โคราชภัยแล้งมาเร็ว นาข้าววิกฤติหนัก กลายเป็นทุ่งหญ้า ชาวนา อ.โนนไทย นั่งหน้าเศร้าหมดอาลัยตายอยาก ผู้ว่าฯ ประกาศภัยแล้ง 14 อำเภอ สั่งตรวจสอบความเสียหาย ให้การช่วยเหลือตามระเบียบเต็มที่...
เมื่อช่วงสายของวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครราชสีมา ช่วงนี้มีสภาพอากาศแปรปรวนหนัก หลายพื้นที่ฝนไม่ตก หรือฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน จนเกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงถึงขั้นวิกฤติ นาข้าวยืนต้นแห้งตาย กลายเป็นทุ่งหญ้ากว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ผลผลิตเสียหายสิ้นเชิง 100% ชาวนาหลายรายได้รับผลกระทบเดือดร้อนหนักจนหมดอาลัยกับชีวิต เพราะปีนี้ไม่มีผลผลิตข้าวนาปีให้เก็บเกี่ยวแม้แต่เมล็ดเดียว หรือผลผลิตเป็นศูนย์
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง จ.นครราชสีมา มีการสำรวจพบใน 14 อำเภอ นาข้าวเสียหาย 550,000 ไร่เศษ พืชไร่เสียหาย 140,000 ไร่เศษ และตัวเลขก็ทยอยมาเรื่อยๆ ตามปริมาณที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม เพื่อเตรียมประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง
นายวินัย ดอกพิกุล อายุ 66 ปี ชาวนาบ้านหลุมปูน หมู่ 4 ตำบลถนนโพธิ์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้ภัยแล้งที่กระหน่ำนาข้าวทั้งตำบลและพื้นที่ใกล้เคียงต้องแห้งเหี่ยวยืนต้นตายแทบทั้งหมด ตั้งแต่ที่เกษตรกรเริ่มหว่านข้าวหอมมะลิเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2561 มีฝนตกเล็กน้อย พอข้าวเริ่มยืนต้นก็เจอปัญหาแล้งหนัก ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ต้นข้าวทนสภาพแล้งหนักไม่ไหวยืนต้นตายทั้งหมด จนมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุมแทน เกษตรกรเราต้องยอมรับชะตากรรมเพราะต้นเหตุเกิดจากภัยธรรมชาติ ปีนี้ทำนา 24 ไร่ เสียหาย 100% ต้องไล่ต้อนวัวกินหญ้าในแปลงนา รอเจ้าหน้าที่มาสำรวจความเสียหาย เพื่อรับการเยียวยาจากภาครัฐ แต่ก็ไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไปกว่า 60,000 บาท นั่งมองนาข้าวด้วยความเศร้าใจแทบหมดอาลัยตายอยาก
ด้าน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนได้สั่งเรียกประชุมทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 19 ต.ค. ให้แต่ละอำเภอทั้ง 32 อำเภอ โดยเฉพาะในพื้นที่ 14 อำเภอที่ประสบปัญหาอยู่ขณะนี้ และจะเริ่มประกาศภัยแล้งได้เลยจากตัวเลข 14 อำเภอ นาข้าว พืชไร่ เสียหายตามตัวเลขที่ได้กล่าวไปแล้ว และความเนิ่นนานของภัยแล้งมากขึ้นก็จะลุกลามขยายเสียหายมากยิ่งขึ้น โดยมีอำเภอ เกษตรจังหวัด ชลประทานจังหวัด ปภ.จังหวัด การประปาภูมิภาค 12 แห่ง ประปาเทศบาลนครนครราชสีมา โรงพยาบาลต่างๆ เป็นต้น มาประชุมร่วมกัน และจะเร่งรัดการทำฝายประชารัฐกักน้ำช่วง 1 เดือนจากนี้ไปให้ได้น้ำมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วใช้น้ำหน้าฝายก่อนโดยสูบไปกักเก็บไว้บ่อประปาต่างๆ เมื่อฝายหมดก็ไปใช้น้ำที่เรากักเก็บไว้เพื่อเป็นน้ำอุปโภค บริโภค ไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2562 และทางเกษตรจังหวัดจะต้องแจ้งให้ได้ว่าพื้นที่ไหนจะปลูกข้าวนาปรังได้ พื้นที่ไหนปลูกไม่ได้ เพื่อเป็นการชดเชยให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีแล้วเสียหาย หรือการแนะนำให้เกษตรปลูกพืชฤดูแล้งใช้น้ำน้อย
ผวจ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า ส่วนแต่ละอำเภอต้องมีข้อมูลว่าหมู่บ้านไหนที่จะขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และหมู่บ้านไหนที่ประสบภัยแล้งเรื่องพืชผลการเกษตรมาสรุปยอดอีกครั้ง โดยช่วงนี้มีรายงานเข้ามามากจนถึงตอนนี้น่าจะเพิ่มประมาณ 24 อำเภอแล้ว ซึ่งก็คงจะรับทราบอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามตนได้แจ้งไปทางแต่ละอำเภอและชาวบ้านว่าภัยแล้งขณะนี้มีปัญหามาก การช่วยเหลือภัยแล้งมันจะต้องมีหลักฐานในการตรวจหลังจากเรามีการประกาศภัยแล้ง ฉะนั้นอย่าเห็นว่าข้าวเสียหายแล้วเอาวัว ควายลงไปเลี้ยงไปกิน พอถึงเวลากรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่เราแต่งตั้งลงไปตรวจมันจะไม่เห็นความเสียหายแล้วมันจะมีปัญหา ฉะนั้นขอให้ตรวจให้เรียบร้อยก่อนแล้วถ้าจะนำวัวควายลงไปเลี้ยงค่อยมาว่ากันอีกที จังหวัดพร้อมจะชดเชยให้กับเกษตรกรตามระเบียบของทางราชการ
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า พื้นที่ที่มีปัญหามาก ได้แก่ อ.โนนไทย, อ.คง, อ.บัวใหญ่, อ.สีดา, อ.ห้วยแถลง เป็นต้น ภัยแล้งปีนี้มาเร็วกว่าปกติก่อนเป็นเดือน ส่วนน้ำประปาสำหรับโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลพระทองคำ ทุกแห่งจะเชิญมาร่วมประชุมเพื่อบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหากัน ส่วนจุดที่เรากังวลมากมีปัญหามากที่คือ อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ อ.คงฯ เราจะต้องหารือกันเพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ประปาขาดน้ำเป็นอันขาด ตนอยากเรียนว่าขอให้พี่น้องประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะปีนี้แล้งมาเร็ว พอมาเร็วเราก็ต้องเจอแล้งนานจนถึงเดือน มิ.ย. 2562 ช่วยกันรักษาแหล่งน้ำ และคอยฟังประกาศจากทางราชการ
ผวจ.นครราชสีมา กล่าวด้วยว่า ขอให้ช่วยกันเราจะผ่านแล้งนี้ไปด้วยกันให้ได้ หน่วยงานราชการจะร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน จะต้องได้รับการดูแลจากทางราชการให้ดีที่สุด และเราจะลงไปให้กำลังใจเยียวยาสภาพจิตใจไม่ทอดทิ้งกัน วันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องนี้ว่าปัญหาภัยแล้งต้องเร่งแก้ไขให้พี่น้องประชาชน และในสัปดาห์หน้าตนและเหล่ากาดชาดจังหวัด และหน่วยงานทุกส่วนจะลงพื้นที่ อ.แก้งสนามนาง และ อ.ชุมพวง เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งไปดูแลประชาชน.