คะแนนสอบคณิต-วิทย์ เด็กไทยตกต่ำ ลุย “วิทย์สร้างคน” ผ่านระบบสะเต็มศึกษา พัฒนาเด็กประถม-มัธยมอีสานตอนล่าง ให้ปฏิบัติจริง ไม่เน้นท่องจำ หวังต่อยอดเป็นสตาร์ทอัพ นักพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกร...

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการการขยายโอกาสการเรียนรู้ STEM ของเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เตรียมความพร้อมคนไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างขีดความสามารถไปสู่การแข่งขัน ว่า โครงการดังกล่าวรองรับอาชีพใหม่ๆ ในอนาคต ตามนโยบาย "วิทย์สร้างคน" นำไปสู่ความมั่งคั่งของประเทศในด้านอื่นๆ ซึ่งจะทำอย่างไรให้ประชากรที่กำลังจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็น Knowledge Worker โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี นักนวัตกร แม้ที่ผ่านมาระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จะเป็นวิชาพื้นฐานที่ถูกกำหนดไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ของประเทศ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา แต่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ และมีผลคะแนนการสอบวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของนักเรียนในระดับประเทศที่ตกต่ำ

“จะทำอย่างไรที่จะให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัว สนุก และจับต้องได้ ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยนำเอาแรงบันดาลใจต่างๆ ที่ได้รับจากโครงการเหล่านี้ มาประดิษฐ์เป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ในเชิงนวัตกรรม ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาต่อยอดไปเป็นสตาร์ทอัพ เป็นนักพัฒนาเทคโนโลยี เป็นนวัตกร เพื่อจะได้เป็นตัวขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 จึงผลักดันนโยบายวิทย์สร้างคน จัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกว่า ระบบสะเต็มศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่การศึกษาไทยและการศึกษาในประชาคมอาเซียน”

...

ทั้งนี้ตั้งเป้าจะพัฒนาเด็กไทยให้มีความสามารถระดับนานาชาติภายในปี 2570 ซึ่งจะวัดผลจากการสอบโอเน็ต โดยใช้ระบบสะเต็มศึกษา บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เน้นการนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานกับชีวิตจริง ไม่เน้นการท่องจำทฤษฎีหรือกฎทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่สร้างความเข้าใจผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิด ตั้งคำถาม แก้ปัญหาและการหาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อค้นพบใหม่ๆ พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้ เพื่อนำไปสู่การคิดแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ตลอดจนมุ่งผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

ขณะที่เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการงานค่ายแก่เยาวชน โดยนำนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาประเภทห้องเรียนปกติ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,600 คน มาทำกิจกรรมที่สร้างและเสริมทักษะกระบวนการเรียนรู้วิชาการและการปฏิบัติการในด้านต่างๆ ได้แก่ ทักษะกระบวนการสำคัญทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และทักษะภาษาต่างประเทศ เพื่อนำทักษะดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆ เช่น เกม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการประดิษฐ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันและพัฒนาการศึกษาไทยให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศและขยายโอกาสไปยังเยาวชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้การจัดกิจกรรมค่ายบูรณาการการเรียนรู้ฐาน STEM เพื่อเยาวชนนครชัยบุรินทร์ ขึ้น โดยมุ่งหวังให้นักเรียนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสะเต็มศึกษามากยิ่งขึ้น และมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านกิจกรรมสนับสนุนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการนำไปสู่การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป.