แม่ค้าปลาเผาอุดรธานี สุดทนถูกโจรหิวโหย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย บุกงัดถังน้ำแข็ง ลักเบียร์แช่เย็นรวม 2 ลังแล้ว ภายใน 3 เดือน โดยขโมยรวม 10 ครั้ง เผยขโมยไปย่างกินที่ริมหนองน้ำฝั่งตรงข้ามร้าน
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.62 ขณะที่ พ.ต.ท.วิฑูรย์ ศรีชาย สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุคนร้ายงัดถังแช่ ภายในร้านเจ๊แมวปลาเผา ตั้งอยู่ริมถนนอุดร-สามพร้าว ม.14 บ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี จึงพร้อมด้วย ร.ต.อ.พิทักษ์ พรหมวงศ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.ท.อนุรัตน์ ศรีบุตร รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ด.ต.ธรรมเทพ สระบัวคำ หน.ตชต.สามพร้าว รุดตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นซุ้มร้านอาหารส้มตำปลาเผา ไก่ย่างสมุนไพร และอาหารตามสั่ง อยู่บนเนื้อที่ราว 3 งาน พบ นางวิภาวดี แก้วหานาม หรือ เจ๊แมว อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน นำตำรวจตรวจสอบถังแช่เย็นสีน้ำเงิน พบร่องรอยคนร้ายใช้ใบเลื่อยตัดที่คล้องล็อกกุญแจฝาถัง จำนวน 2 ถัง ตรวจสอบทรัพย์สินที่หายไปมีเบียร์เกือบ 2 ลัง ส่วนวัตถุดิบอย่างอื่นยังอยู่ครบ ตำรวจจึงถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน
...
สอบสวน นางวิภาวดี แก้วหานาม ผู้เสียหายให้การว่า เปิดร้านส้มตำปลาเผามา 8 ปี ไม่มีคนนอนในเวลากลางคืน แต่เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ครั้งแรกถูกคนร้ายเป็นเยาวชนชาย 3 คน ที่ชอบมาเล่นเกมในหมู่บ้าน ห่างจากร้านตนเองราว 100 เมตร เข้ามาก่อเหตุลักเนื้อไก่และปลานิล ไปทำกินกันที่ริมหนองน้ำฝั่งตรงข้ามกับร้าน ที่รู้ตัวคนร้ายเนื่องจากชาวบ้านผ่านมาพบเห็น ขณะกำลังก่อไฟย่างไก่และปลากินกัน และตอนเช้าตนและลูกสะใภ้จึงไปดูที่ริมหนองน้ำ พบเครื่องทำครัว เช่น มีด ช้อน รวมทั้งเศษอาหารที่คนร้ายขโมยมาทำกินกัน แต่ไม่ยอมนำมาส่งคืน ตนเองต้องไปเก็บมาล้างทำความสะอาดเพื่อใช้งาน
"หลังเกิดเหตุเห็นท่าไม่ดี จึงติดกล้องวงจรปิดแบบไร้สาย แต่คนร้ายก็มาถอดลักเอาไป ก่อนหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำห่างกันไม่เกิน 1 สัปดาห์ต่อครั้ง รวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว ที่ผ่านมาไม่ได้แจ้งความเพราะเห็นว่าเป็นเด็ก อายุไม่น่าจะเกิน 18 ปี และมูลค่าความเสียหายไม่มาก และคงพากันหิวโซหลังร้านเกมปิด แต่ครั้งนี้ตนเองทนไม่ไหวแล้ว เพราะหนักเข้าถึงกับขโมยเบียร์ไปจนเกลี้ยงถังแช่ ส่วนเนื้อไก่และปลายังอยู่ครบ จึงขอให้คนร้ายที่ก่อเหตุกลับไปเรียนหนังสือจะดีกว่า อย่ามาลักขโมยของภายในร้านอีกเลย เพราะกว่าตนจะหาเงินมาลงทุนได้ต้องเหนื่อยทุกวัน รวมทั้งต้องจ่ายค่าเช่าที่ปีละ 1 แสนบาท และวันนี้ก็ต้องขายอาหารตามเงินทุนที่สูญหายไป" แม่ค้าร้านอาหารส้มตำปลาเผา กล่าว
พ.ต.ท.วิฑูรย์ ศรีชาย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้น สันนิษฐานว่า คนร้ายไม่ใช่มืออาชีพ และเป็นเด็กเยาวชนที่เกิดความย่ามใจ อยากโชว์ความกล้าให้เพื่อนดู แต่เป็นความกล้าในทางที่ผิดกฎหมาย เข้ามาลักทรัพย์ในร้านอาหารแห่งนี้บ่อยครั้ง และได้แนะนำผู้เสียหายให้เก็บทรัพย์สินที่มีค่ากลับบ้านด้วยทุกครั้งหลังปิดร้าน อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป หากยังจับไม่ได้คงจะก่อเหตุอีกเป็นแน่.