ส่อคุก 2 ปี สาวนครพนมเจ้าของหมาบูลลี่ ถ่ายคลิปขย้ำแมวตาย หลังอัยการฟ้องแล้ว คดีทารุณกรรมสัตว์ ศาลสั่งสืบเสาะ นัดฟังพิพากษา 28 ก.พ.นี้ ขณะเจ้าตัวถูกปล่อยชั่วคราว ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดี นางสาวเพ็ณภา อ่อนพุทธา อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 97 หมู่ 10 บ้านกุตาไก้ ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เจ้าของสุนัขพันธุ์ดุ สายพันธุ์บลูลี่ ชื่อเจ้าโอเลี้ยง ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกันกับพิทบูล อายุประมาณ 1 ปี หลังเจ้าของ มีการถ่ายคลิปขณะเจ้าสุนัขพันธุ์ดุ กำลังขย้ำแมวจรจัดที่เข้ามาในบ้านตาย ก่อนมีการส่งคลิปไปให้แฟน ที่ทำงานต่างประเทศได้ดูถึงปัญหาความดุร้ายของเจ้าโอเลี้ยง

แต่แฟนเจ้าของคลิป ได้นำไปโพสต์เผยแพร่ทางสื่อโซเชีลล กลายเป็นกระแสข่าวดัง จนกระทั่งมี "องค์กรด้านพิทักษ์สุนัขและสัตว์ WATCHDOG THAILAND หรือ WDT" ได้ประสานกรมปศุสัตว์ ตรวจสอบดำเนินคดี เนื่องจากเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นายวสิษฐ์ เหลื่อมเภา สัตวแพทย์ นายสัญญา ศรีสมพร สารวัตรกรม ปศุสัตว์ด่านกักกันสัตว์นครพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง นำหลักฐานคลิปภาพถ่าย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สารวัตรสอบสวน สภ.กุตาไก้ เพื่อดำเนินคดีกับ นางสาวเพ็ณภา อ่อนพุทธา อายุ 36 ปี ในข้อหาฐานความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 20 ห้ามมีให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นกาทารุณกรรมสัตว์โยไม่มีเหตุผลอันสมควร ซึ่งมีบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 31 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งทางตำรวจได้มีการเรียกตัวมาสอบสวนรับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นทางเจ้าของสุนัข ได้รับสารภาพว่าถ่ายคลิปจริง แต่ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะปล่อยหมา ไปขย้ำแมวจนตาย เพราะเป็นแมวจรจัดที่เข้ามาในบ้าน จากนั้น เจ้าสุนัขพันธุ์ดุ เห็นจึงขย้ำจนตาย และคลิปดังกล่าวที่เผยแพร่ออกไปไม่มีเจตนาจะนำไปโพสต์เพื่อความสะใจ แต่ส่งให้แฟนตนดู ไม่คิดว่าจะนำไปโพสต์จนกลายเป็นเรื่องใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ทางด้าน พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สารวัตรสอบสวน สภ.กุตาไก้ ได้รวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนคดีส่งอัยการ และมีการนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม ตามขั้นตอนของกฎหมาย

โดยในวันนี้อัยการได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครพนม ศาลจังหวัดนครพนมได้มีการซักถามจำเลย และให้การรับสารภาพว่าถ่ายคลิปจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะให้สุนัขขย้ำแมวจนตาย เพียงไม่สามารถห้ามได้ เพราะมีความดุร้าย ซึ่งทางผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครพนม ได้พิจารณามีคำสั่งให้มีการสืบเสาะข้อเท็จจริง ประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม พร้อมนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งทางศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว รอการพิจารณาคดี โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ทางอัยการที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องในคดีอาญา ได้เขียนคำร้องขอแนบท้ายสำนวนฟ้อง ระบุว่า ให้ทางจำเลย ได้ส่งสุนัขดังกล่าวไปไว้ในการดูแลของ เจ้าหน้าที่หน่วยงานปศุสัตว์ที่ดูแลรับผิดชอบ แต่ยังต้องรอผลศาลพิจารณาออกคำสั่งภายหลัง ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีอุทาหรณ์ตัวอย่าง สำคัญที่น่าสนใจ เกี่ยวกับผลการพิจารณาตัดสินของศาล รวมถึงประชาชนควรทำความเข้าใจ ศึกษา เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เนื่องจากบางครั้งการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจกลายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาได้ เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการทารุณสัตว์ เพราะหากมีความผิดชัดเจนอาจถึงขั้นได้รับโทษติดคุก.