มหาสารคามเจอความแล้งมาเยือนแล้ว หลังฝนที่ตกลงมาไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในแม่น้ำชีให้สูงขึ้น ทำให้ที่ท้ายเขื่อนวังยาง มีเนินทรายและเนินหินโผล่ขึ้นมากกว่าทุกปี ถือว่าแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2562 นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลาง กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาประเทศไทยจะได้อิทธิพลจากพายุมูน แต่ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม กลับมีฝนตกลงมาไม่มาก จึงไม่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในแม่น้ำชีให้สูงขึ้น โดยที่ท้ายเขื่อนวังยาง มีเนินทรายและเนินหินโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน และโผล่มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลาง กล่าวอีกว่า ล่าสุดเขื่อนฝายวังยางมีปริมาณน้ำกักเก็บแค่ 16.35 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ำกว่าระดับปกติที่อยู่ 33 ล้าน ลบ.ม. จึงได้ทำการปิดประตูระบายน้ำอย่างสนิทจำนวน 5 บาน และยังยกประตูระบายน้ำ 1 บานขึ้น 1 ซม. เพื่อทำการพร่องน้ำ ออก 0.065 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนมีน้ำต่ำกว่า 5.61 ซม. จากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีสายหลักในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ที่ไหลผ่านระยะทางกว่า 125 กม พบว่าระดับน้ำแม่น้ำชีเริ่มปริมาณลดลงไปเรื่อยๆ ที่ อ.โกสุมพิสัย ต่ำกว่าตลิ่งถึง 10.27 เมตร เพราะฝนตกลงมาน้อย และน้ำต้นทุนที่เขื่อนอุบลรัตน์ ก็มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้แค่ 2.19 ล้าน ลบ.ม. หรือ 0% ทำให้ไม่สามารถปล่อยมาเลี้ยงแม่น้ำชีได้เลยในช่วงนี้.