เครดิตภาพจาก: ธงชัย สุณีศรี

เกิดเหตุบั้งไฟแสนที่จุดในงานบุญบั้งไฟยโสธร ขัดข้องทางเทคนิค พุ่งตกกลางหนองน้ำสาธารณะที่มีหญ้าขึ้นเต็ม ทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลาม ด้านดับเพลิงรุดไปดับไฟ ใช้เวลา 30 นาทีคุมเพลิงได้...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่จังหวัดยโสธรมีการจุดบั้งไฟแสนในงานประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2561 ได้มีบั้งไฟแสนอยู่หนึ่งบั้งที่จุดอยู่ภายในงาน พุ่งออกจากฐานยิง (Launch Pad) ขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ไม่นานก็ปักหัวลงพื้นทันที โดยบั้งไฟดังกล่าวได้ไปตกลงกลางหนองน้ำสาธารณะที่มีหญ้าขึ้นเต็มหนอง ด้านหลังวัดอรรถดมมณฑาวนาราม หรือวัดซีซอด บริเวณพื้นที่บ้านกุดกง ต.เขื่องคำ อ.เมือง จ.ยโสธร ซึ่งอยู่ห่างจากฐานจุดประมาณ 1 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้ป่าหญ้าที่ขึ้นปกคลุมหนองน้ำสาธารณะเป็นจำนวนมาก และเปลวไฟได้ลุกลามขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอยู่ละแวกใกล้เคียง ต้องช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าหญ้าอย่างจ้าละหวั่น เพราะเกรงว่าเปลวไฟอาจจะลุกลามไปไหม้บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้

ขณะที่เทศบาลเมืองยโสธรได้ส่งรถดับเพลิง จำนวน 1 คัน และรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลเขื่องคำอีก 1 คัน เข้าช่วยกันฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงเอาไว้ได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามไหม้บ้านเรือนของชาวบ้าน โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ในวงจำกัด ขณะเดียวกันเปลวเพลิงยังได้ไหม้สายไฟฟ้าที่ดึงไฟเข้าบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายไป จำนวน 4 เส้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยโสธร ต้องเร่งเข้าตัดกระแสไฟเป็นการเร่งด่วนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับชาวบ้านได้ โชคดีที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบถาม นายอุทัย โคตรชมพู อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ 14 บ้านกุดกง ต.เขื่องคำ อ.เมืองยโสธร บอกว่า ตนมีบ้านพักอยู่ละแวกใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ และก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งสังเกตดูบั้งไฟที่จุดขึ้นสู่ท้องฟ้าจากฐานจุดบั้งไฟของเทศบาลเมืองยโสธร ขณะนั้นตนได้สังเกตเห็นมีบั้งไฟแสนอยู่บั้งหนึ่ง ได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ไม่นานก็วกกลับปักหัวลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว และตกลงไปกลางหนองน้ำสาธารณะแห่งนี้จนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น เนื่องจากบริเวณหนองน้ำสาธารณะมีป่าหญ้าขึ้นปกคลุมจำนวนมากจนทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีรถดับเพลิงเข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามไปไหม้บ้านของชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง.