ข่าว
100 year

เปาะเปี๊ยะออนซอนเงินล้าน รองอธิบดีฯหนีหัวโขน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

มุมหนึ่งในตลาดสดไทยศิริ 3ยามเย็น อำเภอเมือง อุดรธานีต้องสะดุดตากับร้านขาย “เปาะเปี๊ยะ ออนซอน” ที่มีชายสูงวัยลักษณะการแต่งตัวแปลกหู...แปลกตา ต่างจากแม่ค้าทั่วไป กำลังก้มหน้าก้มตา...วุ่นอยู่กับการทอดเปาะเปี๊ยะ อย่างพิถีพิถันและใจเย็น

ทันทีที่เขาคนนี้หันหน้าขึ้นมา...ถึงกับต้องชะงัก เพราะชายที่ว่านี้คือ “วิชาญ เที่ยงธรรม” อดีตรองอธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังเกษียณอายุราชการในปี 2559 หันมามีชีวิตอยู่กับครอบครัวแบบเรียบง่าย ใน จ.อุดรธานี ที่ไม่มีหัวโขน ไม่ยึดติดฐานันดรศักดิ์ หรือตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต

ใช้เวลาว่างออกขาย “เปาะเปี๊ยะ ออนซอน...เงินล้าน” ตามตลาดนัดตามหมู่บ้านต่างๆ

...มีโอกาสได้พูดคุย วิชาญ เล่าให้ฟังว่า หลังเกษียณอายุราชการ มีจุดประสงค์ต้องการพักผ่อนแบบสงบเรียบง่ายอยู่บ้าน เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งต้องอยู่แบบสภาพนั่งๆนอนๆ หากไม่อยู่หน้าโทรทัศน์...ก็อยู่กับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จนรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตแบบไร้ค่า...หายใจทิ้งเสียเปล่า

และนานวันยิ่งเกิดความเบื่อหน่าย ความจำเจ ชีวิตไม่มีรสชาติ เพราะครึ่งชีวิตในการรับราชการ ต้องตื่นเช้าออกทำงานทุกวัน...กลายเป็นความเคยชิน จนเกิดจุดประกายความคิดอยากทำกิจกรรมให้มีประโยชน์ ในการเปิดขาย “เปาะเปี๊ยะ” เพื่อหารายได้เสริมพิเศษเล็กๆน้อยๆ...“ตอนนั้นคิดเพียงว่า อยากมีกิจกรรมทำเป็นงานอดิเรก...ฆ่าเวลาไม่ให้ว่าง และไม่คิดทำเป็นธุรกิจจริงจังมากมาย”

เริ่มจาก “ทอดเปาะเปี๊ยะ” ให้คนสนิทใกล้ชิด หรือเพื่อนบ้านรับประทานลองชิมกันก่อน และทุกคนพูดเสียงเดียวกันว่า “อร่อย สด กรอบ” จากนั้นเลย...ขยับออกมาตั้งโต๊ะขาย ในตลาดไทยศิริ 3 อำเภอเมืองอุดรธานี

ยอมรับว่า...วันแรกลูกค้ามาซื้อไม่กี่คน ทำให้ “เปาะเปี๊ยะ” ที่เตรียมมาเหลือเยอะมาก...เลยต้องทอดสดๆให้กับแม่ค้า คนเดินผ่านไปผ่านมากินกันแบบฟรีๆ เพราะดีกว่านำไปทิ้งไม่เกิดประโยชน์

นับจากทอดให้ลูกค้ากินฟรี...มีคนพูดปากต่อปากถึงความสดใหม่ สะอาด อร่อย กระทั่งในวันที่สี่ มีลูกค้าแห่มาซื้อเปาะเปี๊ยะ ตลอดทั้งวัน จนขายหมดเกลี้ยงเป็นครั้งแรก

“ทำให้รู้สึกดีใจที่สุด แสดงให้เห็นว่า เปาะเปี๊ยะทอดสดมีความอร่อย ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า และได้เห็นเด็ก ผู้ใหญ่รับประทานกันอย่างมีความสุข คนทำย่อมมีความสุขเช่นกัน ที่ได้มากกว่าตัวเงินด้วยซ้ำ”

ในช่วงแรกดำเนินธุรกิจกับภรรยา 2 คน ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อย และขาดทุนทุกวันเฉลี่ยเดือนละ 15,000-20,000 บาท เป็นเวลานานกว่า 1 ปี สาเหตุเพราะเปิดสาขาเดียว แต่วัตถุดิบที่ใช้ล้วนมีการคัดสรรคุณภาพดีเยี่ยม ทำให้ต้นทุนสูง หากคิดจริงๆ เปาะเปี๊ยะทอดสดหนึ่งชิ้นตกประมาณ 30 บาท แต่ขายเพียงชิ้นละ 10 บาทเท่านั้น

ที่ทำเช่นนี้ต้องการเน้นความซื่อสัตย์ ไม่ยอมเอาเปรียบลูกค้า เพื่อให้ได้กินเปาะเปี๊ยะอร่อย มีคุณภาพจริงๆ...ไม่ใช่ว่าซื้อครั้งเดียวแล้วหาย แต่ใช้วิธีนี้ซื้อใจ...ลูกค้าให้กลับมาซื้อใหม่

แม้มีกำไรน้อย หรือไม่ได้กำไร ก็ยอมเพราะของแบบนี้ต้องใช้เวลาในการสะสมสร้างชื่อเสียง แต่ก็ไม่เคยคิดย่อท้อ ส่งผลให้ “เปาะเปี๊ยะออนซอน” เริ่มขายดีอย่างต่อเนื่อง จนมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นมาเรื่อย 9 สาขา มีลูกจ้าง 20 คน ที่ต้องวิ่งออกไปขายตามตลาดนัดเปิดท้าย ตามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอต่างๆทั่วจังหวัดอุดรธานี

และมีจุดขายประจำ 2 แห่ง ที่ตลาดไทยศิริ 3 และตลาดแม่ยุพิน อ.เมืองอุดรธานี...

สูตรเด็ดเอกลักษณ์ คือ เน้นคุณภาพการบริโภค มีส่วนผสมไส้เปาะเปี๊ยะสด แบบบุฟเฟต์ไม่อั้น ทั้งใส่ไส้เพิ่มข้าวโพด มันเทศ ฟักทอง ผักกะหล่ำม่วง สิ่งสำคัญนำมาห่อทอดหน้าร้านกันแบบสดๆใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้มีความกรอบอร่อย ที่สำคัญ...สนนราคาจับต้องได้ขายชิ้นละ 10 บาท

ผมต้องการให้ลูกค้าได้กินของอร่อยจริงและมีผักสดกินควบคู่กับเปาะเปี๊ยะ อาทิ ผักกาดหอม โหระพา ให้แบบบุฟเฟต์ไม่อั้นวันละ 200 กิโลกรัม ทำให้ลูกค้าเรียกล้อเลียนติดปากกันว่า “ซื้อผัก แถมเปาะเปี๊ยะ” ...เพราะได้ผักเยอะมาก เหล่านี้คือความต่างจากร้านอื่นที่ทอดเปาะเปี๊ยะจากที่บ้านแล้วนำมาตั้งโต๊ะขาย...ไส้น้อย...ขาย 15 บาท

“แต่ละวันตื่นตั้งแต่ตี 4 ออกไปหาซื้อวัตถุดิบไส้เปาะเปี๊ยะและผักเคียง นำมาจัดเตรียมให้พร้อมก่อนออกไปขายตามตลาดนัด ในช่วงเย็นบ่าย 3 สามารถขายได้วันละประมาณ 25,000-35,000 บาท เฉลี่ยมีรายได้เดือนละประมาณ 700,000-800,000 บาท และตั้งเป้ายอดขายไว้ 1 ล้านบาท” วิชาญ ว่า

ฉากชีวิตที่ผ่านมา...เข้ารับราชการตั้งแต่ปี 2521 จนถึงปี 2559 มุ่งมั่นทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ออกจากบ้าน 05.00 น. และกลับเข้าบ้านอีกครั้งเวลา 22.00 น. ทำแบบนี้ประจำทุกวัน จึงมีเวลาให้ครอบครัวเพียงวันหยุดราชการเท่านั้น...ไม่เคยมีชีวิตเป็นของตัวเองมานานกว่า 38 ปี เพราะต้องการสร้างคุณประโยชน์กับหน่วยงานในสังกัด และประชาชนให้มากที่สุด

ทว่า...มีโอกาสขึ้นมานั่งตำแหน่งรองอธิบดีกรมการข้าว 2 ปี ถือว่า เป็นความฝันสูงสุดของชีวิตในงานข้าราชการ และเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลแล้ว เพราะการมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย...น้อยคนที่จะได้รับโอกาสนี้

จึงมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มความสามารถ ยึดหลักความซื่อสัตย์มีความจริงใจ ให้เกียรติ และไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชาเพราะส่วนตัวเป็นคนอยู่แบบง่ายๆ ทำให้มีแต่คนรัก...

สัจธรรมความเป็นจริงในระบบราชการ...เมื่อ “ถอดหัวโขน” ออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว บุคคลอยู่ใต้บังคับบัญชา เคยทำงานร่วมกัน หรือดูแลกันมา ก็ตีตัวออกห่างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบ หรือบางคนก้าวหน้าในตำแหน่งสูงขึ้น มีลูกน้องต้องดูแล...

หนำซ้ำ...คงไม่มีเวลาใส่ใจคนเกษียณอายุราชการ วิชาญบอกว่า ไม่เคยยึดติดกับอำนาจ ลาภยศ การสรรเสริญอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสพบเจอกันก็ยังเคารพกันเหมือนเช่นเดิม คือ...วัฏจักรข้าราชการไทย

ยกเว้น...ผู้ที่ยังไม่ไปไหน คงวนเวียน มีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจในจุดนั้น อาจถูกใช้ช่วยงานบ้าง หรือคนมีผลงานดีเด่น ยังมีภารกิจดำเนินการต่อเนื่องให้เสร็จสิ้น อาจจะรับแต่งตั้งให้เข้าไปช่วยงานชั่วคราว

“ตอนนี้ได้ก้าวมาจากจุดนั้น...ออกมาใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป...หากวันใดไม่ไปขายเปาะเปี๊ยะ ก็ออกไปทำไร่นาสวนผสม แบบเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ 9 ไร่ แบ่งออกเป็นสัดส่วน ทั้งทำนา ทำสวนผัก สวนผลไม้ และเลี้ยงไก่ เป็ด ปลาไว้กินเอง เพราะรู้สึกมีความสุข สบายใจ ที่ได้อยู่กับธรรมชาติ นี่คือความเป็นวิถีของชาวบ้านแท้จริง”

วันไหน...ออกไปขายเปาะเปี๊ยะก็มีความสุขอีกแบบ มีเพื่อนคุย ทั้งลูกค้า แม่ค้า หากใครไม่เคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง จะไม่ทราบถึงรสชาติวิถีชาวบ้านเลยว่า ทุกพื้นที่มีมิตรภาพที่ดีให้กันเสมอ...

ทุกวันนี้...ยังไม่มีใครทราบเลยนะว่า คนทอดเปาะเปี๊ยะ ออนซอน คือ อดีตรองอธิบดีกรมการข้าว เราไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครทราบ เพราะเป็นเพียงหัวโขน ไม่ต้องเอาตำแหน่งที่ผ่านมาแล้วหากิน และยังอาจเป็นกำแพงกั้นความสัมพันธ์ที่จริงใจ ซึ่งเป็นสิ่งไม่ยั่งยืนเหมือนตำแหน่งในอดีต

“เคยมีลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา แวะเวียนมาเยี่ยมเวลาขายเปาะเปี๊ยะ ตามตลาดนัดบางครั้ง ในช่วงแรกมีความรู้สึกอายบ้างเล็กๆ แต่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน...ก็รู้สึกธรรมดา เพราะไม่ได้ยึดติดกับอำนาจ บารมี และการขายเปาะเปี๊ยะ ถือว่าเป็นอาชีพสุจริต ที่มีรายได้ดีกว่ารับราชการด้วยซ้ำ”

ถือว่าเป็นความต้องการตั้งแต่ต้นก่อนเกษียณ ที่อยากมาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวเงียบๆ แบบเรียบๆง่ายๆ เพราะชีวิตข้าราชการ ใช้มาคุ้มค่าแล้ว รับรู้ถึงทุกรสชาติ และมีโอกาสได้เดินทางไปเกือบทุกมุมโลกแล้ว

นี่คือบั้นปลายชีวิตชายสูงวัยหลังเกษียณอายุราชการ ในวันที่ไม่มีหัวโขน แต่มีความสุข...อยู่ที่ใจเลือกจะเดินไปทางไหนเท่านั้นเอง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปาะเปี๊ยะ ออนซอนเปาะเปี๊ยะวิชาญ เที่ยงธรรมอุดรธานีรองอธิบดีกรมการข้าวหัวโขนสกู๊ปหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้