ครูใหญ่โรงเรียนที่ร้อยเอ็ดวอนรัฐบาลช่วยราคารถไถนาแพง ทำให้ต้นทุนการปลูกสูง และควรเพิ่มการสอนทำนาในชั่วโมงเรียน ขณะที่ ชาวนาอยากให้คนรุ่นใหม่สนใจทำนา เพราะทำนาขายข้าวก็รวยได้...
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 18 ก.ย.61 นายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร (โรงเรียนชาวนา) กิจกรรมการประกวดและคัดเลือกเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิดีเด่น ที่ห้องประชุมโรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น ถนนคชพลายุกต์ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด
รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวเปิดโครงการฯ โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า การประกอบอาชีพทำนาก็รวย มีเกียรติได้ แต่เราต้องติดตาม ศึกษา เรียนรู้ เทคนิคก้าวหน้าในการทำการเกษตร ตราบใดที่พลโลกส่วนใหญ่ยังบริโภคข้าวเป็นอาหาร อาชีพการทำนา ก็ยังคงยั่งยืนต่อไป แต่ต้องพัฒนาผลิตข้าวให้มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารมีพิษ
หลังจาก รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวเปิดกิจกรรมฯ และมอบรางวัลให้เกษตรกร สถานศึกษาที่มีผลงานดีเด่นและมีคุณภาพในการทำนาแล้ว จึงมีการเชิญเกษตรกรผู้มีประสบการการทำนาที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยครู ร่วมกันเสวนาเกี่ยวกับอาชีพการทำนา ปัญหาและสิ่งที่ชาวนาต้องการ
...
ขณะที่ นายสมพร สุทธิประภา ให้ความเห็นในการเสวนาตอนหนึ่ง ว่า ปัจจุบัน แรงงานส่วนใหญ่อายุตั้งแต่ 20 ปี ถึง 40 ปี พากันไปทำงานด้านอุตสาหกรรม ธุรกิจ เพราะไม่ต้องตากแดด ยืนแช่น้ำ ยืนกรำฝนตก ทำให้ผิวหน้าและร่างกายหมองคล้ำ แต่ชาวนามีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้น ไป จึงทำให้การทำนาได้ผลผลิตต่ำ จึงขอให้คนรุ่นใหม่หันมาทำการเกษตร ดำนา ขายข้าว คุณภาพดี ก็สามารถร่ำรวยได้ ในปัจจุบันการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการทำนาที่มีคุณภาพ สามารถศึกษาเรียนรู้ได้จากโทรศัพท์มือถือ มีผู้มองการณ์ไกลเผยแพร่ความรู้ในทางสื่อโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนั้นวิทยากรคนอื่น ได้แสดงความคิดเห็นในขณะการเสวนา ว่า ปัจจุบันการดำนาต้องจ้างตามอัตราค่าแรงงาน ทำให้การลงทุนการทำนาสูงมาก การทำนาต้องศึกษาค้นคว้าเรียนรู้จึงจะมีคุณภาพ เช่น การปราบแมลงศัตรูพืชนั้น ต้องแยกการปราบ เพราะแมลงบางชนิดมีประโยชน์ต่อการผสมเกษตรของต้นข้าว การใช้ยาฆ่าหญ้าต้องใช้ด้วยความระวังเพื่อให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ ทางที่ดีไม่ควรใช้เลย ควรใช้วิธีการไถฝังกลบ และผลผลิตทางการเกษตร ที่ผู้บริโภคทั่วโลกต้องการคือ ผลิตจากการเกษตรอินทรีย์
ขณะที่ นายสุทิน ทวยหาญ ครูโรงเรียนท่าม่วงวิทยาคม ตำบลเกาะแก้ว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ให้ความเห็นในการเสวนา ว่า ปัจจุบันพื้นที่นาเหลือน้อยลง เพราะพ่อแม่ บรรพบุรุษ แบ่งให้บุตรหลานแต่ละคน ทำให้พื้นที่นาแคบลง จึงทำให้บางคนขายนาไปทำงานอย่างอื่น การทำนาทุกวันนี้ ลงทุนสูงมาก แต่ราคาขายข้าวไม่ดี ทำให้ชาวนาเป็นหนี้จำนวนมาก เนื่องจากเครื่องจักรกล รถไถนา ราคาแพง ราคาเป็นล้านบาท ชาวนาต้องกู้เงินซื้อ จึงวิงวอนรัฐบาลหันมาสนใจเรื่องราคารถไถนาให้มีราคาถูกลง
...
ครูโรงเรียนท่าม่วงวิทยาคม กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่ มีอาชีพเกษตรกรรม กอปรกับการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนระดับต่างๆ เราได้หลงทางมาหลายสิบปี คือ ชั่วโมงการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิชาเกษตรกรรมมีน้อยมาก บางโรงเรียนไม่มีเลย กระทรวงศึกษาธิการควรหันมาทบทวนการทำหลักสูตรในโรงเรียนประถม มัธยมศึกษา อย่าไปลอกเอาต่างประเทศมามากเกินไป ต่อไปนี้ตลาดรับแรงงานนักเรียน นักศึกษาในประเทศไทย นับวันแต่จะแคบลง เรียนจบมาหางานทำไม่ได้ ตกงาน ปัญหาเศรษฐกิจตามมา แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับลูกหลาน และประเทศของเรา.