ดราม่าหวย 12 ล้านที่บุรีรัมย์ยังไม่จบ ทนายรณณรงค์ พาแม่ยาย ที่ถูกลูกเขยฟ้องยักยอกลอตเตอรี่ 12 ล้านตั้งแต่ปี 2561 ยื่นแก้อุทธรณ์ที่ศาลจังหวัดนางรอง หลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ แม่ยายเผยไม่กังวล เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ พร้อมติดตามคืบหน้าคดีที่แจ้งความกลับลูกเขยฐานแจ้งความเท็จ และเรียกค่าเสียหาย 2 แสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี พร้อมมารดาชาว อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อเดือน เม.ย.2561 โดยกล่าวหาว่า นางมานิตย์ เต็มปักษี อายุ 45 ปี ชาวบ้านหนองไผ่ ต.เสาเดียว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแม่ยายของ ด.ช.เอ พร้อมด้วย น.ส.สมศรี สายสมคุณ อายุ 21 ปี บุตรสาวคนโตของ นางมานิตย์ และนางฉวีวรรณ ลูกจันทร์ อายุ 30 ปี หลานสาวของนางมานิตย์ ร่วมกันยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 หมายเลข 412073 งวดประจำวันที่ 1 เม.ย. 2561 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล 12 ล้านบาท ที่ ด.ช.เอ อ้างว่า ถูกรางวัลที่ 1 แล้วนำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบ ไปฝากไว้กับนางมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย ทั้งกล่าวหาว่าแม่ยาย เป็นคนนำสลากไปขึ้นเงินรางวัล พร้อมทั้งได้มีการว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดนางรอง ให้เอาผิดกับบุคคลทั้ง 3 คนด้วย
ต่อมาเมื่อเดือน ส.ค. 2561 ศาลชั้นต้นมีความเห็นยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลได้วินิจฉัยว่าเป็นเพียงแค่พยานบุคคล และพยานบอกเล่า ไม่มีวัตถุพยาน หรือพยานเอกสารมายืนยัน ว่าจำเลยกระทำผิดจริง ประกอบกับพยานเอกสารจากกองสลาก ก็ไม่ปรากฏชื่อโจทก์ ที่สลักไว้หลังสลาก และไม่ปรากฏชื่อของจำเลย หรือญาติของจำเลยไปขึ้นเงิน ศาลจึงมีคำพิพากษายกคำร้องโจทก์ในชั้นไต่สวน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากกองสลากฯ พบว่าผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 ชุดดังกล่าวที่ไปขึ้นเงินกับกองสลากฯ อยู่ที่ จ.ลำปาง และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแม่ยายที่ถูกกล่าวเลย
จากนั้น วานนี้ (21 มิ.ย.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนางมานิตย์ เต็มปักษี แม่ยายที่ตกเป็นจำเลยถูกลูกเขยฟ้อง ในคดียักยอกลอตเตอรี่ 12 ล้านบาท ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อยื่นแก้อุทธรณ์ เนื่องจากฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 หลังจากที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องโจทก์ในชั้นไต่สวน
พร้อมกันนี้ ทนายรณณรงค์ และนางมานิตย์ ยังได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดี ที่นายมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย ได้แจ้งความกลับลูกเขย และมารดาของลูกเขย ฐานแจ้งความเท็จ เบิกความเท็จ ที่ สภ.นางรอง หลังจากที่แจ้งความไว้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2561 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่า ได้สรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว และทางอัยการมีความเห็นให้สอบสวนเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ในขณะที่ของ สภ.หนองหงส์ ได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลไปแล้ว และได้มีการเรียกค่าเสียหายกับลูกเขย และผู้เป็นแม่ด้วย 200,000 บาท ฐานกล่าวหาใส่ร้ายบุคคลทำให้เดือดร้อนเสียหาย
ทนายรณณรงค์ ระบุว่า ได้พาจำเลยมายื่นแก้อุทธรณ์ที่ศาลจังหวัดนางรอง เนื่องจากโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของจำเลยว่า ไม่ได้ยักยอกลอตเตอรี่ตามที่ถูกกล่าวหา และลอตเตอรี่ที่ถูกกล่าวอ้าง ก็ไม่ได้มีจริง ซึ่งคนที่ถูกรางวัลจริงอยู่ที่ จ.ลำปาง ก็ได้นำหลักฐานไปขึ้นเงินแล้ว ส่วนที่เรียกค่าเสียหายจากแม่ของ ด.ช.วัย 14 จำนวน 2 แสนบาทนั้น เพราะการที่แจ้งความกล่าวหาผู้อื่น นอกจากทำให้เสียหายแล้ว ยังได้รับความเดือดร้อน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปมาโรงพัก และศาล ทั้งยังเสียเวลาทำมาหากินอีก
ด้าน นางมานิตย์ กล่าวว่า ถึงแม้ฝั่งลูกเขยจะยื่นอุทธรณ์ แต่ก็ไม่รู้สึกกังวล เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ยักยอกลอตเตอรี่ไปตามที่ถูกกล่าวหา ยืนยันว่าไม่เคยเห็นลอตเตอรี่ตามที่ลูกเขยกล่าวอ้างเลย และหลังจากถูกลูกเขยฟ้อง มาเป็นเวลานานกว่า 1 ปี ก็ได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะต้องหาหยิบยืมเงินญาติพี่น้องเป็นค่าจ้างรถ เดินทางไปมาทั้งโรงพัก และศาลตลอด และยังไม่รู้เมื่อไหร่คดีจะจบ แต่สิ่งที่ทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจมากที่สุด คือทำไมลูกสาว ลูกเขย ถึงกล้าใส่ร้าย และทำกับตนเองได้ลงคอ แต่ก็ยังดีที่มีทนายมาช่วยเหลือ ส่วนเรื่องคดีที่แจ้งความกลับลูกเขยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ