทุกวันนี้เงินจะวิ่งเข้ามาหาเราเอง ถ้าขยันและทำให้ตรงจุด ไม่ต้องวิ่งหาเงินเหมือนแต่ก่อน” นางศิราพร กล่าว

ทั้งนี้ จากการที่เจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์เข้ามาสนับสนุนมาติดตามเกษตรกร เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน สนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์ต่างๆ ในการทำเกษตรแล้ว ยังมีการต่อยอดให้เกษตรกรใน อ.กระสัง ปลูกหญ้าแฝกบริเวณรอบบ่อ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาวอีกด้วย.