ข่าว
100 year

สู้เพื่อผัว ถูกหาขโมยทอง เมียแทบหมดตัว เสียค่าทนายเป็นแสน

ไทยรัฐออนไลน์17 มิ.ย. 2562 09:53 น.
SHARE

เมียเชื่อในความบริสุทธิ์ของผัว หลังถูกหาว่าขโมยทองในตะกร้าหมากยาย ถูกจับคาบ้านพร้อมลูกเขย ศาลอุทธรณ์ตัดสิน 3 ปี ติดคุกแล้ว 1 ปี 4 เดือน ครวญสู้คดีเสียค่าทนายเป็นแสน แทบสิ้นเนื้อประดาตัว

วันที่ 17 มิ.ย.62 นางนวลจันทร์ เขตประทุม อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 234 หมู่ 4 บ้านหนองกุงเผือก ตำบลลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมญาติๆ และชาวบ้าน เข้าพบผู้สื่อข่าวประจำอำเภอหนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์

นางนวลจันทร์ กล่าวว่า นายสุบิน เขตประทุม อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นสามีตน พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ ค้อสกุล อายุ 29 ปี ลูกเขยตน ถูกตำรวจ สภ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสังข์ จ.หนองบัวลำภู เข้าทำการจับกุมภายในบ้านตัวเอง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2558 ใส่กุญแจมือนำขึ้นรถยนต์ ก่อนนำขึ้นรถ ตร.สภ.โนนสังข์ จ.หนองบัวลำภู บอกต่อหน้าลูกเมียและญาติๆ ว่า "ข้อหาอะไรคงรู้แก่ใจดี" แล้วบอกต่อว่า "ข้อหาลักทรัพย์" กล่าวคือผู้ต้องหาทั้งสองขับขี่รถยนต์ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บท 5980 กาฬสินธุ์ ไปขโมยทองในตะกร้าหมากของคุณยายคนหนึ่งในเขต สภ.โนนสังข์ ประกอบด้วยกำไลแขนหนัก 1 บาท สร้อยคอหนัก 1 บาท โทรศัพท์จำนวน 1 เครื่อง แล้วได้นำผู้ต้องหาทั้งสองใส่กุญแจมือพร้อมรถยนต์ของกลางนำไปฝากขังไว้ที่ สภ.โนนสังข์ ก่อนที่ญาติๆ จะนำหลักทรัพย์ไปประกันตัวออกมาในวันรุ่งขึ้น และได้เดินทางเทียวไปมาตลอดเวลา

นางนวลจันทร์ เขตประทุม เล่าต่อว่า ตนและสามี ลูกเขย รวมทั้งญาติๆ และคนในหมู่บ้านมั่นใจความบริสุทธิ์ จึงหาหยิบยืมเงินจ้างทนายช่วยแก้ต่างหลายคน เช่น ทนายในเขตอำเภอหนองกุงศรี เป็นเงิน 52,000 บาท ทนายที่กาฬสินธุ์ 28,000 บาท แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น จนศาลชั้นต้นตัดสินให้พ่อตาและลูกเขยถูกจำคุกเป็นเวลา 3ปี ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.2561 เป็นต้นมา ตนจึงไปหายืมเงินอีก 16,000 บาท เพื่อจ้างทนายที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อขอให้ไปยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ก็ยืนตามศาลชั้นต้น คือจำคุก 3 ปี แต่รถยนต์ศาลอนุญาตให้คืน และทราบว่าศาลฎีกาไม่รับฎีกา เพราะโทษจำคุกแค่ 3 ปี และผู้ต้องหาก็ให้การปฏิเสธมาตลอดเพราะมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิด

"ทั้งสองคนเริ่มติดคุกอยู่ที่เรือนจำหนองบัวลำภูมาตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.2561 รวมถึงปัจจุบัน 1 ปี 4 เดือน และถึงตอนนี้ฉันต้องนำเงินไปจ่ายค่าที่นำที่นาของชาวบ้านไปประกัน ตกปีละ 20,000 บาท ชีวิตนี้แทบสิ้นเนื้อประดาตัว"

พร้อมกันนี้ นางนวลจันทร์ เขตประทุม และญาติๆ ได้เล่าต่อทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่สามีตัวเองและลูกเขยไม่ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนขโมยทอง เพราะด้วยนิสัยเป็นคนซื่อสัตย์มาโดยตลอด ไม่ค่อยพูด เขียนอ่านก็ไม่ได้ แค่ไปเจอปลาติดเบ็ดที่นาตัวเอง ยังไม่กล้าเอาเลยเพราะไม่ใช่เบ็ดของตัวเอง นายสุบิน สามี หลังจากไปซื้อรถมือสองจากร้านสมเด็จง่วนเชียง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ก็นำรถตระเวนขายเกลืออยู่แถวเขตดอนเมือง กทม. มาโดยตลอด ไม่เคยเดินทางไปอำเภอโนนสังข์แม้แต่ครั้งเดียว ไปก็ไปไม่ถูก วันเกิดเหตุที่อ้างว่าไปขโมยทองในเขต สภ.โนนสังข์ นั้นนายสุบินมั่นใจว่าวันนั้นตัวเองยังเร่ขายเกลืออยู่เขตแถวดอนเมือง ส่วนนายสุรศักดิ์ ต้นสกุล ลูกเขยก็ยังไปทำงานปกติอยู่ที่เทศบาลตำบลหนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ในตำแหน่งพนักงานเก็บขยะ และได้ลงเวลาทำงานทุกวัน เพื่อนร่วมงานก็เป็นพยานได้

ทั้งนี้ ระยะหลังๆ นายสุบิน สามี มีอาการเครียดมากขึ้น ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง กลัวว่าสามีตัวเองจะเสียชีวิตในคุก ทั้งที่ความจริงไม่ได้ลักทรัพย์ขโมยทองใครแต่อย่างใด ถึงเวลานี้ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร จึงขอกราบวิงวอนให้นักข่าวช่วยเป็นสื่อกลางเพื่อขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย จักขอบพระคุณมาก หากออกข่าว ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองได้ทราบ และยื่นมือเข้าช่วยเหลือครอบครัวตนในครั้งนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างที่สุด เพื่อสามีตนและลูกเขยจะได้ไม่ตกเป็นแพะอีกต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สู้คดีผัวถูกจับถูกจับขโมยทองขโมยทองในตะกร้าหมากข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED