แม้อัฐิหลวงพ่อคูณ ได้ทำพิธีลอยอังคารไปแล้วในน้ำโขง ยังมีลูกศิษย์เป็นจ่าสิบตรี เล่าถึงความอัศจรรย์ เมื่อรับภารกิจสำคัญแบกโลงสรีรสังขาร จนถึงวันฌาปนกิจ ไม่รู้สึกหนัก เชื่อเพราะบารมีหลวงพ่อคูณ
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. จ.ส.ต.พงษ์ศักดิ์ หน่อสีดา อายุ 47 ปี สังกัดกองร้อยทหารสารวัตร มทบ. 23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น หนึ่งใน 8 ทหาร ที่ได้รับภารกิจสำคัญในการแบกโลงสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ในงานพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา กล่าวว่า รู้สึกมีบุญที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกำลังพลในการปฏิบัติภารกิจแบกโลงสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ทั้งจากชั้น 7 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มายังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 ม.ค. และจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ฯ มายังฌาปนสถานเมรุชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง บนเกาะกลางน้ำด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งขณะทำหน้าที่ครั้งแรกได้ทำพิธีขอขมา และรู้สึกขนลุก ปลาบปลื้มเป็นที่สุด เมื่อรู้ว่าตัวเองมีรายชื่อให้ทำหน้าที่นี้
...
ส่วนตัวมีความพร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าจะหน้าที่ใด หากได้ช่วยเหลือในงานของหลวงพ่อคูณ รู้สึกปลาบปลื้มทั้งหมด และเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ขณะนั้นยังไม่มีงานทำ ได้เคยกราบหลวงพ่อคูณ และเมื่อปีที่แล้วภายหลังหลวงพ่อคูณละสังขาร ได้ไปกราบส่งผลให้ได้รับราชการทหาร คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากบารมีของหลวงพ่อคูณ ซึ่งในขณะที่แบกโลงบรรจุสรีรสังขารหลวงพ่อคูณนั้น ไม่รู้สึกว่าหนักแต่อย่างใด อาจเป็นบารมีของหลวงพ่อคูณ ต้องการไม่ให้ทุกคนหนัก และไม่เกิดอุบัติเหตุในการเคลื่อนย้ายสรีรสังขาร.