"นกน้อย อุไรพร" พร้อมทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถูกแจ้งจับข้อหาฉ้อโกงเงิน 3.8 ล้าน ชี้ เป็นการลงทุนร่วมกัน ไม่ได้หลอกลวงใคร ด้านทนายจ่อเข้าพบตำรวจหารือเรื่องแจ้งความเท็จ ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง...
จากกรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจ แจ้งความกล่าวหา หมอลำดัง "นกน้อย อุไรพร" หมอลำชื่อดังเจ้าของวงดนตรีหมอลำ 'เสียงอิสาน' ข้อหา 'ฉ้อโกง' ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาทไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท แค่ 2 เดือน เพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมา 4 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน
ล่าสุด วันที่ 25 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นกน้อย อุไรพร พร้อมกับ ทวีชัย จริยเอี่ยมอุดม บริษัทท๊อปไลน์ไดม่อน ต้นสังกัด และ ทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น โดย นกน้อย อุไรพร กล่าวว่า ข่าวเกิดขึ้นมันแรงมาก ทำให้ตนไม่มีที่ยืนในสังคมเลย ขอยืนยันว่า จะดำเนินการแสดงหมอลำเสียงอิสานต่อไป
สำหรับเรื่องคดี ทนายความ กล่าวว่า ในเรื่องของการทำสัญญาขายฝาก แม่นกน้อยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น คู่สัญญาเป็นของ นางสุดารัตน์ กับผู้รับซื้อฝาก แม่นกน้อยไม่ได้เป็นคนลงลายมือชื่อหรือนิติกรรมใดๆ ทั้งสิ้น และการจดทะเบียนขายฝากก็ต้องไปทำที่สำนักงานที่ดิน และวันนี้สัญญาขายฝากก็ยังไม่สิ้นสุด ที่ดินยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากซึ่งสามารถไถ่ถอนได้
แต่ที่เขาไปแจ้งความว่า แม่นกน้อยฉ้อโกง ตนได้พิจารณาดูแล้วว่าหากไม่เป็นความจริงจะใช้สิทธิ์ฟ้องในคดีแจ้งความเท็จกับพนักงานสอบสวนที่ทำให้ผู้อื่นได้รับโทษในทางอาญา และในวันจันทร์ตนจะเข้าไปยัง สภ.อุดรธานี เพื่อพูดคุยกับพนักงานสอบสวนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องการลงทุนตนได้คุยกับแม่นกน้อยแล้ว ทราบว่าเป็นการลงทุนร่วมกัน เหลือในส่วนของการตัดทอนบัญชีเท่านั้น แต่ทว่าระหว่างนั้นได้เดินทางไปแสดงที่ไต้หวัน
ในส่วนที่มีการกล่าวหาว่า แม่นกน้อยฉ้อโกง ขอเรียนว่าในการทำสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องของนางสุดารัตน์กับผู้รับซื้อฝาก จะมีเจ้าหน้าที่คอยสอบสวน คอยซักถามอยู่แล้ว จะบอกว่าไม่รู้เรื่องถือว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นความจริงเลย
นกน้อย อุไรพร กล่าวอีกว่า ตนเองรู้จักกับนางสุดารัตน์ เนื่องจากอีกฝ่ายได้ว่าจ้างวงเสียงอิสานแสดงในงานแต่งงาน และตอนที่ตนไปไต้หวันก็ได้มีการพูดคุยกับเขาแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องการนำที่ดินไป้เปลี่ยนเป็นเงิน และขอยืนยันว่าไม่เคยขอยืมโฉนดเขา สำหรับเรื่องที่มีการเปิดบริษัทร่วมกันนั้น เขาเป็นคนเปิดรับงานออร์แกไนซ์ ซึ่งมีวงเสียงอิสานร่วมด้วย และหลังจากเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้ติดต่อกัน หากถามว่ามีการไกล่เกลี่ยกันไหม ในส่วนนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำหรับเรื่องที่ นางสุดารัตน์ บอกว่าหลังจากทำนิติกรรมแล้วได้นำเงินส่วนนี้มาให้แม่นกน้อยนั้น ไม่ถือว่าไปหลอกลวงเพราะคุณแม่นกน้อยมีวงดนตรีจริง
ทั้งนี้ แม่นกน้อย กล่าวว่า เงินจำนวนนี้ได้รับมา เป็นการนำมาใช้ด้วยกัน ไม่ได้ใช้คนเดียว ซึ่งต้องมานั่งคุยกันในเรื่องของการตัดทอนบัญชีที่ได้ร่วมลงทุนกัน หลังจากเกิดเรื่องได้กำลังใจจากแฟนคลับเยอะมาก อยากขอบคุณทุกกำลังใจจากทุกคน และขอยืนวันว่า คณะเสียงอิสานจะไม่ยุบวงแน่นอน และในวันที่ 5 ต.ค.61 จะมีการเปิดตัวการแสดงของคณะเสียงอิสาน ขอการันตีว่าจะกลับมายิ่งใหญ่แน่นอน
...
นายทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหารบริษัทท็อปไลน์ มิวสิค จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อมีข่าวออกมา ทำให้เสียหาย เพราะเป็นการเสพข่าวฝ่ายเดียว ในฐานะตัวแทนบริษัทท็อปไลน์ มิวสิค ขอยืนยันว่า นกน้อย อุไรพร และวงเสียงอิสาน ยังเปิดรับการแสดงอยู่เช่นเดิม ไม่มีการล้ม หรือยุบวง โดยมีบริษัทท็อปไลน์สนับสนุนให้เสียงอีสานคงอยู่ตลอดไป
ด้าน พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า เมื่อนางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางอุไร ฉิมหลวง หรือนกน้อย อุไรพร อายุ 60 ปี ข้อหา “ฉ้อโกง” ในฐานะพนักงานสอบสวน ได้รับคดีไว้พร้อมกับสอบสวนปากคำผู้เสียหาย ซึ่งต่อไปจะได้เรียกนายทุนเงินกู้นอกระบบ และพระสงฆ์ 2 รูป มาสอบปากคำในฐานะพยาน อยู่ในเหตุการณ์การกู้ยืมเงิน เพื่อจะได้รวบรวมหลักฐาน ว่าเข้าข่ายเป็นคดีอาญา หรือคดีแพ่ง หากเข้าคดีแพ่ง จะให้ผู้เสียหายฟ้องร้องค่าเสียหายเอง แต่ถ้าหากเข้าคดี “ฉ้อโกง” ก็จะเรียกนางอุไร มาสอบสวนปากคำ แจ้งข้อกล่าวหา แต่คดี “ฉ้อโกง” ก็สามารถยอมความกันได้
ส่วนนางสุดารัตน์ ภูผานี คู่กรณี ผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อได้
...