ข่าว
100 year

ส่งเสริมโครงการแปลงใหญ่ เลี้ยงปลานิล บนดินเค็ม ผลผลิตดีไม่มีกลิ่นโคลน

ไทยรัฐออนไลน์29 ส.ค. 2561 01:25 น.
SHARE

พลิกวิกฤติจากการทำนาข้าวได้ผลผลิตตกต่ำ เนื่องจากพื้นที่ดินมีความเค็ม ปรับเปลี่ยนมาทดลองเลี้ยงปลานิลในกระชังในบ่อดิน สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.61 จากการส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลในกระชังบ่อดิน จากสำนักงานประมง จ.นครราชสีมา โดยการเริ่มต้นทดลองเลี้ยงจาก นายทองอยู่ ไหวพริบ ผู้ใหญ่บ้านวังม่วง ซึ่งเป็นเพียงเกษตรกรรายเดียวที่ลงมือเลี้ยงปลานิล ด้วยการปรับเปลี่ยนจากที่นามาเป็นบ่อเลี้ยงปลานิล บนพื้นที่ 2 ไร่ 2 กระชัง ซึ่งจากการทดลองเลี้ยงได้ผลผลิตกระชังละ 1,000 กิโลกรัม ได้กำไรกระชังละ 20,000 บาท ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงปลานิล ทำให้เกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลานิลบ้านวังม่วง และในปี 2561 จึงได้เข้าสู่โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประกอบด้วยเกษตรกร 59 ราย จำนวนการเลี้ยง 318 กระชัง บนพื้นที่ 139.75 ไร่

นายทองอยู่ ไหวพริบ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงปลานิล ในระบบการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ บ้านวังม่วง ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เล่าว่า "พึงพอใจมากกับนโยบายโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทำให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สามารถต่อรองทางด้านการตลาดได้ ไม่โดนผูกขาดทางการค้า"

หลังจากที่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ทำให้ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยบริหารจัดการทั้งกระบวนการ โดยเฉพาะจากสำนักงานประมง จ.นครราชสีมา ที่เข้ามาส่งเสริมทางด้านวิชาการทางด้านการเลี้ยงปลา ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตด้วยการรวมกลุ่มกันซื้ออาหารปลา ทำให้สามารถซื้ออาหารได้ถูกลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึงกระสอบละ 25-30 บาท และเพิ่มผลผลิตได้ด้วยการส่งเสริมทางด้านวิชาการ ให้เกษตรกรสามารถเลือกลูกพันธุ์ปลาที่แข็งแรง มีประสิทธิภาพได้เบื้องต้น "ซึ่งสิ่งที่ภูมิใจที่สุด คือ พาชาวบ้านทำ แล้วเขาเชื่อ พอเขาทำตามแล้วเขาอยู่ได้อย่างแข็งแรงและเข้มแข็ง เพราะมีตลาดที่รองรับชัดเจนทำให้มีกินมีใช้"

นายศุภธัช ดำคำ ประมง อ.โนนสูง และยังทำหน้าที่ผู้จัดการแปลงใหญ่ภาครัฐ เปิดเผยว่า จุดเด่นของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลานิลบ้านวังม่วง นอกจากปลาไม่มีกลิ่นโคลนแล้ว ต้องเริ่มต้นจากการที่มีผู้นำที่เข้มแข็ง ประกอบกับเกษตรกรมีความกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีคิด รู้จักแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยเหลือกันแก้ปัญหาภายในกลุ่ม ทำให้เกษตรทุกรายสามารถเดินไปด้วยกันได้ทั้งระบบ ทางสำนักงานประมง จ.นครราชสีมา ได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต ด้วยการใช้จุลินทรีย์ ปม.1 เพื่อปรับคุณภาพน้ำในบ่อให้มีคุณภาพดี โดยที่เกษตรกรไม่ต้องเปิดเครื่องตีน้ำทั้งวันทำให้สามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าลงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเข้ามาส่งเสริมในเรื่องของมาตรฐานฟาร์มให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนี้มีมาตรฐาน GAP ทุกราย เป็นเครื่องการันตีปลาดีมีคุณภาพ เป็นการเปิดโอกาสการแข่งขันทางการตลาดได้เป็นอย่างดี โดยในปีที่ผ่านมากำลังการผลิตปลานิลในกระชังในบ่อดิน มีผลผลิตถึง 500 ตัน/ปี และมีการจำหน่ายปลานิลสดเฉลี่ยวันละ 1,000 กิโลกรัม

เทคนิคและวิธีการเลี้ยงที่ไม่เป็นความลับ ที่ทำให้ได้ปลาขนาด 8-10 ขีด/ตัว และมีความสม่ำเสมอเท่ากันทุกตัวคือ 1.จะต้องคัดลูกปลาที่มีความแข็งแรงซื้อจากแหล่งที่สามารถเชื่อถือได้ หรือมีมาตรฐานรองรับ 2.เลี้ยงลูกปลาในบ่อดินเป็นระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากว่าลูกปลาจะโตได้ดีโดยธรรมชาติ ปลาจะมีขนาดตัวละ 1 ขีด 3.หลังจากครบ 3 เดือนให้ย้ายปลามาเลี้ยงในกระชัง โดยกำหนดให้ 1 กระชัง ขนาด 7x15 เมตร มีปลาจำนวน 1,000 ตัว4. เลี้ยงปลานิลในกระชังอีก 3-4 เดือน ปลาจะได้ขนาด 8-10 ขีด/ตัว ก็สามารถจับขายได้ ซึ่งทางกลุ่มได้มีการจัดคิวในการเลี้ยงและการขายให้มีการหมุนเวียนกันไป โดยจะรวมกลุ่มกันขาย มีราคาจำหน่ายปลานิลสดหน้าบ่ออยู่ที่ราคา 60 บาท จะมีพ่อค้ามารับถึงฟาร์ม

นายทองอยู่ ไหวพริบ เล่าต่อว่า "ทางกลุ่มได้มีการบริหารจัดการด้วยการเอาตลาดนำการผลิต โดยถามตลาดก่อนว่าต้องการปลาขนาดเท่าไหร่ แล้วจึงมาผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด แบบนี้ทำมาก็ขายได้" โดยเฉลี่ยเกษตรกร 1 ราย จะเลี้ยงปลานิล 4 กระชังต่อพื้นที่ 1 ไร่ ใน 1 ปี เกษตรกรสามารถจับปลาได้ 2-3 รอบ และได้กำไรจากผลผลิตปลานิลถึง 20,000 บาท/กระชัง หรือ 240,000 บาท/ราย/ปีประโยชน์ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลานิลบ้านวังม่วง ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ คือ มีการลดต้นทุนจากการรวมกันซื้ออาหารปลา, เพิ่มผลผลิตจากการคัดลูกปลาที่มีความแข็งแรง, มีการบริหารจัดการกลุ่มด้วยการรวมกันประชุมปรึกษาหารือแก้ไขปัญหาระหว่างเกษตรกรด้วยกันเองและมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาร่วมให้คำปรึกษา, พัฒนาเข้าสู่มาตรฐานฟาร์ม GAP และเพิ่มช่องทางการตลาด ซึ่งทางสำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเพาะพันธุ์ลูกปลาเอง ก็จะช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้อีก รวมถึงจะเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ในด้านการแปรรูปปลานิล เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและรองรับปัญหาหากมีการผลิตปลานิลเพิ่มมากขึ้น หากมีการวางแผนบริหารจัดการกับเกษตรกรไว้ล่วงหน้า ก็จะทำให้การเลี้ยงปลานิลในกระชังในบ่อดินมีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษตรแปลงใหญ่เลี้ยงปลนิลปลานิลประมงดินเค็มข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้