หนุ่มโสดวัย 33 อยู่ที่ชัยภูมิ โพสต์เฟซบุ๊กลา เพื่อนเห็นรีบมาดูแต่ไม่ทัน มาถึงพบผูกคอตายแล้ว ส่วนพ่อบอกลูกไม่มีเรื่องขัดเคืองอะไร เพียงแต่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีแฟนเหมือนคนอื่น อาจเหงา

เวลา 10.40 น. วันที่ 31 มี.ค.62 ร.ต.อ.ชัยพร พรมเสนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ว่ามีบุคคลผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 38/26 ชุมชนหนองบ่อ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ และแพทย์เวรโรงพยาบาลชัยภูมิ ร่วมกันพลิกศพ

ที่เกิดเหตเป็นบ้านปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ชั้นบนของบ้าน เพื่อนของผู้ตายได้นำร่างลงมาแล้ว สภาพคอเป็นรอยเชือก ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงสีม่วง ลักษณะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ทราบต่อมาชื่อ นายกาวี ทางชัยภูมิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเกิดเหตุ

สอบถาม นายศิวา บุญเยี่ยม อายุ 33 ปี เพื่อนที่มาพบศพคนแรก เล่าว่า เมื่อวานช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตนได้มาส่งผู้ตายที่บ้าน หลังจากที่ดื่มกันหนักพอสมควร จากนั้นรีบกลับไปบ้านเพื่อพักผ่อน จนกระทั่งเช้าตนได้เปิดเฟชบุ๊กส่วนตัวดู ก็พบว่าเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิตที่ใช้ชื่อว่า เทพดีกรี โตโน่ ได้โพสต์ระบุว่า ลาก่อนครับ ขอบคุณทุกอย่างที่ดีๆ กับผม พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ ทุกคน พอตนเห็นโพสต์ดังกล่าว จึงรีบมาดูที่บ้านของผู้ตาย แต่พบว่าได้ผูกคอเสียชีวิตก่อนหน้าที่จะมาถึงแล้ว

ขณะที่ นายพรชัย ทางชัยภูมิ อายุ 63 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร อีกอย่างไม่เคยบ่นว่าจะฆ่าตัวตาย หรือจะทำร้ายตัวเองมาก่อน จนกระทั่งเมื่อคืนวานวันที่ 30 มี.ค. เมื่อช่วงเวลา 22.00 น.ตนสังเกตเห็นลูกเมาสุรามาบ่อยครั้ง และสังเกตว่าก็ไม่เคยมีเพื่อนหญิงเลย อายุก็เข้า 33 ปีแล้ว ส่วนใหญ่จะไปนั่งดื่มที่บ้านเพื่อน ก่อนกลับบ้านมานอนคนเดียวตลอด ซึ่งก่อนเกิดเหตุวานนี้ก็เมามาอีก ตนเตรียมอาหารไว้ให้กินตามปกติ แต่ลูกชายเมาเดินขึ้นบ้านไปเลย ต่อมา ตนนอนอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน ตนได้ยินเสียงดังมาจากบนบ้าน ตนจึงได้ร้องบอกว่านอนซะลูก ไม่คิดว่าลูกชายจะผูกคอตาย จนกระทั่งมีเพื่อนมาหาที่บ้านและให้เดินขึ้นไปปลุกตอนเช้า จึงรู้ว่าลูกผูกคอตายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

...

ด้าน ร.ต.อ.ชัยพร พรมเสนา รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ได้ตรวจในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือรอยรื้อค้นใดๆ จึงสอบถามไปยังพ่อแม่ ว่าติดใจการเสียชีวิตครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งพ่อแม่และญาติไม่ติดใจ จึงให้รับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป