สุดสลดใจ! อุทาหรณ์ผู้ปกครอง ปล่อยเด็ก 3 ขวบ วิ่งเล่นกันตามลำพัง เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อเด็กหญิงเคราะห์ร้ายพยายามปีนลงจากกระบะรถปิคอัพ แต่คอเสื้อเกิดไปติดกับน็อตที่ยื่นออกมาจากขอบกระบะ ทำให้เสื้อรัดคอจนขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตสภาพห้อยติดกับรถ

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.61 ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรนางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตห้อยคอติดกับกะบะรถปิคอัพ ร.ต.อ.สุทนต์ กระจ่างจิตต์ รอง สว.สอบสวน สภ.นางรอง ด.ต.สมชาย บุญกองชาติ สายตรวจตำบลทุ่งแสงทอง แพทย์เวรโรงพยาบาลนางรอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ ประจำจุดอำเภอนางรอง เดินทางไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ที่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งแสงทอง ตำบลทุ่งแสงทอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก ภายในบ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 1 บ้านทุ่งแสงทอง ตำบลทุ่งแสงทอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในมุ้ง ทราบชื่อต่อมา คือ ด.ญ.เปรมวดี มณี หรือน้องแก้ว อายุ 3 ขวบ สูง 90 เซนติเมตร หนัก 18 กิโลกรัม สวมเสื้อลายคอกลมแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงขาสั้นสีเหลืองแดง สภาพศพมีรอยช้ำที่บริเวณลำคอ

จากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องแก้ว(ผู้ตาย)และน้องมะนาว ได้เล่นกันอยู่บริเวณด้านบนของท้ายรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บน 7792 บุรีรัมย์ จากนั้นน้องแก้วได้ลงรถในท่ายืนหันหน้าออกนอกตัวรถ คอเสื้อแขวนติดอยู่กับหัวน็อตที่ยื่นออกมาด้านบนขอบกะบะรถปิคอัพ ทำให้เสื้อรัดคอจนขาดอากาศหายใจ ในขณะเดียวกันน้องมะนาวและญาติที่มาพบเห็น ต่างก็รีบวิ่งไปเรียกญาติให้ออกมาดู พอออกมาช่วยก็พบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังพบว่าน้องแก้วพยายามตะเกียกตะกายเพื่อช่วยเหลือตัวเอง แต่เท้าไม่ถึงพื้น เนื่องจากรถกระบะมีความสูงจากพื้นดิน 1.16 เมตร ซึ่งมีร่องรอยเท้าที่เด็กพยายามเหยียบพื้นดิน เพื่อช่วยเหลือตัวเองแต่เท้าไม่ถึงพื้น 

ด้านชาวบ้านที่มามุงดูที่เกิดเหตุต่างก็พากันตกใจเป็นอย่างมาก ถึงสาเหตุที่ทำให้น้องแก้วเสียชีวิตในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าเด็กๆเล่นกันและจะปีนป่ายลงจากหลังรถ แต่คอเสื้อไปติดกับน็อตที่อยู่ขอบรถกะบะที่ใช้สำหรับติดคอกรถ แต่เจ้าของรถถอดคอกออก ทำให้น็อตยื่นโผล่ออกมา จึงทำคอเสื้อไปแขวนติดกับน็อต จนขาของน้องแก้วไม่ถึงพื้น ทำให้เสื้อรัดคอน้องแก้วเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงที่เกิดขึ้นต่อไป