ข่าว
100 year

เตือน-17จว. จ่อฝนหนัก รับ ‘นํ้าท่วม’ 2เขื่อนใหญ่ ต้องระบาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ย. 2561 05:48 น.
SHARE

นครพนมยังวิกฤติ น้ำโขงเพิ่มสูงสุดในรอบ 20 ปี หนุนลำน้ำสาขาทะลักท่วมหลายพื้นที่นานนับเดือน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร เริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม บึงกาฬยังจมบาดาล ทหารช่วยชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินโกลาหล ปราจีนบุรีเร่งสูบน้ำป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ สทนช.เฝ้าระวังฝนตกหนัก 17 จังหวัด เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ-เขื่อนศรีนครินทร์ เตือนชัยนาท-อยุธยารับมือน้ำท่วม

หลายพื้นที่ยังคงเผชิญภาวะฝนตกและน้ำท่วมขัง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครพนม ยังคงวิกฤติแม่น้ำโขงมีระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี อยู่ที่ระดับ 12.70 เมตร ส่งผลให้ลำน้ำสงคราม เป็นลำน้ำสาขาเพิ่มสูงไหลล้นตลิ่งท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ประชาชนต้องใช้เรือในการสัญจร จนได้รับความเดือดร้อนมานานนับเดือน ขณะนี้เริ่มพบปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม พล.ต.กิตติพงศ์ กาญจนาคม ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วย พ.อ.เชาวลิต พบจันอัด ผบ.นพค.22 นำกำลังพลลงเรือท้องแบนตรวจเยี่ยมให้ความช่วยเหลือพร้อมแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว

ที่เขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าหน้าที่เร่งวางแนวกระสอบทรายอุดท่อระบายน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 15 จุด ป้องกันแม่น้ำโขงล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะที่บ้านเรือนและร้านค้าอยู่ติดกับแม่น้ำโขงบางจุด น้ำท่วมจนได้รับความเสียหายแล้ว ชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงอย่างโกลาหล นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัย ได้แก่ อ.ศรีสงคราม อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และอ.เมืองนครพนม พร้อมให้เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนเตรียม พร้อมเฝ้าระวังคอยดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วน จ.บึงกาฬ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงเล็กน้อย อ.เมืองบึงกาฬ ระดับน้ำอยู่ที่ 13.25 เมตร ลดลงจากวันที่ 30 ส.ค. 3 ซม. ห่างจากจุดวิกฤติ 75 ซม. ส่วนระดับน้ำในลำน้ำสงคราม อ.พรเจริญ เพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งลำน้ำสูงกว่า 1.42 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ บ้านสันติสุข หมู่ 5 ต.ดอนหญ้านาง น้ำเอ่อเข้าท่วม ถนนภายในหมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง ทหาร และฝ่ายปกครอง ช่วยกันขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าไปยังพื้นที่ปลอดภัย ส่วนชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรแทนรถยนต์ นอกจากนี้ทหารนำรถแบ็กโฮตักดินใส่ถุงบิ๊กแบ็กสร้างแนวป้องกันน้ำด้านหลังศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ เพื่อป้องกันมวลน้ำจากหนองกุดทิง เอ่อท่วมศาลากลางจังหวัดซ้ำอีก

จ.มุกดาหาร ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังคงเพิ่มสูงขึ้น ที่ศูนย์อุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร ระดับน้ำอยู่ที่ 12.92 เมตร อยู่เหนือตลิ่ง สูงกว่าจุดวิกฤติ 42 ซม. มวลน้ำไหลท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะบ้านพาลุกา บ้านขามป้อม ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลากว่า 5 วัน ชาวบ้านอยู่ริมแม่น้ำโขงคอยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 573 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 110 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำไหลเข้า 6.98 ล้าน ลบ.ม. ระบายลงลำน้ำอูน 8.69 ล้าน ลบ.ม./วัน นายศรชัย ศรีสถาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า จากการประชุมของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ พบปริมาณฝนลดลงมีมติให้เขื่อนน้ำอูน ปรับลดการระบายผ่านท่อกาลักน้ำจากทั้งหมด 50 ชุด ลงเหลือ 30 ชุด หรือประมาณวันละ 1.2 ล้าน ลบ.ม. เพื่อลด ผลกระทบน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อน ขณะที่การระบายผ่านประตูระบายน้ำยังคงดำเนินการตามปกติ

จ.ปราจีนบุรี ฝนที่ตกหนักในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบกับน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี เพิ่มสูงขึ้นไหลล้นตลิ่งท่วมหลายพื้นที่นานกว่า 1 สัปดาห์ ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน ส่วนเกษตรกรทำนาในพื้นที่เขตชลประทานพลวง ต้องเร่งทำการเก็บเกี่ยวข้าว เพราะเกรงว่าจะท่วมนาข้าวจนได้รับความเสียหาย ส่วนชุมชนตลาดเก่า เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ระดับน้ำท่วมสูง 1.20เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร และเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับห้องสุขาเนื่องจากมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

ส่วนพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่วางแนวกระสอบทราย เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 9 จุด เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมย่านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ เปิดประตูระบายน้ำในเขตชลประทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำค่อนข้างมาก ชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกันเพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำ เตรียมแผนการระบายน้ำ แต่ต้องรอให้เกษตรกร ผู้ทำนาเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือจะเก็บเกี่ยวได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากมีฝนตกเพิ่มจะต้องพร่องน้ำออกไปยังทุ่งบางพลวงสามารถรองรับน้ำได้ 500 ล้าน ลบ.ม.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ มีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 17 จังหวัด อาทิ เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ยังมีน้ำสูงกว่าตลิ่งหลายบริเวณ อาทิ แม่น้ำป่าสัก บริเวณ อ.หนองไผ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ แม่น้ำปราจีนบุรี บริเวณตลาดเก่า อ.กบินทร์บุรี อ.เมืองปราจีนบุรี จากการคาดการณ์แนวโน้มฝนในช่วงระหว่างวันที่ 1-5 ก.ย.นี้ ปริมาณฝนตอนบนของประเทศมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 6 แห่ง มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง เตรียมพร่องน้ำมากขึ้น ได้แก่ 1.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 8,329 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 94 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ 4-10 ก.ย. จะปรับเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 58 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควน้อย แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูง 2.เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 16,061 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 91 เปอร์เซ็นต์ จะปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควใหญ่ อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 60 ซม.

สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 681 ลบ.ม./วินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 700-800 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30-50 ซม. จะทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้รับผลกระทบน้ำท่วม ได้แก่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ให้กรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้าแล้ว

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงวันที่ 1-5 ก.ย. ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และเวียดนามตอนบนมีกำลังอ่อนลง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้พื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนลดลง หลังจากนั้นร่องมรสุมกำลังปานกลางจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเล อันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ภาคอีสานน้ำท่วมเขื่อนวชิราลงกรณ

คุณอาจสนใจข่าวนี้