ไฟไหม้กุฏิวัดเก่าแก่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นักเรียนกำลังสอบกระทู้ธรรม ต้องรีบหนี มีลมหนาวช่วยกระโชกไหม้วอดทั้งหลัง 13 ห้อง ผู้เฒ่าผู้แก่น้ำตาไหล เพราะรวบรวมเงินกันบูรณะไปกว่า 10 ล้าน  

เวลา 09.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พ.ต.ท.สิทธิ์ หวังสุขกลาง สารวัตรสอบสวน สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้กุฏิวัดโพธาราม บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไปที่เกิดเหตุพร้อมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน จาก อบต.ทั้งหมดของ อ.นางรอง และเทศบาลหนองกี่ 

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิพระขนาดใหญ่ เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว มีควันดำพุ่งสูง เนื่องจากกุฏิตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ประกอบกับมีลมหนาวกระโชกทำให้ไฟลุกไหม้อย่งรวดเร็ว ลักษณะกุฏิชั้นบนเป็นไม้ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนแบ่งเป็น 13 ห้องสำหรับกุฏิพระจำวัด ชั้นล่างแบ่งพื้นที่เป็นห้องเก็บของ มีพื้นที่โล่งบางส่วน ขณะเกิดเหตุมีนักเรียนระดับชั้น ป.4-ป.6 จาก 3 โรงเรียน ในตำบลนางรอง มาเรียนธรรมะ สอบกระทู้ธรรมกว่า 100 คน

ส่วนพระที่จำวัดอยู่บนกุฏิมี 2 รูป ชื่อ พระสุธิจาโค กำลังอาบน้ำเตรียมตัวไปสอบบาลี  พระสุเมโธ กำลังแต่งตัว ทั้งคู่ให้การว่า ได้กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนยางไหม้ เริ่มหายใจไม่ออก เห็นควันออกมาจากห้องหลวงพี่ดอน ลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งหนีลงมา ไม่สมารถหยิบอะไรออกมาได้ พร้อมเผยเพิ่มเติมกับตำรวจว่า ภายในกุฏิมีพระพุทธรูป และวัตถุโบราณของเก่าจำนวนมาก ขณะนี้เจ้าอาวาสไม่อยู่ ไปสอบอุปัชฌาย์ 

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ ชื่อนายทับ บุญประสาท อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 54 หมู่ 5 บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เผยว่า ตนและครอบครัวมาทำบุญกระดูกญาติผู้ใหญ่อยู่ที่ศาลาวัด ตั้งอยู่เยื้องกุฏิ ได้ยินเสียงดังเหมือนระเบิด จึงออกมาดูเห็นไฟลุกไหม้ด้านบนกุฏิ จึงรีบวิ่งบอกให้นักเรียนและพระที่อยู่ใต้กุฏิออกมาด้านนอก พร้อมกับวิ่งขึ้นไปบนกุฏิตะโกนเรียกพระที่จำวัดข้างบนให้รีบลงมา

ด.ญ.ลลิตา มุ่งดี อายุ 11 ปี ชั้น ป.5 โรงเรียนอนุบาลนางรองสังขกฤษณ์อนุสรณ์ เผยขณะสอบกระทู้ธรรม ได้กลิ่นไหม้ ว่าจะยกมือถามพระอาจารย์ แต่ไม่ได้ถามใคร จากนั้นก็มีผู้ใหญ่วิ่งมาชี้ด้านบน บอกว่าไฟไหม้ ให้นักเรียนรีบออกมา พอพวกตนออกมาและมองไปทางกุฏิ เห็นไฟลุกโชนขึ้นฟ้า พระบนกุฏิรีบวิ่งลงมา น่ากลัวมาก

สำหรับกุฏิพระหลังนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2544 จากการร่วมมือของชาวบ้านมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท อยู่ในวัดโพธาราม บ้านผักหวาน ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เป็นวัดเก่าแก่กว่า 100 ปี ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน มีบ้านชาวบ้านล้อมรอบวัดทั้งสี่ด้าน ใช้สำหรับพระจำวัด มีพระจำวัดทั้งหมด 17 รูป มีพระครูโพธิธรรมรังสี (อาจารย์จอย) เจ้าคณะตำบลถนนหัก เป็นเจ้าอาวาส บนกุฏิแบ่งเป็น 13 ห้อง สำหรับห้องนอนพระ และเก็บของจำพวก ถ้วย ชาม ถังสังฆทานพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงง่ายต่อการติดไฟ 

อย่างไรก็ตาม มูลค่าความเสียหายครั้งนี้หลายล้านบาท อยู่ระหว่างตรวจสอบกับเจ้าอาวาสอีกครั้ง เพราะไฟไหม้เสียหายทั้งกุฏิ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้คนเฒ่าคนแก่ต่างร้องไห้  เพราะร่วมสร้างบูรณะวัดที่เป็นวัดเก่าแก่กันมา แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันจะบูรณะขึ้นมาใหม่.