ข่าว
100 year

เจาะหน้าผาก! ศพเด็กน้อยในป่าช้า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

โจรตามใบสั่ง ทํา ‘ปั้นเหน่ง’ ยายรํ่าไห้โวย

ยายร่ำไห้หลังเปิดเบ้าปูนเก็บศพหลานชายวัย 6 ขวบ ที่จมน้ำตายเมื่อต้นปี ผงะมีคนร้ายบุกรุกป่าช้าวัดแล้วลอบทุบเบ้าปูน แอบเจาะกะโหลกหน้าผากศพหลานจนกลวงโบ๋ วอนให้นำมาคืนก่อนทำพิธีเผาในอีก 2 เดือนข้างหน้า คาดฝีมือแก๊งฉกกะโหลกผีตายโหงตามใบสั่ง เอาไปทำ “ปั้นเหน่ง” ลงคุณไสย มนต์ดำตามความเชื่อ ตำรวจสงสัยพวกหน้าเดิมที่เพิ่งพ้นโทษออกอาละวาดซ้ำอีก “ผู้การฯอุดร” สั่งล่าตัวมาให้เร็วที่สุดเพราะเป็นคดีสะเทือนจิตใจชาวบ้าน

ที่เมรุวัดส่งเสริมธรรม บ้านใหม่ศรีวิไล ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังทราบว่ามีคนร้ายลักลอบทุบเบ้าปูนเก็บศพและขโมยเจาะกะโหลกศพเด็กที่เก็บไว้ข้างใน บริเวณป่าช้า หลังวัด พบนางอุไรรัตน์ สุวรรณหงส์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 10 บ้านปันน้ำใจ ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี ผู้เสียหาย พร้อมเจ้าอาวาส วัด และตำรวจชุดสืบสวน กำลังตรวจสอบเบ้าปูนที่ทำจากท่อซีเมนต์วงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. วางเรียงต่อกัน 4 วง ความยาวประมาณ 2 เมตร

นางอุไรรัตน์ให้ข้อมูลว่า เป็นยายของ ด.ช. ศุกลวัฒน์ อยู่ศรีเจริญ หรือน้องเก้า อายุ 6 ขวบ 9 เดือน ผู้เสียชีวิต เลี้ยงดูหลานชายคนนี้มาตั้งแต่เล็ก เนื่องจากลูกสาวและลูกเขยแยกทางกัน พ่อไปมีภรรยาใหม่ แม่ถูกจับดำเนินคดีจำหน่ายยาเสพติด ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปรับจ้างตัดอ้อยที่ จ.พิษณุโลก และฝากน้องเก้าไว้กับยายทวดให้ดูแล ด้วยความซุกซนตามประสาเด็ก หลานชายแอบไปเล่นน้ำในสระน้ำท้ายหมู่บ้านกับเพื่อนและจมน้ำเสียชีวิต หลังทำพิธีสวดอภิธรรมเสร็จแล้ว นำศพ น้องเก้ามาบรรจุไว้ในเบ้าปูนตามความเชื่อของคนอีสานที่ว่า หากใครตายผิดธรรมชาติ หรือเสียชีวิตกะทันหันจะต้องนำศพมาเข้าเบ้าปูน 1-3 ปี เพื่อให้เหตุการณ์เย็นลง จากนั้นค่อยทำพิธีฌาปนกิจศพ หากไม่ทำตาม ญาติพี่น้องจะเสียชีวิตติดต่อกัน รวมทั้งต้องการรอให้แม่น้องเก้าพ้นโทษในเดือน ส.ค.นี้ จะได้มาร่วมพิธีเผาศพลูกด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เพิ่งทำบุญอุทิศส่วนกุศลครบ 100 วัน ไปให้น้องเก้า

ยายน้องเก้าเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือต่อไปว่า เมื่อ 2 วันก่อน หลวงปู่ถนอม เจ้าอาวาสวัดส่งเสริมธรรม ได้ให้ชาวบ้านไปแจ้งว่า เบ้าเก็บศพน้องเก้าฝาแตก เปิดออก ขอให้มาโบกปูนปิดให้เรียบร้อย ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. ตนและญาติได้นำอุปกรณ์ไปโบกปูนปิดเบ้า พร้อมส่องดูศพหลาน พบนอนศีรษะตกหมอน ญาติเอามือล้วงเข้าไปเปิดผ้าออกดู ปรากฏว่าต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าบริเวณหน้าผากถูกเจาะเป็นวงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 ซม. จนศีรษะทะลุกลวงโบ๋ ปรึกษาญาติพี่น้องแล้วมั่นใจว่าน่าจะเป็น ฝีมือพวกนิยมคุณไสยมนต์ดำมาลักเจาะกระดูกศพตายโหงเพื่อเอาไปลงอักขระทำ “ปั้นเหน่ง” ใช้เป็นเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ

“ตอนน้องเก้ามีชีวิตอยู่ ตนรักหลานคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ น้องเก้าเป็นเด็กหน้าตาดี พูดเพราะ ญาติและเพื่อนบ้านรักเอ็นดูกันทุกคน พอรู้ข่าวว่าจมน้ำเสียชีวิต รู้สึกตกใจ เสียใจ ร้องไห้แทบขาดใจ สงสารหลาน พ่อแม่แยกทางกันแล้วยังต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แถมตอนตายไปแล้วยังมีคนใจร้ายมาทุบเบ้าเก็บศพ ลักเจาะกะโหลกไปทำคุณไสยมนต์ดำ ทำให้ยิ่งสงสารหลานมากขึ้น เชื่อว่าหลานต้องถูกสะกดวิญญาณไม่ให้ไปตามรังควานคนร้าย อยากฝากถึงคนที่มาลักกะโหลกหลานไปให้รีบนำมาคืน เพราะเมื่อถึงเวลาเผา หลานจะได้มีร่างกายครบ 32 และขอวิงวอนให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว” นางอุไรรัตน์กล่าวทั้งน้ำตา

หลวงปู่ถนอม กิตติยาโณ เจ้าอาวาสวัดส่งเสริมธรรม เล่าว่า วัดนี้มีพระจำพรรษา 3 รูป เมื่อเช้าวันที่ 28-29 พ.ค. ได้เดินมาตรวจความเรียบร้อยภายในวัด พบว่าเบ้าเก็บศพน้องเก้าถูกทุบบริเวณด้านหน้า คิดว่าอากาศร้อนทำให้ปูนแตกออกหรือกิ่งไม้ตกใส่เป้าจนแตกเสียหาย ให้ชาวบ้านไปบอกญาติ มาโบกปูนปิด ไม่คิดว่าจะมีการลักเจาะกะโหลกศพ ตั้งแต่จำพรรษาอยู่วัดนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

พ.ต.ท.วิบูลย์ นนทะแสง สว.กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ คนร้ายได้รื้อค้นเสื้อผ้า กระเป๋านักเรียนของผู้ตาย นำมาทิ้งไว้ ภายนอกเบ้าปูน น่าจะเป็นพวกนิยมคุณไสยมนต์ดำ หรือได้รับใบสั่งมาจากลูกค้า เมื่อปี 57-58 เคยเกิดเหตุลักกะโหลกผีตายโหงในป่าช้าพื้นที่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.กุมภวาปี และ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แก๊งคนร้ายถูกตำรวจจับดำเนินคดีหมดแล้ว จากนั้นไม่เคยเกิดเหตุขึ้นอีก กระทั่งมาเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันที่วัดส่งเสริมธรรม ตรวจสอบพบว่าคนร้ายแก๊งเดิมพ้นโทษมาหมดแล้ว คาดว่าน่าจะจับตัวคนร้ายได้เร็วๆนี้

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.วิบูลย์ นนทะแสง สว.กก.สส.ภ.จ.อุดรธานี นำชุดสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ชุดสืบสวน สภ.ห้วยหลวง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.อุดรธานี ไปตรวจเบ้าปูนบรรจุศพน้องเก้า พร้อมกับสอบปากคำพยานบุคคล พยานแวดล้อม และวัตถุพยาน จากนั้นเข้าตรวจค้นกุฏิพระสราวุฒิ อัคคธัมโม อายุ 45 ปี พระลูกวัดวัดส่งเสริมธรรม ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พบอุปกรณ์ก่อสร้าง อาทิ ค้อนปอนด์ เลื่อย ชะแลง สว่านไฟฟ้า ค้อนตอกตะปู รวมทั้งพระเครื่อง และลูกปะคำห้อยคอจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีกระปุกพลาสติกบรรจุของเหลวคล้ายไขมันสีขุ่นข้น 2 กระปุก พระสราวุฒิอ้างว่าเป็นยานวดคลายกล้ามเนื้อและแก้ปวด มีเพื่อนให้มานานแล้ว เบื้องต้นไม่พบกะโหลก น้องเก้าแต่อย่างใด

พระสราวุฒิกล่าวว่า บวชมาแล้ว 3 พรรษา เมื่อราว 1 สัปดาห์ก่อนในช่วงหัวค่ำ ขณะนั่งทำวัตรสวดมนต์ในกุฏิที่อยู่ห่างจากเมรุแค่ 200 เมตร ได้ยินเสียงผู้หญิงสวดมนต์บทพุทธาภิเษกเสียงดังแว่วมาจากทางหมู่บ้าน ยังคิดว่ามีงานบุญเลยไม่ได้สนใจ อีกทั้งสุนัขในวัดไม่ได้เห่าหอน เพราะหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในวัด สุนัขจะเห่า กระทั่งมารู้ว่ามีการทุบเบ้าเก็บศพเมื่อตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนอุปกรณ์ช่าง ที่พบในกุฏิเป็นของชาวบ้านที่มาช่วยปรับปรุงกุฏิ

พล.ต.ต.วรณัฎฐ์เผยว่า คดีนี้ ผวจ.อุดรธานี และ ผบช.ภ.4 กำชับให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ การขโมยเจาะกะโหลกครั้งนี้ คล้ายคดีที่เกิดขึ้น เมื่อหลายปีก่อน มีเหตุลักศพไปเจาะกะโหลก 2 ราย จับกุมคนร้ายได้ในพื้นที่ อ.กุมภวาปี อ.ประจักษ์ศิลปาคม ผู้ต้องหา 4 ราย และ อ.น้ำโสม ผู้ต้องหา 3 ราย กำลังตรวจสอบว่าพ้นโทษออกจากเรือนจำหรือยัง แต่คาดว่าน่าจะออกมาแล้ว เพราะคำพิพากษาศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน ได้สั่งให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลเหล่านี้อีกครั้ง ส่วนการตรวจค้นกุฏิพระลูกวัดที่เกิดเหตุ เป็นเรื่องของงานสืบสวนที่ต้องตรวจสอบพยานหลักฐาน และวัตถุพยานที่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดก่อน อีกทั้งพระรูปนี้ได้ก่อสร้างกุฏิใหม่ มีเครื่องมือช่าง ที่จะเก็บเป็นวัตถุพยานได้

“การลงพื้นที่วันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บกระเป๋านักเรียนที่ญาติบอกว่าใส่ไปในเบ้าเก็บศพด้วย แต่หลังเกิดเหตุกระเป๋าใบดังกล่าวออกมา อยู่นอกเบ้าเก็บศพ จะต้องนำไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาว่ามีดีเอ็นเอของใครบ้างบนกระเป๋าใบนี้ เพราะเชื่อว่าคนร้ายต้องทิ้งร่องรอยไว้ ส่วนการจะเปิดเบ้าเก็บศพเพื่อตรวจสอบอีกครั้งหรือไม่นั้น คงต้องรอให้มีวัตถุพยานที่สามารถยืนยันตัวคนร้ายได้แล้วเท่านั้น เพราะหากเปิดอีกจะทำให้ญาติสะเทือนจิตใจเพิ่มขึ้น แต่หากจำเป็นต้องเปิดคงต้องขอกับญาติก่อน เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้กำชับให้ตำรวจทุกสถานีในพื้นที่ ตรวจสอบวัด สุสาน ป่าช้าทุกแห่งว่า มีกลุ่มคนร้ายไปก่อเหตุเช่นนี้หรือไม่ เพราะเกรงจะเกิดเหตุซ้ำรอยปี 58 ที่มีหลายกลุ่มคนร้ายลงมือก่อเหตุในหลายพื้นที่” พล.ต.ต.วรณัฎฐ์กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เบ้าเก็บศพเจาะหน้าผากศพเด็กกะโหลกหน้าผากปั้นเหน่งอุดรธานีข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้