ลูกชายลุงวัย 60 บอกพ่อยอมรับ มีอะไรกับ ด.ญ.วัย13 จริง อ้างยินยอม ขณะที่ผู้เสียหาย ลั่นไม่เอาแล้วเยียวยา 1.4 แสน เหตุอีกฝ่ายย่ำศักดิ์ศรี บอกเสียเงินแสนจะข่มขืนทั้งแม่ลูก ...

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2562 ทีมข่าวได้ติดตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ห้องน้ำร้าง ห่างจากบ้านของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ผู้เสียหายที่ถูก นายส่ง พิมพ์แหวน อายุ 60 ปี ข่มขืน มาตั้งแต่ ป.6 จนถึงปัจจุบัน และมารดาได้พาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มารดาได้พาน้องบี เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบในห้องน้ำ และในบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของนายส่ง โดยพบว่าจุดที่ผู้เสียหายแจ้งว่าเป็นป่าอ้อยนั้น ขณะนี้ถูกตัดจนโล่ง ส่วนห้องน้ำก็เป็นอิฐบล็อก ไม่มุงหลังคา ส่วนบ้านของผู้เสียหายเป็นบ้านไม้ ยกพื้นสูง ผู้เสียหายอาศัยหลับนอนที่ชั้นล่าง ไม่มีประตูหน้าต่าง

จากการสอบถาม ป้าของผู้เสียหาย ทราบว่า หลานสาวเรียนหนังสือไม่เก่ง จบ ป.6 จึงไม่ไปเรียนหนังสือต่อ กลางวันก็อยู่บ้านคนเดียว น้องสาววัย 10 ขวบไปเรียนหนังสือ พ่อแม่ไปรับจ้างตัดอ้อย ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสที่ถูกพาตัวไปข่มขืนได้ หลังทราบเรื่อง พ่อแม่ได้พาหลานสาวไปฝากที่บ้าน จึงมีโอกาสคุยกับหลาน ทำให้ทราบว่าหลานสาวถูกข่มขืนมาตั้งแต่เรียน ป.6 จนถึงปัจจุบัน

ขณะที่ นายธีระพงษ์ พิมพ์แหวน อายุ 36 ปี ลูกชายนายส่ง ผู้ที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยทางผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ถูกบิดาตนข่มขืนมานานแล้ว ซึ่งก็ได้พูดคุยกับบิดา บิดาก็ยอมรับว่า มีอะไรกับผู้เสียหายวัย 13 ปี จริง แต่ไม่ได้บังคับข่มขืน เป็นการยิมยอม บางครั้งผู้เสียหายก็เรียกไปพบ และนัดเจอกัน ซึ่งเมื่อทราบเรื่องราวต่างๆ ก็ยอมรับความผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น

...

“ได้มีการเจรจาพูดคุยกับทางมารดาของน้องวัย 13 ปี ขอทำขวัญน้อง และครอบครัว ด้วยเงินจำนวน 140,000 บาท แต่ขอจ่ายจำนวน 40,000 บาทในเดือนเมษายนนี้ ที่เหลืออีก 100,000 บาท จะจ่ายในเดือนเมษายนปีหน้า และมีการทำข้อตกลงกันทั้งสองฝ่าย ต่อหน้าผู้นำชุมชน และผู้ที่เคารพนับถือ ผ่านไปไม่กี่วัน แต่จู่ๆ มารดาก็พาน้องเข้าแจ้งความ เมื่อแจ้งความแล้วก็ว่ากันตามกฎหมาย และจะไม่จ่ายเงินให้”

ขณะที่ นายพลทอง แสนคำ อายุ 57 ปี กำนันตำบลซำยาง เปิดเผยว่า วันที่ 22 มีนาคม หลังทราบเรื่องจึงให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากัน อธิบายให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวกับคดีอาญา หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีตามกฎหมายเอาผิดกับนายส่ง ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจได้ แต่ถ้าจะเจรจาไกล่เกลี่ยกันก็สามารถทำได้ ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายเจรจาไกล่เกลี่ยกัน โดยฝ่ายผู้เสียหายเรียกร้องเงินทำขวัญ จำนวน 150,000 บาท ทางผู้ก่อเหตุต่อรองเหลือ 140,000 บาท และขอแบ่งจ่าย โดยจะจ่ายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ 40,000 บาท ที่เหลือจะจ่ายในเดือนเมษายนปีหน้าจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว แต่มาวันนี้ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้

ด้าน นางเอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี มารดาของ ด.ญ.บี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เคยคุยเรื่องเงินค่าทำขวัญจริง ได้ขอชดใช้ค่าเสียหายเป็น 150,000 บาท แต่ทางผู้ก่อเหตุขอลดลงเหลือ 120,000 บาท จึงคุยกัน กระทั่งสิ้นสุดตกลงกันว่าชดใช้ 140,000 บาท ซึ่งทางฝั่งผู้กระทำผิดหาเงินไม่ทัน จึงต่อรองลงมา ซึ่งตนเองก็เห็นใจ จึงตกลงกันจ่าย 40,000 ในเดือนเมษายนนี้ โดยนายส่งบอกว่า ถ้าเสียหมื่นนึงจะข่มขืนทั้งปี ถ้าเสียแสนกว่าจะข่มขืนทั้งแม่ทั้งลูก 

“ความเป็นจริง ควรจะขอโทษทางฝั่งเรา ไม่ใช่พูดจาดูหมิ่นดูแคลนกันเช่นนี้ จึงตัดสินใจว่า ไม่เอาเงิน และได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กระทั่งในวันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และที่ผ่านมา มีทั้งข่มขู่ลูกสาว บางครั้งก็ฉุดกระชากลูกสาวไปข่มขืนเวลาที่กินเหล้าเมามา ตอนนี้ต้องให้น้องไปอยู่กับญาติ ทั้งลูกสาวที่ถูกกระทำ และลูกสาวคนเล็ก ไม่กล้าให้อยู่บ้าน

ส่วนตนเองต้องทำงานรับจ้างตัดอ้อย แทบไม่มีเวลาอยู่บ้าน ซึ่งหากลูกสาวยังอยู่ในบ้านก็กลัวจะไม่ปลอดภัย และเข้ามาข่มขืนลูกสาวทั้ง 2 คน และยืนยันว่า ไม่รับเงิน แม้ทางผู้กระทำจะนำเงินมาวางตรงหน้า เพราะคำพูดของนายส่ง ที่พูดมานั้น เป็นการดูถูกดูแคลนและดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตนเอง และลูกอย่างมาก เพราะแม้จะจ่ายเงินมาให้ก็จะทำอีก ตอนนี้ขอสู้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”

ด้าน พ.ต.อ.ไพโรจน์ โคตรธรรม ผกก.สภ.สีชมพู กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องทุกข์เป็นคดีอาญาเรียบร้อยแล้ว จากนี้ก็จะมีการประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นทีมสหวิชาชีพร่วมกันสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเยาวชนวัย 13 ปี เพื่อสรุปรายละเอียดการเกิดเหตุทั้งหมด จากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นไม่ใช่ภริยา เด็กจะยินยอมหรือไม่ ก็ยังถือว่าเป็นความผิด ต้องรับโทษ ซึ่งถ้าออกหมายเรียกไปแล้ว 2 ครั้ง ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน ครั้งที่ 3 จะเป็นการออกหมายจับ จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.