ตำรวจคุมตัว "ไอ้เมิก" ทำแผน คดีฆ่าชายพิการ สารภาพเป็นเพื่อนใกล้บ้าน ก่อนเกิดเหตุดื่มสุรา-เสพยาบ้าจนเมา เกิดทะเลาะวิวาทชกต่อย ผู้ตายกระเสือกกระสนร้องขอความช่วยเหลือ จึงคว้าไม้หน้าสามกระหน่ำตีจนแน่นิ่งเสียชีวิต จากนั้นใช้ผ้าห่มคลุมศพไว้ แล้วควบจักรยานยนต์หลบหนี อ้างไม่ตั้งใจฆ่า เหตุพลั้งมือ ทั้งที่ผู้ตายเป็นคนพิการ

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 61 พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย ควบคุมตัว นายวารี หรือ นายเมิก สีทาหงส์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.2 บ้านโนนงิ้ว ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาฆ่าคนตาย ทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ในบ้านเลขที่ 44 ม.2 บ้านโนนงิ้ว 

เนื่องจากช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ รับแจ้งเหตุ คนพิการถูกฆ่าตาย ในบ้านเลขที่ 44 ม.2 บ้านโนนงิ้ว ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อไปตรวจที่เกิดเหตุ พบศพ นายวิชัย ละวงษา อายุ 46 ปี เป็นชายพิการขาสองข้าง เป็นลูกชายเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ลงมือฆ่าคือ นายวารี หรือ นายเมิก สีทาหงส์ อายุ 32 ปี เพื่อนรุ่นน้อง ที่มีบ้านใกล้กัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวนายเมิก กระทั่งพบตัวในป่าละเมาะพื้นที่บ้านนาโน ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นำตัวไปสอบสวน รับสารภาพว่า ทำร้ายผู้ตายจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยก่อนการทำแผน เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น ได้เก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งดีเอ็นเอจากตัวผู้ต้องหา ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านนับร้อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยภายในเวลาประมาณ 30 นาที โดยเริ่มจากที่ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีดำ ทะเบียน คทพ 540 ขอนแก่น มาจอดที่สนามหญ้าใกล้ห้องนอนผู้ตาย จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้อง ดื่มสุรา และเสพยาบ้าคนละครึ่งเม็ด กลางดึกจึงเกิดการทะเลาะวิวาท ชกต่อยกันขึ้นภายในห้อง ผู้ตายกระเสือกกระสนออกมานอกห้อง ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ผู้ต้องหาจึงใช้ไม้หน้าสามที่วางอยู่ในที่เกิดเหตุ ทุบตีผู้ตายไปหลายครั้งจนแน่นิ่ง จากนั้นใช้ผ้าห่มคลุมร่างผู้ตายไว้ แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยที่ผู้ต้องหาบอกว่าไม่ตั้งใจจะฆ่าผู้ตาย

...

ด้าน พ.ต.ท.กฤชกนก ภาสะวณิช รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น กล่าวถึงการคุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือในการทำแผนทุกขั้นตอน รวมถึงรับสารภาพว่า ปกติแล้วก็เข้ามานั่งเล่นพูดคุยกับผู้ตายตามปกติ เหตุการณ์ที่ลงมือในครั้งนี้มาจากการเสพยาบ้าและดื่มสุราจนเมา เกิดทะเลาะวิวาทกัน ทำร้ายร่างกายกัน ผู้ต้องหาอ้างว่าพลั้งมือ แต่ในความเป็นจริงผู้ตายเป็นผู้พิการต่อสู้ไม่ได้ จึงถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งภายหลังการทำแผนก็จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายและข้อหาเสพยาเสพติด

ขณะที่ นางยุ่น ละวงษา อายุ 70 ปี มารดาผู้ตาย กล่าวว่า ดีใจที่ตำรวจจับคนฆ่าลูกชายได้เร็ว เพราะอยากให้ชดใช้กรรมที่ก่อขึ้น โดยส่วนตัวไม่โกรธแค้น ใครก่อกรรมใดก็ให้รับกรรมที่ตัวเองก่อ ส่วนลูกชายก็หมดกรรมแล้ว จากนี้ไปก็จะรับศพลูกชายกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ถือว่าทุกอย่างจบสิ้นกันไป ภายหลังการทำแผน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับไปส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย