ตำรวจเผยผลชันสูตร นักธุรกิจสาว วัย 33 ปี ดับปริศนาคารถเก๋ง ที่อำนาจเจริญ ไม่พบถูกฆาตรกรรม ด้าน สามี เผยยอมรับผล เพราะต้องการภรรยาจากไปอย่าสงบ ...
จากกรณี น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ หรือ ตั๋น นักธุรกิจสาว วัย 33 ปี ที่เสียชีวิตภายในรถเก๋งส่วนตัว กระทั่งมีชาวบ้านมาพบรถเก๋งคันดังกล่าว ถูกจอดทิ้งไว้ที่ข้างคลองชลประทาน ที่ บ้านน้ำท่วม อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 16 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.หัวตะพาน และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกครอบครัวและญาติ ของ น.ส.ดวงจันทร์ มาฟังผลการผ่าพิสูจน์ศพ ที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ และ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ รวมไปถึงผลการตรวจ DNA และลายนิ้วมือ ภายในที่เกิดเหตุ
โดยขณะที่มีการชี้แจงความคืบหน้าของคดี รวมไปถึงผลการผ่าพิสูจน์ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวอยู่ด้วย แต่ให้รออยู่ข้างนอกแทน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่ครอบครัวและเจ้าหน้าที่จะเดินออกมาจากห้องดังกล่าว
จากการสอบถาม นายภัทรชัย ทวีพันธ์ สามีของผู้ตาย สามีของผู้ตาย ทราบว่า วันนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดให้ทางตนและพ่อแม่ มาฟังผลการดำเนินคดี ผลการผ่าพิสูจน์ศพ ในส่วนของรายละเอียดตนไม่สามารถที่จะเปิดเผยอะไรได้ แต่จากผลการชี้แจงและความคืบหน้าของคดี ที่ตำรวจดำเนินการอยู่ในตอนนี้ ทางตนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร และพร้อมยอมรับและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป
เบื้องต้น พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดี ว่า ผลจากการผ่าพิสูจน์ไม่พบสารพิษอื่นๆ ตกค้างนอกจากสารจากพาราเซตามอล อีกทั้งไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ส่วนผลการ DNA เพื่อหาลายนิ้วแฝง ก็ไม่พบแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าจะมีบุคคลที่ 3 ที่ฆ่าหรือทำร้ายผู้ตาย ซึ่งผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของทั้ง 2 รพ. คือ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และ รพ.ตำรวจ กทม.มีความเห็นตรงกันว่า ไม่พบหลักฐานการฆาตกรรม และหลักฐานพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุก็ไม่บ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้ส่งสำนวนไปให้อัยการจังหวัดอำนาจเจริญ จากนั้นอัยการก็จะส่งสำนวนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญต่อไป.