นับแต่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) บอกให้ชาวโลกได้รู้ทั่วกันว่า จิ้งหรีดเหมาะที่จะเป็นอาหารโปรตีนใหม่ของประชากรโลก ความนิยมในการบริโภคเลยแพร่หลายไปทั่วโลก

ส่งผลให้จิ้งหรีดในบ้านเราที่เคยเป็นแค่อาหารของคนในชนบทนำมาทอด คั่ว ถูกพัฒนามาทำเป็นลาบ บรรจุกระป๋อง ไปจนถึงขั้นทำเป็นแป้งผสมขนมปัง เบเกอรี ส่งไปขายต่างประเทศกันเลยทีเดียว

การเลี้ยงจิ้งหรีดเลยเป็นอาชีพหรือสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างอาชีพและเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้กับเกษตรกรได้ นายฉกาจ ฉันทจิระวัฒน์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยถึงผลการสำรวจการเลี้ยงจิ้งหรีดในจังหวัดขอนแก่น พบว่า แหล่งที่มีการเลี้ยงสำคัญอยู่ที่ บ.แสนตอ ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง มีประชากร 98 ครัวเรือน เลี้ยงจิ้งหรีด 65 ครัวเรือน

จิ้งหรีดที่เลี้ยงมี 2 ชนิด คือ จิ้งหรีดทองดำ...จิ้งหรีดแดงทองลาย (สะดิ้ง)

นายเพ็ชร วงค์ธรรม อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านแสนตอ เกษตรกรตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง ให้ข้อมูล จิ้งหรีดทองดำ ใช้เวลาเลี้ยงเฉลี่ยรุ่นละ 40-45 วัน จำหน่ายโดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงฟาร์มในราคากิโลกรัมละ 100 บาท...ส่วน จิ้งหรีดแดงทองลาย ใช้เวลาเลี้ยงรุ่นละ 45-50 วัน ขายได้ในราคากิโลกรัมละ 80 บาท

ในระยะเวลา 1 ปี สามารถเลี้ยงได้ถึง 6 รุ่น มีต้นทุนการเลี้ยง เฉลี่ย กก.ละ 41 บาท...เกษตรกรมีกำไรจากการขายจิ้งหรีดเฉลี่ยรุ่นละ 27,244 บาท หรือปีละ 163,464 บาท

ที่สำคัญการเลี้ยงจิ้งหรีดยังเป็นอาชีพที่สามารถใช้แรงงานในครอบครัวได้ โดยไม่ต้องมีการจ้างแรงงาน สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว และปัจจุบันกำลังเดินหน้าพัฒนาฟาร์มจิ้งหรีดให้ได้รับมาตรฐาน GMP เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นและไว้วางใจในการบริโภคจิ้งหรีด

...

สำหรับท่านที่สนใจการเลี้ยงจิ้งหรีดสามารถขอคำปรึกษาได้ที่ 08-1060-9186 อดีตผู้ใหญ่บ้าน เพ็ชร วงค์ธรรม ยินดีให้คำปรึกษา.

สะ–เล–เต