ใส่ความรักลงไปทุกครั้งที่ทำ อาหารจะอร่อยมากขึ้น! ชาวอุดรธานี แวะไปชิมหรือยัง 'ร้านไข่ระเบิด' อร่อยแบบภัตตาคาร แต่ราคาเด็กมัธยม

นายปริญญา มีสินสัตย์ อายุ 54 ปี เจ้าของร้านไข่ระเบิด ที่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 112/2 โพนพิสัย ซอย 9 ถนนโพนพิสัย เขตเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ตนและภรรยาเปิดร้านดังกล่าวมา 11 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้เคยไปทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กที่ญี่ปุ่น 2 ปี ด้วยมีใจรักในการทำอาหาร

ขณะที่เป็นกุ๊กในร้านอาหารที่ญี่ปุ่น ตนจะเรียนรู้ด้วยวิธีครูพักลักจำ ยอมรับใช้กุ๊กทุกอย่างจนกุ๊กญี่ปุ่นยอมถ่ายทอดวิชาอาหารญี่ปุ่นให้ ก่อนจะทดลองทำให้กุ๊กชิม แค่กุ๊กบอกว่า ใช้ได้ ก็แปลว่าตนทำอาหารผ่านแล้ว และยังได้สูตรอาหารไทยไปแลกกับสูตรอาหารญี่ปุ่น คือต้มยำกุ้งแลกแกงกะหรี่ด้วย

เมื่อทำงานเก็บเงินได้มากพอสมควร จึงได้เดินทางกลับมาไทย ได้ลงทุนค้าขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ข้ามฝั่ง สปป.ลาว ได้กำไรเดือนละ 4-5 แสนบาท ความเป็นอยู่สุขสบาย เพราะมีลูกเพียงคนเดียว ต่อมาสินค้าของจีนที่มีราคาถูกกว่าเข้ามาตีตลาด ทำให้กิจการล้มละลาย ทำให้คิดมากและคิดฆ่าตัวตาย ด้วยการผูกคอตาย แต่ภรรยาได้ออกมาช่วยทัน และพูดให้สู้ต่อ ตนจึงตั้งสติได้

ทั้งนี้ ตนจึงเริ่มต้นใหม่ด้วยการขายอาหารตามสั่งริมฟุตปาทหน้าร้านอินเทอร์เน็ตของญาติ ริมถนนโพนพิสัย โดยจะนำความรู้ที่เคยเรียนเรื่องอาหารที่จดจำมาจากญี่ปุ่นมาทำเมนูอาหารตามสั่งจานเดียว แต่ต้องไม่เหมือนร้านอื่น จึงทำเมนูอาหารญี่ปุ่นรสชาติถูกปากคนไทยปรับแต่งจานให้ดูน่ากิน

สำหรับ ลูกค้าส่วนมากจะเป็นเด็กนักเรียนมัธยม นักเรียนเทคนิค นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่มานั่งเล่นอินเทอร์เน็ตในร้านใกล้ๆ ตนทำอาหารให้ลูกค้ากิน เหมือนที่ตนกิน สะอาด อร่อย และปริมาณที่กินอิ่ม ถ้าไม่อิ่มให้ตักข้าวเพิ่มเองได้ ตนจะใส่ใจอาหารทุกเมนู รับคำติชมจากลูกค้า และปรับปรุงรสชาติอาหารให้เข้ากับรสปากของคนไทย

ทั้งนี้ แม้แต่น้ำราดที่ต้องอุ่นในหม้อหุงข้าวไว้ตลอด ขายหมดแล้วหมดเลย ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.30-15.00 น. โดยเฉลี่ยจะขายวันละ 60-70 จาน จากนั้นได้ย้ายมาขายภายในบ้านโพนพิสัยซอย 9 ซึ่งลูกค้าประจำจะตามมากิน และยังรับสั่งข้าวกล่อง แต่ต้องสั่งล่วงหน้า 1 วัน โดยเรามีเมนูอาหาร มีทั้งแบบอาหารจานด่วน 72 เมนู และอาหารพิเศษ 32 อย่าง ราคาตั้งแต่ 40-60 บาท 

"ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียน เคยกินตั้งแต่เรียนมัธยม จนเรียนจบปริญญา มีงานทำ แต่ยังกลับมากินที่ร้าน ทำให้สนิทสนมคุ้นเคยกัน ซึ่งลูกค้าจะชักชวนเพื่อน พ่อแม่มากิน ช่วงเทศกาลจะมีลูกค้าเก่ามาพบปะสังสรรค์ที่ร้าน เหมือนกลับมากินข้าวบ้าน แม้ว่าจะไม่มีห้องแอร์ แต่ลูกค้าก็จะกลับมา และสั่งเมนูเดิมๆ ซึ่งตนและภรรยาจะมีความสุขทุกครั้งที่ลูกค้ากินอาหารหมดจาน"