นครพนม ฝนตกหนักสุดรอบปี วัดได้ 170 มม. แค่วันเดียวน้ำเอ่อท่วมนาข้าว ชุมชน ท่าอุเทน ตลิ่งริมน้ำสงครามพัง บ้านโบราณ 200 ปีทรุดเสียหาย 4 หลัง ส่วนยโสธรน้ำภูพานไหลมารวมแม่น้ำชี จ่อท่วมหนัก  

วันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง หลังช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักติดต่อกัน และมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดรอบปี ประมาณ 170 มม. ส่งผลทำให้มีน้ำสะสมตามพื้นที่ต่างๆ และไหลรวมลงสู่ลำน้ำสาขา ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักแม่น้ำโขง เพิ่มระดับต่อเนื่อง ส่วนน้ำโขงอยู่ที่ระดับ 7 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 6 เมตร ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก

ขณะที่ลำน้ำสาขาสายหลัก คือ ลำน้ำสงคราม ที่รองรับน้ำมาจากหลายพื้นที่ ไหลระบายลงน้ำโขง ได้มีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการเกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วม พื้นที่การเกษตร รวมถึงชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์ระทึก เนื่องจากมีบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านไชยบุรี หมู่ 1 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นชุมชนบ้านเรือนเก่าแก่โบราณ อายุร่วม 200 ปี ที่ตั้งอยู่ริมน้ำสงคราม จุดบรรจบกับแม่น้ำโขง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครพนม และเป็นที่ตั้งของร้านอาหารชื่อดัง ปากน้ำไชยบุรี และยังเป็นจุดชมความสวยงามทางธรรมชาติ แม่น้ำสองสี เพราะมีลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบแม่น้ำโขง ทำให้ช่วงฤดูฝนจะสามารถมองเห็นแม่น้ำสองสี 

...

แต่หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินริมตลิ่งที่ยังรอการดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 300 เมตร ได้เกิดดินสไลด์พังถล่มลงมา เป็นเหตุให้บ้านเรือนทรุดพังเสียหาย จำนวน 4 หลัง จากทั้งหมด 10 หลัง โดยทาง ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน สภ.ท่าอุเทน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.210 นครพนม ร่วมกับฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ เร่งขนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือน พร้อมทำการรื้อถอนบ้านเรือน ป้องกันพังเสียหายเพิ่มอีก นอกจากนี้ยังได้นำทรายมาบรรจุกระสอบปุ๋ย เพื่อนำไปเป็นแนวป้องกันดินถล่มเพิ่ม เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวจนดินริมตลิ่งสไลด์พังถล่มหายไปประมาณ 2-3 เมตร จนถึงตัวอาคารบ้านเรือน

นางสาวนิราลาพร อภิกุลชัยสุทธิ์ อายุ 51 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไชยบุรี หมู่ 1 ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เปิดเผยว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้ลำน้ำสงครามที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง บริเวณปากน้ำไชยบุรี ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีร้านอาหารปลาน้ำโขงชื่อดัง ปากน้ำไชยบุรี รวมถึงบ้านเรือนชุมชนบ้านโบราณ อายุเก่าแก่ร่วม 200 ปี และมีการพัฒนาส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้านพักโฮมสเตย์ไว้รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว แต่หลังจากระดับน้ำสงครามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดดินสไลด์พังถล่ม มีบ้านเรือนทรุดแล้วกว่า 4 หลัง ชาวบ้านต้องเร่งย้ายสิ่งของหนี รวมถึงต้องรื้อบ้านเรือนที่กำลังทรุดออกจากริมตลิ่ง โดยพื้นที่ดังกล่าวรอการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ระยะทางประมาณ 300 เมตร โดยทางจังหวัดนครพนมจะดำเนินการก่อสร้างในปีนี้ แต่มาถล่มซ้ำอีก ที่สำคัญเสียดายมาก คือ บ้านเรือนโบราณ ที่อนุรักษ์ไว้เป็นที่ท่องเที่ยว มีอายุเก่าแก่ ต้องพังเสียหาย บางหลังต้องรื้อถอน เพราะเกรงว่าจะถล่มลงน้ำโขง ซึ่งอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหาทางดูแลช่วยเหลือ เร่งหาทางสร้างแนวป้องกันดินถล่ม ในส่วนที่เหลือไม่ให้เสียหายเพิ่มขึ้น 

ที่ จ.ยโสธร มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่านจนทำให้มีปริมาณน้ำสะสมจำนวนมาก และส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำที่ไหลผ่านเขต ต.เดิด อ.เมืองยโสธร ได้เพิ่มปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่บ้านใหม่ชุมพร ต.เดิด อ.เมืองยโสธร ได้รับความเสียหายไปกว่า 500 ไร่ ล่าสุดปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังคงมีปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมาหนุนสูงตลอดเวลา ประกอบกับยังคงมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้พื้นที่นาข้าวที่ถูกน้ำท่วมก็ขยายเป็นวงกว้างออกไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปให้การช่วยเหลือเกษตรกรแต่อย่างใด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่บ้านใหม่ชุมพรแห่งนี้เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำในลุ่มน้ำยังและตลอดลำน้ำยังไม่มีพนังกั้นน้ำทั้งสองฝั่งตลอดแนว จึงทำให้ปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านได้ง่ายเป็นประจำทุกปีเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ส่วนสภาพอากาศในพื้นที่ขณะนี้ยังคงมีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ลำน้ำยังมีต้นน้ำมาจากเทือกเขาภูพานรับน้ำที่ไหลมาจาก จ.กาฬสินธุ์และ จ.สกลนคร ไหลผ่านหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะไหลมารวมกับแม่น้ำชี. 

...