สสจ.ขอนแก่น เร่งสอบแพทย์ลืมผ้าก๊อซขณะผ่าตัด ยอมรับเป็นความผิดพลาด แต่ผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ยังไงก็อยู่ได้ไม่เกิน 3-5 เดือน ฝ่ายญาติเชื่อ อาการทรุดหนักเพราะผ้าก๊อซเน่าในท้อง ทำให้ต้องผ่าตัดซ้ำ
เวลา 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย.61 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นายแพทย์พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ภายหลัง นางบุญถม ลายภูเขียว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม.3 ต.ภูห่าน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีพี่ชายคือ นายแอ๊ด ลายภูเขียว อายุ 53 ปี เสียชีวิต ซึ่งญาติเชื่อว่าเกิดจากความบกพร่องทางการรักษาของแพทย์ในโรงพยาบาลชุมแพ จ.ขอนแก่น ที่ลืมผ้าก๊อซไว้ในท้องหลังจากทำการผ่าตัดด้วยโรคฝีในไต และกลับบ้านมาเสียชีวิตที่บ้านตัวเอง โดยเรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงิน 300,000 บาท แยกเป็นค่าทำศพ 100,000 บาท และค่าเสียหาย 200,000 บาท
นายแพทย์พีระ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวได้รับรายงานจากทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตเนื่องจากอาการของโรค ซึ่งเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย โดยเชื้อได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง และผนังช่องท้อง สามารถอยู่ได้ไม่เกิน 3-5 เดือน ในส่วนของผ้าก๊อซที่ลืมอยู่ในตัวผู้เสียชีวิตนั้น ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดจริง และได้มีการแจ้งให้กับตัวผู้ป่วยและทางญาติได้ทราบ พร้อมขอชดใช้เยียวยาในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวผู้ป่วยที่เสียชีวิตแจ้งกับทางแพทย์ว่ามีหนี้สินกองทุนหมู่บ้านอยู่จำนวน 40,000 บาท จึงประสงค์ให้แพทย์ชดใช้เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท มีการเซ็นสัญญาตกลงไปแล้ว ซึ่งเป็นการเยียวยาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการทางสาธารณสุข มาตรา 41 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในรูปแบบคณะกรรมการในการให้การเยียวยาช่วยเหลือตามขั้นตอน
"ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุใด เป็นความประมาทเลินเล่อของทีมแพทย์หรือเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายวันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดครบถ้วน ก่อนจะสรุปและรายงานไปยังกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินการลงโทษในส่วนที่มีความผิดตามขั้นตอน”
ทั้งนี้ การผ่าตัดผู้ป่วยรายนี้เนื่องจากมีเลือดออกมาก ทำให้ทางทีมแพทย์ต้องใช้ผ้าก๊อซในการบล็อกห้ามเลือดหลายแผ่น ซึ่งในส่วนนี้จะต้องทำการตรวจนับผ้าก๊อซทั้งหมดว่าใช้ไปกี่แผ่น และนำกลับออกมาตามจำนวนที่ใส่ไว้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดจากการนับผ้าก๊อซ และตัวผ้าก๊อซนี้ก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้อาการทรุดลง เพราะตัวคนป่วยเองมีอาการที่หนักมาก เชื้อได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและผนังหน้าท้องแล้ว กระทั่งเสร็จสิ้นการผ่าตัดทั้ง 2 รอบ ทางโรงพยาบาลก็ได้ปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านด้วยภาวะปกติ
นายแพทย์พีระ กล่าวด้วยว่า ได้เน้นย้ำในการเข้มงวดในเรื่องการรักษา โดยเฉพาะในการผ่าตัดเรื่องของการนับสิ่งที่นำเข้าไปในตัวผู้ป่วยทุกชิ้นจะต้องนับอย่างละเอียด และนำกลับออกมาให้ครบทุกชิ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 15/3 ม.3 ต.ภูห่าน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ นางบุญถม ลายภูเขียว อายุ 43 ปี และเป็นสถานที่ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นายแอ๊ด ลายภูเขียว อายุ 53 ปี พี่ชาย ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านที่มาร่วมงานศพต่างก็พากันแสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่เน้นย้ำเรื่องความผิดพลาดของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดว่า ควรจะรอบคอบกว่านี้ อย่าให้มีผ้าก๊อซหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นเหลือไว้ในร่างกายผู้ป่วยอีก
ขณะที่ นางบุญถม ลายภูเขียว อายุ 43 ปี น้องสาวผู้ตาย ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า พี่ชายมีอาการป่วยและเข้ารักษาตัวที่ รพ.ชุมแพ มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งแรกเข้า แพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อในไต เบื้องต้นแจ้งว่าเป็นนิ่ว ต่อมาแจ้งว่าเป็นเนื้องอก ต้องผ่าตัด และเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ เมื่อผลตรวจชิ้นเนื้อออกมา จึงรู้ว่าพี่ชายเป็นมะเร็ง จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน หลังการผ่าตัด พี่ชายกลับบ้าน ร่างกายแข็งแรง สามารถนึ่งข้าว ทำอาหารรับประทานเองได้ แต่ผ่านไปเพียง 2 อาทิตย์ พี่ชายก็มีอาการปวดท้องรุนแรงและอาการทรุดหนัก จึงส่งรพ.สีชมพู แพทย์ตรวจพบก้อนผ้าก๊อซในท้อง จึงรีบส่งตัวไปที่ รพ.ชุมแพ รีบรับตัวเข้าห้องผ่าตัดทันทีเพื่อเอาผ้าก๊อซออก
“แพทย์ที่ผ่าตัดเอาผ้าก๊อซออก กับแพทย์ที่ผ่าตัดก้อนเนื้อ คนละคนกัน การผ่าตัดเอาผ้าก๊อซออกนั้น แพทย์ รพ.ชุมแพ แจ้งเพียงว่า ผ่าเอาก้อนเนื้อเละๆ และผ้าก๊อซออกแล้ว ในวันต่อมาแพทย์ที่ผ่าตัดคนแรก และเป็นคนลืมผ้าก๊อซมาพบพี่ชายที่ รพ.ชุมแพ พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ ในการขอโทษครั้งนั้นทำให้พี่ชายตาย เพราะอาการป่วยของพี่ชายที่แพทย์บอกว่าจะอยู่ได้ 5-6 เดือน แต่เพราะแพทย์ลืมผ้าก๊อซในท้องนาน 2 อาทิตย์ ทำให้พี่ชายปวดท้อง และอาการทรุด จนต้องผ่าตัดรอบสองเพื่อเอาผ้าก๊อซออก ร่างกายยิ่งทรุดหนักกระทั่งเสียชีวิต ญาติพี่น้องจึงติดใจการทำงานของแพทย์ เชื่อว่าสาเหตุที่พี่ชายทรุดหนักและตายเร็วกว่าเวลาที่กำหนดคือแพทย์ลืมผ้าก๊อซในท้องจนมีผลข้างเคียง”
นางบุญถม กล่าวอีกว่า หลังการเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมและมีข่าวทางสื่อมวลชน ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สสจ.และสาธารณสุขอำเภอ มาจุดธูปไหว้ศพพี่ชาย ส่วนในคืนวันที่ 26 กันยายนนี้ รพ.ชุมแพ จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ ในวันที่ 27 กันยายน จะมีพิธีฌาปนกิจศพพี่ชายที่วัดโสภณวนาราม บ้านโนนงาม ม.3 ต.ภูห่าน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ส่วนการเยียวยาที่ร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นนั้น รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ สสจ.ขอนแก่นว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการเยียวยาจะแจ้งให้ทราบในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ว่า ข้อเรียกร้องเรื่องการเยียวยานั้นจะได้ตามร้องขอหรือไม่
...
"การร้องขอให้เยียวยานั้น ขอไป 300,000 บาทจริง แต่ในการเรียกร้องก็เรียกร้องไปตามสิทธิ์ที่ตัวเองมีในฐานะน้องสาวคนตาย เพราะเชื่อว่าผ้าก๊อซมีส่วนทำให้พี่ชายตายเร็วกว่าปกติ จึงอยากให้แพทย์ที่ทำการรักษาและเกิดการผิดพลาดในครั้งนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบตามที่เห็นสมควร และให้มีความรอบคอบในการรักษาผู้ป่วย ขอให้พี่ชายเป็นรายสุดท้ายในความผิดพลาดทางการรักษาจากแพทย์ด้วย" นางบุญถม กล่าวในที่สุด.