จัดขบวนเที่ยวพิเศษ รับ "บิ๊กตู่" มาขอนแก่น 13 มี.ค.นี้ นั่งโบกี้เลข 1040 ตรวจสถานีรถไฟทางคู่ ยกระดับลอยฟ้าใหญ่ที่สุด-สวยที่สุดในอีสาน ประชาชนแห่มาดู เตรียมตัวมาดูทะเบียนรถ เอาไว้เสี่ยงโชคงวดนี้...
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางมา จ.ขอนแก่น ในวันพุธที่ 13 มี.ค.นี้ เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรถไฟขอนแก่นแห่งใหม่ โดยตลอดทั้งวันได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาชมขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ได้จัดเตรียมไว้เพื่อนำคณะนายกรัฐมนตรีทดสอบระบบการให้บริการโครงการรถไฟทางคู่ ซึ่งมีทั้งหมด 4 โบกี้ ประกอบด้วยโบกี้ กซข.1040 และ กซข.1041 รวมทั้งขบวน พขข.44 และ พขข.35 โดยประชาชนได้จดเลขขบวนโบกี้และเตรียมมาดูเลขทะเบียนรถ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะนั่งโดยสารขณะปฏิบัติภารกิจใน จ.ขอนแก่น เพื่อเสี่ยงโชคงวดประจำวันที่ 16 มี.ค.
ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า คณะนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาตรวจราชการตามแผนงานด้านการคมนาคมขนส่ง โดยจะตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานขอนแก่นเป็นจุดแรก จากนั้นจะไปกราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น เป็นจุดที่ 2 ก่อนเป็นประธานเปิดสถานีรถไฟขอนแก่นแห่งใหม่ เป็นจุดที่ 3 และจุดที่ 4 จะนั่งขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีรถไฟขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานีรถไฟยกระดับ หรือที่เรียกว่าลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุด และสวยที่สุดในภาคอีสาน ไปยังสถานีรถไฟท่าพระ
สำหรับก่อสร้างสถานีรถไฟขอนแก่น เป็นการก่อสร้างตามโครงการรถไฟทางคู่ ชุมทางจิระ-ขอนแก่น ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างตลอดทั้งเส้นทางรวม 23,430 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างสถานีรถไฟแล้วเสร็จในภาพรวม มีระดับความสูงจากพื้นดิน 14 เมตร ซึ่งชั้นที่ 1 เป็นจุดจำหน่ายตั๋ว, จุดควบคุมการเดินรถ, จุดให้บริการห้องน้ำ, ร้านอาหาร, จุดพักคอยสำหรับผู้ที่จะมารับและส่งผู้โดยสาร ขณะที่ชั้นที่ 2 เป็นชานชาลา มีทั้งหมด 4 ชานชาลา ถือเป็นการก่อสร้างตามแผนการรองรับการคมนาคมขนส่งระบบรางของ จ.ขอนแก่น ในอีก 20 ปีข้างหน้า
...
อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการนั่งรถไฟขบวนพิเศษของคณะนายกรัฐมนตรี ทาง รฟท.จะทำการยกเลิกการใช้สถานีรถไฟชั่วคราวทันที โดยขบวนรถไฟทุกขบวนทั้งขบวนรถที่รับส่งผู้โดยสารและขบวนรถในการขนส่งสินค้าและเชิงพาณิชย์ทั้งหมดจะมาใช้งานที่สถานีรถไฟแห่งใหม่ โดยขบวนรถไฟเที่ยวแรกจะทำการรับ-ส่งผู้โดยสาร เป็นขบวนรถดีเซลรางท้องถิ่น ขบวนที่ 431 แก่งคอย-ขอนแก่น และขบวนที่ 432 ขอนแก่น-แก่งคอย
ทั้งนี้หากการก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จทั้งระบบ จะสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจากขอนแก่นไปยัง จ.นครราชสีมา จากเดิม 3 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 1 ชม. 20 นาที และสามารถรองรับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้มากถึง 10 ล้านคนต่อปี ด้วยขบวนรถขนส่งผู้โดยสารที่ทำการเดินรถตลอดทั้งวัน.