หนุ่มชาวนาที่บุรีรัมย์ ถึงคราวจนตรอก ทำนาขาดทุนต้องจ่ายดอกรายวัน โดนเจ้าหนี้ตามทวง ขับปิกอัพมาพร้อมเมีย ลูกสาว 2 คน คนเล็กแค่ 3 ขวบ ขโมยข้าวเปลือกชาวนาด้วยกันขาย ใช้หนี้นอกระบบ
จากเหตุการณ์ วันที่ 17 ม.ค.62 เวลา 11.00 น. นางภัทรวดี รักภักดี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 7 บ้านหนองหญ้าวัว ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความว่าถูกขโมยข้าวเปลือกจำนวน 860 กก. ที่ใส่ในกระสอบปุ๋ยและกระสอบป่าน 17 กระสอบ ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ในขณะที่ตนไม่อยู่บ้านออกไปกินข้าว เมื่อกลับบ้านเห็นรถบรรทุกข้าวเปลือกขับสวนออกไป แต่ไม่สงสัย ถึงบ้านจึงรู้ว่าเป็นข้าวเปลือกของตน เพราะหายไปทั้งหมดที่วางไว้บริเวณหน้าบ้านพัก
ความคืบหน้าเรื่องนี้ พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.สส.สภ.นางรอง เผยว่าตำรวจสายสืบ สภ.นางรอง ได้จับกุมนายธวัชชัย อุ่นกระโทก หรือไมค์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 13 บ้านสันติสุข ต.สะตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากกล้องวงวรปิด แต่เห็นทะเบียนรถคนร้ายไม่ชัด จึงประสานหน่วยงานต่างๆ ซึ่งพบรถต้องสงสัยที่ขนข้าวเปลือกไปขายที่ลานรับซื้อข้าวใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้จากกล้องวงจรปิดของลานข้าว พบว่านายธวัชชัยนำลูกสาวอายุ 7 ขวบ และ 3 ขวบ พร้อมภรรยา ไปขโมยข้าวแล้วนำไปขายด้วยกัน โดยใช้รถอีซูซุ แค็ป สีบรอนซ์ ทะเบียน ผธ 6948 นครราชสีมา ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษคดีเสพยาบ้า และถูกจับคดีลักทรัพย์เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2561 ได้รับการประกันตัววันที่ 4 ม.ค. 2562 ต่อมาวันที่ 17 ม.ค. ก็มาก่อคดีลักข้าวเปลือก
ด้านนายธวัชชัยยอมรับว่าตนไปขโมยข้าวเปลือกและนำไปขายจริง เนื่องจากเพิ่งได้รับการประกันตัวจากคดีรับของโจร ทำให้ไม่มีเงินจ่ายหนี้รายวัน ข้าวเปลือกที่ขโมยมานำไปขายได้เงิน 12,900 บาท นำมาปิดบัญชีเจ้าหนี้เงินกู้บางราย ซึ่งตอนนี้เงินหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะถูกตำรวจจับ มีคนโทรศัพท์เข้ามานัดนายธวัชชัยให้ไปชำระเงินรายวัน วันละ 550 บาท เป็นเวลา 30 วัน จากเงินกู้ 5,000 บาท ซึ่งนายธวัชชัย เผยต่อว่า ปี 2561 ตนเช่าที่นาจำนวน 14 ไร่ ทำนา ลงทุน 30,000 บาท แต่ฝนไม่ตก ผลผลิตไม่ดี หลังจากเก็บเกี่ยวขายข้าวได้ 18,000 บาท หักค่าใช้จ่ายเหลือ 13,000 บาท ขาดทุน รวมทั้งภรรยาตนเช่าบ้านขายน้ำชาไข่มุก แต่ไม่พอค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่มีรายได้ในครอบครัว ตนจึงตัดสินใจขับรถขโมยข้าวเปลือกขาย โดยรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ น้าชายเป็นคนออกรถเมื่อต้นเดือน แต่ไม่อยากได้จึงบอกขายตน ตนจึงนำมาใช้ยังไม่ได้เริ่มผ่อนงวดรถเลย
"ขอโทษที่ไปขโมยข้าวเปลือก เพราะรู้ดีแก่ใจว่าการทำนาปีที่ผ่านมาชาวนาประสบปัญหามาก ผลผลิตไม่ดี แต่ก็หาทางออกทางอื่นไม่ได้" นายธวัชชัย กล่าว
ขณะที่ นางภัทรวดี ผู้เสียหาย บอกว่า ปีที่ผ่านมา ครอบครัวตนทำนา 5 ไร่ ได้ผลผลิตขายพอใช้หนี้ ข้าวที่ถูกขโมยไปเป็นส่วนที่เก็บไว้กินทั้งปี อีกส่วนเก็บไว้เป็นพันธุ์ข้าวสำหรับพี่ๆ น้องๆ ไว้ปลูกปีต่อไป ตอนนี้ก็ไม่มีข้าวกิน ต้องซื้อข้าวกินกันแล้ว ตนทำนามาด้วยความลำบาก ผลผลิตก็ไม่ดี สามีต้องออกไปรับจ้างหาเงินเพิ่ม ใครๆ ก็ลำบากกันทั้งนั้น แต่นายธวัชชัยก็ไม่ควรนำลูกสาวไปก่อเหตุด้วย.