ชาวเชียงคานไม่พอใจ รวมตัวค้าน ผอ.โรงเรียนดัง หลังสั่งตัดต้นสักอายุกว่า 100 ปี จำนวน 4 ต้น อีกทั้งยังเป็นเมล็ดพระราชทาน ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงคาน...

วันที่ 7 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเชียงคาน จังหวัดเลย มีการคัดค้านโรงเรียนเชียงคาน ที่จะตัดต้นสัก 4 ต้น ขนาด 3 คนโอบหรือรอบต้น 2.77 เมตร อายุกว่า 100 ปี ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงคาน และยังเป็นต้นสักเมล็ดพระราชทาน เพื่อก่อสร้างหอประชุมของโรงเรียน โดยมีการพ่นสีสเปรย์สีแดงรอบต้นสัก เป็นสัญลักษณ์ที่จะต้องตัด โดยไม่มีการหารือหรือทำประชาพิจารณ์ให้ชาวบ้านรับรู้ จนชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ ขอให้หยุดยั้งการตัดต้นสัก

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นายสุเมธ ปานะถึก ผอ.โรงเรียนเชียงคาน เปิดเผยว่า ต้นสักอยู่ภายในโรงเรียน ขนาดต้นใหญ่ ต้องตัดออกไปเพราะขวางการก่อสร้างตึกหอประชุมโรงเรียน จึงได้ทำเรื่องขออนุญาตไปที่สำนักงานป่าไม้ และที่ราชพัสดุ แต่ทางป่าไม้และที่ราชพัสดุขอให้ทางโรงเรียนประชุมภาคี

ส่วนที่ชาวบ้าน ออกมาต่อต้านไม่ให้ตัดก็อยากให้มาร่วมประชุมกันในวันพุธที่ 9 พ.ค.นี้ จะมีการตัดหรือไม่ ต้องรอจากภาคีต่างๆ อย่างไรขอให้มาประชุมพูดคุยกันวันพุธที่จะถึงนี้ ส่วนรายละเอียดให้มารับฟังในวันประชุม ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างประชุมผู้ปกครอง

สำหรับประวัติต้นสัก จากหนังสือประวัติศาสตร์และตระกูลเมืองเชียงคาน หน้า 120-123 เขียนไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระพุทธรูปเชียงแสน โคมไฟ เมล็ดไม้สัก และสิ่งของอื่นๆ ให้คณะที่ไปเข้าเฝ้าฯ พระองค์ตรัสยกย่องชมเชย พระยาศรีอรรคฮาต ว่า เป็นคนดีศรีประเสริฐ ท่านเจ้าคุณจึงได้นำคำว่า 'ศรีประเสริฐ' มาตั้งเป็นนามสกุล แล้วนำเมล็ดไม้สักที่ได้พระราชทานมาปลูกบริเวณเมืองเชียงคาน ฉะนั้นไม้สักที่ปลูกในเมืองเชียงคาน จึงเป็นไม้สักพระราชทานคู่บ้านคู่เมืองมาแต่ปางก่อน ไม่ควรตัดทำลาย.