ญาติเตรียมสถานที่ เผาศพน้องเอ๋ย ป้าลั่น ไม่ให้อภัยคนร้ายทั้ง "ตั้ม ไส้แตก-นางสาวนิน" ที่ร่วมฆ่า หามศพไปทิ้ง ลูกชายโกนผม บวชหน้าไฟให้แม่ พบภาพวงจรปิดขณะช่วยกันยกศพขึ้น จยย. 

เวลา 10.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่วัดสุนันทาวาส บ้านกุดกว้าง ม.8 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ญาติพี่น้องเตรียมพิธีฌาปนกิจ น้องเอ๋ย นางสาวปัชญา ปวงสุข อายุ 22 ปี ซึ่งถูกนายธงชัย กลางเมือง หรือ "ตั้ม ไส้แตก" อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 11 ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 8 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ฆ่าตายในห้องพัก ชั้น 5 คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ถ.หน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น เมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา และพบเป็นศพลอยน้ำในลำห้วยพระคือ บ้านพระคือ ม.16 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเย็นวันที่ 24 เม.ย.

นางประทุม มงคลทรัพย์ อายุ 52 ปี ป้าของน้องเอ๋ย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มารดาของน้องเอ๋ยได้เดินทางไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองขอนแก่น ญาติพี่น้องจึงจัดเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะฌาปณกิจน้องเอ๋ยในช่วงเย็นวันนี้ โดยน้องแกรมมี่อายุ 7 ขวบ บุตรชายของน้องเอ๋ย ได้บวชหน้าไฟให้มารดาด้วย ในส่วนที่ตำรวจจับกุมนายตั้มและนางสาวนิน ผู้ที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่าน้องเอ๋ย และนำศพน้องเอ๋ยไปทิ้งน้ำนั้น ญาติพี่น้องทุกคนดีใจที่ตำรวจทำงานเร็ว จับคนร้ายได้เร็ว แต่ไม่ให้อภัยกับสองคนนี้เด็ดขาด

“ถึงแม้จะมากราบขอขมาศพน้องเอ๋ย ญาติก็ไม่ให้อภัย เพราะสิ่งที่สองคนเป็นฆาตกรร่วมกันทำกับน้องเอ๋ย มันโหดร้ายเกินที่จะอภัยได้ และขอให้รับโทษประหารตายตามน้องเอ๋ย เพราะถ้ารับโทษธรรมดาทั่วไป ก็ยังมีโอกาสออกจากคุกมาก่อเหตุซ้ำได้ คนอื่นจะเดือดร้อนอีก จึงอยากให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้รับโทษประหาร ตายไปทั้งคู่”

...

ผู้ต้องหา 2 คน ช่วยหามศพ น้องเอ๋ย ขึ้นจยย.ไปทิ้งอำพราง
ผู้ต้องหา 2 คน ช่วยหามศพ น้องเอ๋ย ขึ้นจยย.ไปทิ้งอำพราง

นางประทุม ยังกล่าวอีกว่า น้องเอ๋ย เป็นคนรักครอบครัว ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตก็มาอยู่กับยาย ป้า และแม่ ช่วยกันเลี้ยงดู เมื่อมีครอบครัวก็รักลูก รักสามี แต่ทั้งคู่ก็เลิกกันเพราะเหตุผลส่วนตัว ถึงจะเลิกกับสามีแต่น้องเอ๋ยยังดูแลลูกมาโดยตลอด ทำงานหาเงินเลี้ยงลูก และจุนเจือครอบครัว เมื่อน้องเอ๋ยเสียชีวิตด้วยการฆ่าของคนใจร้ายเช่นนี้ ครอบครัวเสียใจ และสงสารหลานสองคนมาก

“โดยส่วนตัวไม่เคยได้ใกล้ชิดกับนางสาวนิน แต่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนหน้านี้นางสาวนินเคยถูกจับในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้นก็หายหน้าออกจากหมู่บ้าน จึงไม่รู้ว่าน้องเอ๋ยกับนางสาวนิน มีเรื่องบาดหมางกันหรือไม่ แต่ไม่น่าจะใจร้ายฆ่าน้องเอ๋ยได้เช่นนี้”

ต่อมา นาวสาวมุทิตา แตงจันทึก นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ เป็นตัวแทนของยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจต่อญาติพี่น้องของน้องเอ๋ยด้วย พร้อมพูดคุยกับญาติพี่น้อง เพื่อแจ้งสิทธิ์ที่ทายาทของน้องเอ๋ยจะได้รับการเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม แต่มารดาของน้องเอ๋ยไปพบพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองขอนแก่น จึงได้เพียงพูดคุยกับญาติน้องเอ๋ย ถึงสิทธิ์ที่ทายาทจะได้รับ เช่น เงินช่วยเหลือการจัดงานศพ และเงินช่วยเหลืออื่นๆ รวมแล้วประมาณ 110,000 บาท

ทางด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า  จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหายตัวไปผู้ตายได้เดินทางมาจาก อ.น้ำพอง มายังตัวเมืองขอนแก่นเพื่อมาหานายธงชัยหรือตั้ม กลางเมือง ซึ่งคบหาเป็นแฟนกัน ต่อมา ทั้งคู่ได้เดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งกับเพื่อน นายตั้มและน้องเอ๋ย ได้มีปากเสียงตั้งแต่ในสถานบันเทิง จากนั้นจึงเดินทางกลับมายังห้องพักของตั้ม และมีการดื่มสุรากันต่อกันที่ห้องพัก ทั้งคู่มีปากเสียงกันอีกครั้งอย่างรุนแรงเนื่องจากนายตั้มหึงหวงน้องเอ๋ย นายตั้มได้ใช้อาวุธปืนพกขนาด .38 ยิงเข้าที่ศีรษะของน้องเอ๋ย ตายคาที่ หลังจากนั้นนายตั้มได้อุ้มศพของน้องเอ๋ยลงมาจากห้องพัก เพื่อนำไปทิ้งลงน้ำที่ห้วยพระคือ บ้านพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยนางสาวธรรมภัสสร เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วนำศพผู้ตายไว้ตรงกลางส่วนนายธงชัยหรือตั้ม นั่งในตอนท้าย แล้วนำไปทิ้ง ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

ส่วนอาวุธปืน นายตั้มให้การว่า ซื้อมาจากเพื่อนเอาไว้ป้องกันตัว เพราะเกรงว่าจะมีคนมาทำร้าย สาเหตุที่ยิงน้องเอ๋ยเพราะหึงหวง เนื่องจากตกลงคบเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกัน แต่ขณะไปเที่ยวด้วยกันมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตามาคุย มาจีบ และน้องเอ๋ยก็พูดคุยกับทุกคน จึงเกิดอาการหึงหวง เมื่อถึงห้องพักจึงทะเลาะกัน ใจร้อนพลั้งมือยิงน้องเอ๋ยตาย

...

ในส่วนของนาวสาวนินนั้น เป็นเพื่อนสนิทของทั้งคู่ และอยู่ในห้องเกิดเหตุ เห็นเหตุการณ์ และถูกนายตั้มใช้ปืนขู่บังคับให้ช่วยนำศพน้องเอ๋ยไปทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีภาพจากกล้องวงจรปิดในคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า ทั้งสองคน นำร่างน้องเอ๋ยออกจากคอนโดฯ เกิดเหตุเพื่อไปทิ้งอำพราง