ฝนถล่มสกลนครไม่หยุด พื้นที่รอบหนองหารส่อวิกฤติ น้ำท่วมหลายตำบล ใน 3 อำเภอ ปักธงแดงเตือนลุ่มน้ำก่ำ ให้ขนของขึ้นที่สูง ส่วนบ้านปูพึ้ม อ.โพนนาแก้ว อ่วมหนัก กลายเป็นเกาะ ถนนเข้าหมู่บ้าน น้ำซัดขาด...
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. มีความคืบหน้าจากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในพื้นที่สกลนคร ส่งผลให้ระดับน้ำในแหล่งน้ำหลายพื้นที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่รอบหนองหาร แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ของสกลนคร น้ำได้เข้าท่วมนาข้าวและบ้านเรือนราษฎรในหลายตำบล รวมถึงพื้นที่ ต.นาตงวัฒนา ต.บ้านโพน ต.เชียงสือ อ.โพนนาแก้ว หลายหมู่บ้านต้องอพยพย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง โดยบ้านปูพึ้ม ต.บ้านโพน มีสภาพกลายเป็นเกาะ ถนนทางเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงประมาณ 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าออกได้
ขณะที่ช่วงบ่าย นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมคณะ เดินทางไปยังบ้านปูพึ้ม นำเครื่องอุปโภคบริโภค ฟางอัดแห้งสำหรับเลี้ยงสัตว์ ไปมอบให้กับประชาชนจำนวน 38 หลังคาเรือน ซึ่งในพื้นที่ยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนต้องการความช่วยเหลือทั้งน้ำดื่ม อาหาร และไฟส่องสว่าง เนื่องจากกระแสไฟฟ้าถูกตัด
นายวิทยา กล่าวว่า ล่าสุดมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง, อ.โพนนาแก้ว และ อ.โคกศรีสุพรรณ อาทิ พื้นที่บ้านโพนแคใหญ่ หมู่ 2 ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว น้ำท่วมสูง 1.20 เมตร ได้รับผลกระทบกว่า 40 หลังคาเรือน และบ้านปูพึ้ม ต.บ้านโพน อ.โพนนาแก้ว พบว่าถนนทางเข้าหมู่บ้านทั้ง 2 เส้นทางถูกน้ำตัดขาดถนนทั้ง 2 ฝั่ง ระยะทาง 800 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ นอกจากนี้ ใน ต.เชียงสือ อ.โพนนาแก้ว ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากวิกฤติจะได้อพยพคนได้ทัน
...
สำหรับเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ขณะนี้ได้ปักธงเหลืองในเขตเทศบาลให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการเร่งระบายน้ำออกสู่หนองหารอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำที่รับน้ำออกจากหนองหารมีการปักธงแดงแจ้งเตือนให้ขนย้ายทรัพย์สิน รวมถึงสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำโขงกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ทำให้การระบายน้ำจากหนองหาร ผ่านลำน้ำก่ำเป็นไปอย่างล่าช้า ส่วนพื้นที่การเกษตรยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย เบื้องต้น คาดว่าเสียหายประมาณ 5 พันไร่
ด้าน พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผบ.มทบ.29 สั่งการให้กำลังพลชุดเผชิญเหตุเข้าไปทำการช่วยเหลือประชาชนที่ร้องขอความช่วยเหลือเข้ามา เช่น ขนย้ายทรัพย์สินหรือสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง และส่งหน่วยแพทย์สนามจากโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นวิกฤติ.