เด็กสาววัย 16 พร้อมยายร้องศูนย์ดำรงธรรมที่ชัยภูมิ ถูกชายที่ขันอาสามาช่วยหาเงินบริจาคสร้างบ้าน ข่มขืนทั้งแม่ลูก จนแม่ตรอมใจตาย ส่วนตัวเองหวาดผวาต้องหนีไปอยู่บ้านญาติ ล่าสุดแจ้งความแล้ว

วันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีนางสาว เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เดินทางจากบ้าน ตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยยาย เข้ายื่นหนังสือต่อนายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ ปลัดอาวุโส อำเภอเทพสถิต เพื่อขอหาทางช่วยเหลือตนและคนในครอบครัว ที่ได้รับความเดือดร้อน จากการที่นายนิด(นามสมมติ) ทำงานในองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ(ภาคประชาชน) อตร. ที่ทำการข่มขืน ขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ทั้งตนแล ผู้เป็นมารดา จนมารดาต้องตรอมใจ ส่งผลให้โรคประจำกำเริบและเสียชีวิตในที่สุด

นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ ปลัดอาวุโส ได้ออกมารับหนังสือ พร้อมสอบถามเบื้องต้น ผู้ร้องยังคงยืนยันที่จะดำเนินคดีกับนายนิด จึงได้โทรศัพท์เชิญพนักงานสอบสวนมารับทราบปัญหา พร้อมแนะนำให้ไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตามขั้นตอน ซึ่งหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันแล้วได้แจ้งแก่ผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี อีกทั้งเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ดังนั้นการสอบสวนจำเป็นต้องให้สหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนด้วย เบื้องต้นเป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน และจะนำตัวผู้เสียหายเดินทางไปพบกับสหวิชาชีพที่จังหวัดต่อไป

ด้านนายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ ปลัดอาวุโสอำเภอเทพสถิต กล่าวว่า ปัญหาของผู้ร้องเรียนรายนี้เป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการสอบสวน และที่สำคัญผู้ร้องเป็นเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยเฉพาะผู้ร้องอ้างว่าถูกข่มขืน รวมทั้งมารดาด้วย ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงผู้ที่ถูกกล่าวหาจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน

ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหารายนี้ จากข้อมูลเบื้องต้น เป็นผู้ที่ชอบขันอาสาวิ่งเต้นช่วยเหลือนำชาวบ้านเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชนมาตลอด รวมทั้งมีการรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสมาตลอด ซึ่งกรณีครอบครัวของนางสาวเอ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากเงินบริาคเพื่อสร้างบ้านเช่นกัน บ้านได้ก่อสร้างมานานกว่า 7 เดือนแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งก็ไม่ทราบเกิดปัญหาอะไร และในวันนี้เพิ่งทราบจากนางสาวเอ ผู้ร้องว่าสาเหตุที่ล่าช้านั้นเพราะไม่มีเงินเหลือในบัญชี ซึ่งผู้ร้องยังอ้างต่อไปว่า ทุกครั้งที่มารดาตนไปเบิกถอนเงินเพื่อมาดำเนินการก่อสร้าง จะมีนายนิด จะเป็นผู้อาสาพาไปเบิกถอนทุกครั้ง โดยนายนิดจะบอกกับทุกคนว่าบ้านหลังที่กำลังก่อสร้างนี้เป็นบ้านที่นายนิด เป็นคนวิ่งเต้นและประสานมา จึงมีสิทธิที่จะเข้าไปอยู่อาศัยได้

นางสาวเอ เล่าด้วยว่า ตนอาศัยอยู่กับมารดา โดยลำพังเพียง 2 คนภายในบ้านหลังเล็กๆ ที่ทรุดโทรม ต่อมานายนิดได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือโดยได้ประสานหน่วยงานต่างๆ จนมีผู้บริจาคเงินเข้ามาในบัญชีมารดา ซึ่งจากนั้นมานายนิดก็ทำตัวสนิทสนมกับครอบครัวตนเองและเดินทางมาเยี่ยมมารดาที่บ้านบ่อยครั้งบางครั้งมาช่วงมืดๆค่ำ ในวันที่เกิดเหตุตนกำลังจะเข้าห้องน้ำ นายนิดได้เดินตามพร้อมกระชากแขนตนเข้าไปในห้องน้ำจากนั้น ได้บังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ตนจึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้กับมารดาฟัง ซึ่งมารดาก็บอกว่า เดี๋ยวค่อยไปแจ้งความ

ต่อมา นายนิดได้พยายามที่จะขืนใจอีกหลายครั้งแต่ตนได้ใช้วิธีต่อรอง ขอให้นายนิดลงจากการคร่อมร่างตนก่อน พอนายนิดหลงกลตนก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนี ไปพักอาศัยกับญาติที่ต่างจังหวัด หลังจากนั้นตนทราบว่าแม่ได้เสียชีวิตลง และแม่เองก็ถูกนายนิดข่มขืนด้วย ตนจึงกลับมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ช่วยดำเนินการเอาผิดกับนายนิด อย่างถึงที่สุด