ศึกนักเลงในหมู่บ้าน รุ่นพี่สุดทน ถูกรุ่นน้องปีนเกลียว เมาทีไรมักด่าว่าต่างๆนานา จนสุดท้ายบุกเข้ามาถอดปลั๊กไฟขณะกำลังนอนดูทีวี เลยคว้ามีดทำครัวไล่ฟันไล่แทงไส้ทะลักดับอนาถ
เวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ศูนย์สืบสวนปราบปรามอาชญากรรม สภ.กุมภวาปี พ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม ผกก.สภ.กุมภวาปี แถลงข่าวจับกุมตัว นายองอาจ หรืออาจ บุตตะวงศ์ อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 140 ม.1 ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ในข้อกล่าวหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" พร้อมของกลางอาวุธมีดปลายแหลม (มีดทำครัว) เปื้อนเลือดยาวประมาณ 30 ซม.
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 00.16 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.สุพจน์ โชติพินิจ รอง สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จ.อุดรธานี ว่ามีเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 140 ม.1 บ้านแชแล ต.แชแล อ.กุมภวาปี จึงออกไปตรวจสอบ พบศพ นายทศพล หรือแม็ก ศรีโบราญ อายุ 30 ปี นอนตะแคงเสียชีวิตอยู่ในหมู่บ้าน
สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีแดง กางเกงขาสั้นหลากสี ตรวจสอบตามตัวถูกอาวุธมีดแทงที่บริเวณท้อง 3 แผล จนไส้ทะลัก บริเวณหน้าผาก ต้นขา และเหนือหัวเข่าด้านขวา ถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนคนร้ายไม่ได้หลบหนีไปไหน รอมอบตัวอยู่ในบ้านของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุ ตำรวจจึงเรียกให้เปิดประตูออกมาควบคุมตัวนำตรวจยึดของกลางอาวุธมีดทำครัวที่ใช้แทงและฟันผู้ตายก่อนนำไปซุกไว้ใต้ถุนของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่โรงพักในสภาพเมาเหล้า
พ.ต.อ.ไพรวัลย์ ท้าวพรม เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายองอาจ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ พากันนั่งดื่มสุราในงานศพบ้านเหล่าใหญ่ ต.แชแล จนเมา นายองอาจได้ขอตัวกลับบ้านก่อนช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วนอนดูทีวีอยู่ในห้องนอน ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาหาที่บ้าน พร้อมกับร้องเรียกให้ออกมาพบ แต่นายองอาจไม่ออกมา เพราะเวลาผู้ตายเมาเหล้ามักจะทำร้ายร่างกาย พูดจาดูถูกต่างๆนานาอยู่เสมอ และชอบกล่าวหาว่านายองอาจติดหนี้แล้วไม่ใช้คืน ทำให้ได้รับความอับอาย ทั้งที่ผู้ตายเป็นนักเลงรุ่นน้องในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยให้เกียรติกันเลยแม้แต่น้อย
แต่ผู้ตายไม่ลดละความพยายาม เดินเข้าไปในบ้าน ถอดปลั๊กไฟที่นายองอาจขอต่อไฟฟ้าพ่วงจากเพื่อนบ้านมาใช้ ทำให้ไฟฟ้าดับ นายองอาจจึงโมโหเพราะกำลังนอนดูทีวี จึงวิ่งไปคว้ามีดทำครัวอยู่หลังบ้านออกมาวิ่งไล่จ้วงแทง และฟันผู้ตายแบบไม่ยั้ง โดยอ้างว่าผู้ตายจะใช้ขวานฟันตัวเอง ซึ่งความเป็นจริงหากผู้ตายมีขวานอยู่จริง คงมีการต่อสู้กันกับผู้ต้องหาที่มีอาวุธมีด และผู้ตายมีรูปร่างใหญ่กว่าผู้ต้องหามาก คงไม่เสียท่าถูกแทงที่ท้อง 1 ครั้ง จนไส้ทะลัก วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่วิ่งไปได้ประมาณ 50 เมตร ผู้ตายล้มลง ส่วนผู้ต้องหาเห็นได้เปรียบจ้วงแทงและฟันผู้ตายแบบไม่ยั้งนอนจมกองเลือดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้นำอาวุธมีดที่ก่อเหตุไปซุกซ่อนไว้ใต้ถุนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน แล้วผู้ต้องหาได้ยกมือไหว้กล่าวขอโทษญาติผู้ตายในสิ่งที่ทำลงไป เพราะพฤติกรรมผู้ตายไม่เคยให้เกียรติตนเองเลยแม้แต่น้อย.