เพื่อนแท้! เสียสละได้แม้ชีวิต เจ้าเสือสุนัขไทยพันธุ์ทาง อายุ 3 ปี ป้องภัยให้เจ้านาย สู้กับงูเห่าตัวขนาด 1 เมตร จนถูกพ่นพิษใส่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง บาดเจ็บสาหัส เจ้าของบอกรักมาก เคยช่วยชีวิตมาแล้วถึง 2 ครั้ง

วันที่ 17 พ.ย. เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรส่งเสริมธรรม ชุดหมองู รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีชาวบ้านขอความช่วยเหลือจับงูเห่าในโพรงดินใต้คานรั้วบ้าน เลขที่ 252 ม.1 บ้านเชียงพิณ ต.เชียงพิณ หลังจากต่อสู้กับสุนัขได้รับบาดเจ็บ ถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ดวงตา จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.แอน ใยดี อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านและสุนัข พาไปชี้จุดที่งูหลบซ่อนตัวอยู่ในโพรงดินใต้กำแพงปูน โดยมีชาวบ้านเอาไม้ทำการกดลำตัวงูเอาไว้ เพื่อไม่ให้เลื้อยหลบหนีเข้าไปในโพรง เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้ใช้อุปกรณ์จับงู ยาวประมาณ 2.5 เมตร เกี่ยวหัวงูออกมา ก่อนที่ใช้บ่วงคล้องรัดคองูเอาไว้ เพื่อให้งูจงอางสิ้นฤทธิ์ทำอันตรายคนไม่ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 นาที เป็นงูเห่ายาวประมาณ 1 เมตรเศษ ซึ่งมันเพิ่งกินเหยื่อเข้าไป คาดว่าเป็นหนูเนื่องจากท้องบวม ก่อนจับยัดใส่ถุงปุ๋ยเพื่อนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติ

...

น.ส.แอน ใยดี เปิดเผยว่า ในขณะที่ตนทำการซักผ้าอยู่หลังบ้าน สุนัขที่ตนเลี้ยงไว้ จำนวน 2 ตัว ได้เห่าร้องเตือนภัยอะไรสักอย่าง จึงเดินไปดูพบงูชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่บริเวณข้างกำแพงรั้วข้างบ้าน โดยมีเจ้าเสือสุนัขพันธุ์ทางอายุ 3 ปี ได้ทำการต่อสู้กับงูจงอางเพื่อปกป้องภัยอันตรายให้ตนและคนในครอบครัว จนถูกงูเห่าพ่นพิษใส่ดวงตาทั้งสองข้าง ถึงกับร้องครวญครางจากพิษของงูจงอางที่ปวดแสบปวดร้อน ตนจึงรีบอุ้มเจ้าเสือไปล้างดวงตา โดยใช้น้ำเปล่าล้างออกอย่างเร่งรีบ หากปล่อยไว้นานกลัวเจ้าเสือจะตาบอด

จากนั้นตนได้ไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านมาทำการช่วยเหลือ โดยการใช้ไม้กดลำตัวงูเอาไว้ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปจับงู เพราะไม่รู้วิธีการจับที่ถูกต้อง เกรงถูกงูจงอางกัดเอาหรือพ่นพิษงูใส่ อาจจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จึงโทรศัพท์แจ้งมูลนิธิฯ ขอความช่วยเหลือมาทำการจับงูเห่า ส่วนเจ้าเสือเคยช่วยชีวิตตนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งก่อนเป็นการต่อสู้ก่อนที่งูจะเลี้อยเข้ามาในบ้าน คาดเป็นงูชนิดเดียวกัน แต่ตัวไม่ใหญ่เท่ากับตัวนี้ จนงูตายคาปากเจ้าเสือ คาดว่างูจะมีรังอยู่ในพื้นที่บ้านตน เนื่องจากหลังบ้านมีสระน้ำและป่าละเมาะมีหญ้าปกคลุม ทำให้ตนรักเจ้าเสือมาก และเจ้าเสือเป็นสุนัขที่ตนเก็บมาเลี้ยง ฉลาดและแสนรู้ หากเจ้าเสืออาการไม่ดีขึ้น ก็จะพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาดวงตาต่อไป.